เรื่องที่คุณยังไม่รู้ของลูกแรกเกิด


แม้คุณจะอ่านตำราและฟังคำบอกเล่าเกี่ยวกับเจ้าตัวน้อยมามากมาย แต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่เกี่ยวกับลูกน้อยซึ่งทำให้คุณทั้งสับสน สงสัย และกังวล โดยเฉพาะเรื่องราวที่เราจะบอกต่อไปนี้ ซึ่งคงจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย คลายความกังวลใจลงนะคะ

1. ร้องกี่ที…เสียงเหมือนกันหมด
เคยได้ยินมาว่า เสียงร้องของเด็กมีความแตกต่างกันและบ่งบอกถึงความต้องการได้ แต่เอ…ทำไมลูกเราร้องกี่ทีก็เหมือนกันหมดนะ
  เป็นเรื่องปกติของพ่อแม่ที่จะรู้สึกแบบนี้ในช่วงแรก
  เวลาจะช่วยให้คุณแยกแยะเสียงของเจ้าตัวน้อยได้
  ลองตอบสนองลูกขั้นพื้นฐานไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็รู้ใจกันเอง เช่น ป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม เปลี่ยนท่านอน วัดไข้ เป็นต้น
2. ลูกไม่น่ารักเหมือนในหนังสือเลย
รูปเด็กในนิตยสาร ทีวี ล้วนดูจ้ำม่ำ น่ารัก แต่นั่นเป็นมายาคติอย่างหนึ่งของสื่อมวลชนค่ะ ที่จริงแล้วเด็กแรกเกิดสัดส่วนจะดูแปลกตากว่าที่คุณเคยเห็น คิดดูสิคะ แกต้องเดินทางผ่านกระดูกเชิงกราน กระดูกตรงกระโหลกศีรษะที่ยังปิดไม่สนิทจะเปลี่ยนรูปชั่วคราวเพื่อสะดวกต่อการคลอด และไม่เป็นอันตรายต่อสมองน้อยๆ ด้วย อีกทั้งของเหลวในร่างกายยังทำให้ลูกตาดูบวมๆ จมูกบี้ๆ อีกแน่ะ
  ใจเย็นๆ ค่ะ อีก 1-2 สัปดาห์ เจ้าตัวน้อยจะค่อยๆ เต่งตึง ดูน่ารักเหมือนคุณนั่นแหละ
3. ตัวแค่เนี๊ยะ…ถีบเก่งจัง
ตอนนี้น้องน้อยมีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวแขนขามากกว่าตอนอยู่ในท้องแม่ แต่ก็ยังบังคับกล้ามเนื้อแขนขาไม่เอาไหนเลย จึงยกสะเปะสะปะไปเรื่อย เหมือนกับกระตุกหรือสะดุ้ง
  อาการนี้จะลดลงภายใน 2-3 สัปดาห์ แล้วจะค่อยๆ หายไปภายใน 3 เดือน
  แต่ถ้าตัวสั่นหรือปากสั่นตลอดเวลา แม้ขณะอยู่ในอ้อมกอดพ่อแม่ ควรปรึกษาคุณหมอค่ะ
4. ลูกอัณฑะ ใหญ่เกินตัว
เพราะฮอร์โมนจากแม่ ซึ่งอยู่ในร่างกายและเนื้อเยื่อของแก ยังถูกขับออกมาไม่หมด จึงทำให้เด็กผู้ชายมีอัณฑะที่ดูใหญ่ ส่วนเด็กผู้หญิงก็มีอวัยวะเพศดูบวมๆ ในช่วง 2-3 วันแรกได้
  ถ้าลูกไม่เจ็บหรือมีอาการอักเสบก็หายห่วงค่ะ
5. ทำไมหิวบ่อยจัง
คุณแม่บางคนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ที่ต้องคอยให้นมลูกตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากเด็กที่กินนมแม่จะหิวบ่อย เพราะนมแม่ย่อยและดูดซึมง่ายกว่านมผงค่ะ
  ช่วง 6 เดือนแรก เป็นช่วงทำน้ำหนักของน้องหนู โดยจะขึ้นมาประมาณสองเท่าของตอนแรกเกิดเลยล่ะ
  ทำใจให้สบาย ลูกกินได้ดีกว่ากินไม่ได้นะคะ
  ประมาณ 1-2 อาทิตย์ คุณกับเจ้าตัวน้อยจะปรับเรื่องเวลาให้นมได้เองโดยอัตโนมัติ
6. มือเท้าเย็น
พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะหาผ้ามาห่มเพิ่ม เมื่อรู้สึกว่าลูกมือเท้าเย็น ซึ่งปกติเด็กแรกเกิดมีโอกาสที่มือเท้าจะเย็นกว่าอวัยวะส่วนอื่นได้ เพราะระบบหมุนเวียนเลือดกำลังพัฒนา จึงต้องส่งกำลังเลือดไปเลี้ยงอวัยวะหลักๆ อวัยวะที่อยู่ไกลอย่างมือและเท้าจึงได้รับช้า ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน ระบบหมุนเวียนต่างๆ ในร่างกายจึงจะเข้าที่ค่ะ
  ถ้าสังเกตดูว่าผิวของลูกออกสีชมพู และอุณหภูมิห้องไม่เย็นมาก ก็ยังไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าให้ลูก
  ให้ลูกออกกำลังกาย ยกแข้งยกขา จะทำให้ระบบไหลเวียนสมบูรณ์เร็วขึ้นค่ะ
7. มีเลือดปนมากับผ้าอ้อม
ฮอร์โมนจากแม่ตัวเดียวกันกับที่ทำให้อัณฑะของลูกบวมนี่แหละ ที่บางครั้งยังเป็นเหตุให้มีเลือดออกมาจากช่องคลอดของเด็กผู้หญิงแรกเกิดได้ ซึ่งบางครั้งอาจไม่ใช่เลือดแต่เป็นสีของปัสสาวะที่ดูเข้ม
  ไม่ต้องกังวลถ้าคุณเห็นรอยเปื้อนเลือดเล็กน้อยติดอยู่กับผ้าอ้อมในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด
  ถ้าเป็นรอยมากและนานกว่านั้น ถามคุณหมอให้แน่ใจอีกทีดีกว่าค่ะ
8. ผายลมบ่อย
เด็กที่กินนมแม่ อึลูกจะมีสีเหลืองทองและนิ่ม ไม่เป็นก้อนๆ ถ้าเลี้ยงด้วยนมขวดจะมีสีเข้มหรือคล้ำกว่า เด็กบางคนถ่ายทุกวันหรือมากกว่าหนึ่งครั้งต่อวัน บางคนสองสามวันถ่ายที แต่ถ้าไม่เป็นก้อนแข็งก็ไม่เป็นไร
ยิ่งไปกว่านั้นน้องหนูบางคนก็ตดเป็นว่าเล่น โดยเฉพาะหลังกินนมแม่ (gastro-colic reflex) จนคุณแม่กังวลว่าจะท้องเสียท้องอืดหรือเปล่าเนี่ย
  ถ้าไม่ปวดท้อง ไม่งอแง ไม่บวม ก็ถือว่าสบายดี
  คุณต้องสังเกตว่าอะไรคืออาการปกติของลูก ซึ่งอาจไม่เหมือนกับลูกคนอื่น เพราะเด็กแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัว
  ถ้าอุจจาระลูกเปลี่ยนไปจากที่เคย เช่น แข็งหรือเหลวมาก หรือตอนออกมาพร้อมอุจจาระเป็นฟอง นั่นแหละถึงจะเป็นสัญญาณผิดปกติ
9. จามตลอดเวลา
เด็กแรกเกิดอาจจะจามบ่อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแกจะป่วยหรือเป็นหวัดหรอกค่ะ เพราะน้องหนูกำลังทำให้ทางเดินหายใจของตัวเองโล่งสบายต่างหาก ก็รูจมูกของหนูเล็กนิดเดียว ยิ่งเวลาหายใจเข้าก็จะยิ่งแฟบลง
  หลังจากให้นมลูกแล้ว คุณอาจเห็นว่าลูกจาม เพราะระหว่างดูดนม แกต้องกลั้นหายใจเป็นจังหวะ
  ถ้าจามโดยไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ น้ำมูก งอแง แสดงว่าลูกสบายดี
10. ผิวหนังลอก
ตอนอยู่ในท้องลูกจะมีผิวหนังและไขมันเคลือบอยู่ พอคลอดออกมา ไขมันที่ว่านี้ก็หลุดไปทำให้ผิวหนังชั้นนอกสุดแห้งและเริ่มลอกค่ะ
  อีก 1-2 สัปดาห์ ผิวหนังเก่าตรงที่แห้งจะหลุดออก พร้อมมีผิวหนังใหม่ที่ใสและเต่งตึงมาแทนที่
  อย่าแกะ อย่าดึง อย่าขัด ปล่อยให้หลุดมาเอง เพราะเดี๋ยวจะไปดึงเอาผิวหนังที่ยังไม่พร้อมลอกหลุดติดมือมาด้วย ทีนี้ลูกก็จะแสบ เป็นแผล เชื้อโรคเข้าได้ง่าย
11. ทำไมบางทีเหมือนหยุดหายใจ
พอกลับจากโรงพยาบาล พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะเฝ้าอยู่ไม่ห่าง จ้องไปจ้องมา เอ๊ะ…ลูกไม่หายใจหรือหยุดหายใจไปนานจัง ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่ากล้ามเนื้อในระบบทางเดินหายใจ ยังไม่แข็งแรงเต็มที่ การกระเพื่อมของทรวงอกจึงมีน้อย พอใส่เสื้อผ้าหลวมๆ แล้วก็แทบจะมองไม่เห็นจังหวะการหายใจเลยล่ะ
  ประมาณ 6 สัปดาห์ คุณจะสังเกตเห็นการหายใจของลูกชัดขึ้น
  ถ้าคุณรู้สึกว่าลูกหยุดหายใจเกิน 20 วินาที นั่นเป็นสัญญาณอันตราย
  หมอนนานาชนิดไม่จำเป็นสำหรับเด็กขวบปีแรก ยกเว้นเบาะรองนอน เพราะอาจจะไปอุดทางเดินหายใจของลูก โดยที่คุณไม่ทันสังเกตก็ได้
บอกกันหมดเปลือกขนาดนี้…สบายใจขึ้นแล้วใช่ม๊า


(update 22 กรกฎาคม 2003)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่  ปีที่ 8 ฉบับที่ 90 เมษายน 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600