ไม่เคี้ยว เรื่องใหญ่ของวัยกำลังโต


เรื่องกินยากของเจ้าตัวเล็กไม่ว่าจะป้อนแล้วคายทิ้ง อมแล้วดูดแบบไม่ยอมเคี้ยวไม่ยอมกลืน หรือถึงมื้อหม่ำเมื่อไรเป็นได้เบือนหน้าไม่สนข้าวตรงหน้า ร้องหาแต่นมทุกทีไปอย่างนี้ เป็นปัญหาหนักอกของคนเป็นแม่ใช่เล่น บ้านไหนเจออย่างที่ว่านี้ต้องรีบปรับรีบฝึกให้หนูหม่ำเก่ง เคี้ยวคล่องโดยด่วนเลยค่ะ

พัฒนาการเรื่องการเคี้ยว กลืนอาหารมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็กๆ มากค่ะ เพราะถือเป็นต้นทางของระบบการย่อยอาหาร เพื่อนำสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโต แล้วลองนึกดูสิว่าถ้าลูกเราเกิดไม่ยอมเคี้ยวหรือเคี้ยวไม่เป็นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ?


ผลของการไม่ได้ฝึกเคี้ยว

เมื่อถึงวัยครบขวบ ร่างกายของลูกต้องการอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ เป็นอาหารหลัก นมจะกลายเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น และนมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทน ความต้องการทั้งหมดของร่างกายวัยนี้ของลูกได้ ดังนั้นหากลูกยังหม่ำนมเป็นหลักอยู่ เพราะไม่ได้ถูกฝึกให้กินอาหารอื่น ปัญหาสุขภาพเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้
  • โตช้า ช่วงปีแรกยังไม่เป็นปัญหานัก แต่หลังขวบปีไปแล้วจะมีผลต่อการเติบโตของลูกโดยเฉพาะ เมื่ออายุขวบครึ่งไปแล้ว การดื่มนมมากจะทำให้หิวเก่งและต้องดื่มนมทั้งวันทั้งคืน ปัสสาวะก็มากทั้งวันทั้งคืน เนื่องจากร่างกายต้องการอาหารที่เปลี่ยนไป นมมีน้ำมากเกินกว่าความต้องการ ร่างกายจึงต้องขับน้ำออกมาทางปัสสาวะ ขณะที่ร่างกายก็ยังได้รับพลังงานไม่เพียงพอจึงทำให้ตัวไม่โตขึ้น

  • ระบบขับถ่ายรวน พอเคี้ยวไม่เป็น ไม่เก่ง เรื่องจะให้สนผักผลไม้ก็ยิ่งเป็นเรื่องยากสำหรับลูกเข้าไปใหญ่ แล้วทีนี้อาการท้องผูกก็จะถามหา แล้วถ้าท้องผูกติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ก็อาจจะได้ริดสีดวงทวารแถมมาด้วยอีกหนึ่งโรคค่ะ

  • ผลต่อฟันและรูปหน้า เมื่อมีการเคี้ยวก็มีการใช้งานของกรามและกล้ามเนื้อ เท่ากับได้กระตุ้นให้กรามและฟันเจริญเติบโต แต่ถ้าลูกไม่ยอมรับประทานอาหาร ดื่มแต่นม กรามก็จะไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร เราจึงสังเกตได้ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ที่โตขึ้น โดยไม่ยอมรับประทานอาหารที่ต้องบดเคี้ยวจะมีกรามขนาดเล็ก คางเล็ก มีผลต่อรูปหน้า และเมื่อกรามเล็ก พื้นที่ที่ฟันจะขึ้นได้ก็มีจำกัด ทีนี้ก็ส่งผลถึงการงอกและเรียงตัวของฟันอีก กลายเป็นปัญหาหาลูกโซ่ตามมา

  • กระทบถึงพัฒนาการขั้นต่อไป อาหารและพัฒนาการในขวบปีที่สอง จะเป็นการฝึกหัดใช้อวัยวะต่างๆ ในการหาอาหารเข้าสู่ร่างกาย ทั้งการรู้จักเดินไปเอาอาหาร ใช้มือหยิบจับภาชนะเพื่อใช้ป้อนอาหารให้ตัวเอง การรู้จักรับประทานอาหารที่แข็งและเหนียวมากขึ้นกว่าเดิม สามารถใช้ปาก ฟันกราม และกล้ามเนื้อในการกลืน ย่อย ดูดซึมอาหารที่เปลี่ยนไปแล้วยังเป็นวัยแห่งการเรียนรู้เคลื่อนไหวมาก การเจริญเติบโตก็ชะลอตัวลง และไม่สนใจการกิน อาหารก็ควรเป็นชนิดของแข็งที่อยู่ท้องได้นานขึ้น แต่ถ้าลูกเคี้ยวไม่เป็นสิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดได้ล่าช้ากว่าปกติ

ทำไมไม่ยอมเคี้ยว ?

ที่เจ้าตัวเล็กมีนิสัยการหม่ำไม่ถูกต้องอย่างนี้ ก็เพราะไปติดอกติดใจนม หรืออาหารเหลวจนเคยตัวเข้าให้แล้วไงคะ เรื่องนี้แทบจะเป็นปัญหาฮิตของเด็กๆ ยุคนี้เลยก็ว่าได้ ทั้งนี้เพราะความหวังดีที่คาดไม่ถึงของคุณพ่อคุณแม่คนเลี้ยงดูนั่นเอง
  • ปล่อยเวลาผ่านเลย ถึงวัย (4-6 เดือน) ที่ควรต้องเริ่มฝึกรับประทานอาหารอื่น นอกจากนมที่เป็นของเหลวแล้ว แต่ไม่ได้เริ่มเพราะห่วงว่าลูกจะหม่ำไม่ได้ ผลก็คือลูกชินกับอาหารที่ไม่ต้องเคี้ยว เพราะติดนม

  • ใจร้อนไปนิด คุณแม่ใจร้อนรีบป้อนกล้วย ป้อนข้าวลูกเร็วเกินไปทั้งๆ ที่การเคี้ยว การกลืนของลูกยังไม่พร้อม อย่างนี้ลูกจะต่อต้านเอาง่ายๆ ตั้งแต่เริ่มแรกเลย

  • ใจอ่อนไปหน่อย คุณแม่ใจอ่อนเห็นลูกไม่ยอมรับประทาน ไม่ยอมเคี้ยว กลัวลูกไม่ได้รับอาหาร เลยตัดปัญหาด้วยการปั่นซะเลย ซึ่งวิธีแก้ปัญหาอย่างนี้เท่ากับสร้างความเคยชิน ในเรื่องการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้องให้ลูกเหมือนกัน

  • ขาดแบบอย่าง สาเหตุนี้มักเกิดกับครอบครัวที่พี่เลี้ยงคอยแต่ตามป้อนอย่างเดียว แบ่งแยกมื้อหม่ำของลูกกับของทุกคนในบ้านออกจากกัน ลูกก็ไม่ได้เรียนรู้ว่า เมื่อโตขึ้นต้องรับประทานอาหารอย่างไรไม่มีทั้งต้นแบบในการรับประทาน และคุ้นแต่กับการป้อนอาหารเท่านั้น
แล้วถ้าสาเหตุที่ว่ามาทั้งหมดมารวมกับการที่คุณแม่ให้เน้นนมเป็นอาหารหลักด้วยแล้ว ปัญหานี้ก็จะยิ่งหนักหน่วงและปรับแก้ได้ยากเข้าไปอีก


ฝึกหม่ำอย่างสมวัย

4-6 เดือน ควรเริ่มอาหารเหลวบดละเอียด กลืนง่าย เช่น กล้วยครูดเอาแต่เนื้อส่วนนอก หรือข้าวบดใส่น้ำแกงจืด 6-8 เดือน เริ่มอาหารอื่นที่มีความหลากหลายมากขึ้น หยาบขึ้นเล็กน้อย เช่น ไข่แดงบด ตับบด เนื้อปลาบด ผักต้มเปื่อย 8-10 เดือน จึงเริ่มให้อาหารที่แข็งขึ้น เหนียวขึ้นพอให้เคี้ยวได้ เช่น เนื้อสัตว์บด ข้าวต้ม 10-12 เดือน จึงให้อาหารปกติที่มีความอ่อนนุ่มหน่อย และต้องไม่ลืมนึกด้วยว่าเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการการเคี้ยวกลืนต่างกัน ขณะฝึกจึงควรต้องสังเกตอาการลูกด้วยและฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แต่ถ้าผ่านขวบปีแรกไปแล้ว มารู้ว่าลูกมีปัญหานี้ต้องรีบแก้ทันทีค่ะ (แม้จะเป็นเรื่องยากก็ตาม) วิธีการก็เหมือนๆ กับวิธีฝึกเมื่อขวบปีแรกนั่นแหละค่ะและควรให้ลูกร่วมโต๊ะอาหารกับผู้ใหญ่ พร้อมๆ กับเป็นแบบอย่างในการรับประทานอาหารหลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ และอย่าลืมว่าต้องฝึกด้วยท่าทีเชิญชวนไม่ใช่บังคับฝืนใจให้ลูกต่อต้าน ช่วงเวลาทองของการฝึกผ่านพ้นไปแล้วก็ต้องท่องเอาไว้อย่างเดียวแหละค่ะ ว่าอดทนและใจเย็นเข้าไว้เพื่อลูกๆๆ


(update 29 พฤษภาคม 2003)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่  ปีที่ 8 ฉบับที่ 87 มกราคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600