ออทิสติก


มีภาพยนต์เก่ามากเรื่องหนึ่ง แสดงโดย จอห์นนี่ เดปป์ เป็นพี่ชายของเด็กเป็นออทิสติก ซึ่งแสดงโดย ลีโอนาร์ โดดิคาปริโอ ซึ่งขณะนั้นอายุประมาณ 13-15 ปี เขาแสดงอาการของออทิสติกได้ครบถ้วนมาก หนังเรื่องนี้ฉายทางยูบีซี ชื่อเรื่องว่า What's eating Gilbert's Grapes

  • ออทิสซึมกับออทิสติกเป็นอย่างไร

คำว่า ออทิสซึม เป็นลักษณะอาการที่มีความผิดปกติทางพัฒนาการของเด็ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เด็กไม่สามารถพัฒนาการทางด้านสังคม การสื่อความหมายและขาดจินตนาการ ซึ่งมักแสดงอาการให้เห็นชัดในระยะ 3 ขวบแรกของชีวิต โดยเป็นผลมาจากความผิดปกติ ของระบบประสาทบางส่วนจากหลายสาเหตุ

คำว่า ออทิสติก เป็นคำเรียกเด็กที่มีอาการของโรคออทิสซึม ซึ่งจะพบประมาณ 4-5 คนใน 10,000 คน และพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง 4 เท่า รวมทั้งยังพบในเด็กทุกประเทศ ทุกฐานะทางสังคม

  • จะรู้ได้อย่างไรว่า เด็กเป็นออทิสติก

เด็กจะมีความผิดปกติของพัฒนาการตั้งแต่เริ่มแรก โดยแบ่งได้พอสังเขป ดังนี้
  • อายุ 1 ขวบ จะหยุดการพูด การฟัง การสบตา ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก
  • อายุ 2-3 ขวบ จะมีปัญหาด้านการพูด การสื่อความหมาย อาจจะส่งเสียงได้โดยไม่เข้าใจความหมายของคำพูด อาจฟังภาษามนุษย์ไม่เข้าใจ
  • อายุ 4-5 ขวบ เด็กจะแยกตัว และมีท่าทางแปลกมากขึ้น ไม่สามารถเล่นกับเด็กวัยเดียวกันได้ เมื่อถูกทำร้ายจะไม่รู้จักหนี ไม่รู้จักป้องกันตัว
เด็กออทิสติกอาจจะมีความผิดปกติร่วมกับอาการอื่น เช่น ปัญญาอ่อน ซึ่งจะพบได้มาก

นอกจากนี้ ยังมีความผิดปกติของพัฒนาการอีก 3 ประการ ซึ่งแพทย์ใช้เป็นข้อสังเกตระดับพัฒนาการของเด็กออทิสติก คือ
1. ไม่สนใจสังคมรอบข้าง
- ไม่โต้ตอบ ไม่สบตากับผู้อื่น ไม่แสดงออกทางอารมณ์ สีหน้า ท่าทาง
- ไม่มีเพื่อน ไม่สามารถผูกสัมพันธ์ไมตรีกับเพื่อนรอบข้างได้
- ไม่สนใจใคร ไม่ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนรอบตัว ไม่ร่วมทำประโยชน์กับผู้อื่น
- ไม่แสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมในสังคมกับผู้อื่น

2. ไม่สามารถสื่อความหมายได้
- มีความล่าช้าในภาษาพูด ในการแสดงกริยาอาการโต้ตอบกับผู้อื่น
- เด็กที่พูดได้แล้ว แต่ไม่สามารถสนทนาโต้ตอบได้อย่างเหมาะสม
- มักจะพูดซ้ำๆ ในสิ่งที่ตนต้องการจะพูดและตนเองสนใจ ไม่สนใจคนฟังเลย
- ไม่สามารถพูดเล่น หรือเลียนแบบถ้อยคำที่พบในสังคมอย่างเหมาะสมกับวัย

3. มีพฤติกรรม ความสนใจและการกระทำซ้ำๆ
- มีพฤติกรรมซ้ำๆ อย่างเดียว มีความสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะสิ่งผิดปกติเด่นชัด
- มีการเคลื่อนไหว ทำกิจวัตรประจำวันซ้ำๆ เป็นประจำทุกขั้นตอน มีอิริยาบถซ้ำๆ
- มีการเคลื่อนไหวอวัยวะซ้ำๆ เช่น กระดิกนิ้วมือไปมา การโบกมือ หนุนมือทำซ้ำๆ
- มีความสนใจของเล่นหรือวัตถุเพียงส่วนหนึ่ง และด้านหนึ่งโดยเฉพาะ

เด็กออทิสติกจึงมีความผิดปกติล่าช้า คือ ก่อนอายุ 3 ปี ไม่สามารถเล่นของเล่นที่สร้างจากจินตนาการ ไม่สามารถสื่อภาษาที่ใช้ในสังคม ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ และโต้ตอบกับคนรอบข้างได้
  • ออทิสติกเกิดขึ้นได้อย่างไร

เรายังไม่พบสาเหตุแท้จริงของโรคนี้ แต่พบหลักฐานที่มีความผิดปกติของสมองคือ
  • เด็กออทิสติก ร้อยละ 25-30 จะมีประวัติเป็นไข้และชักมาตั้งแต่เด็กเล็ก
  • มีความผิดปกติของมารดาขณะตั้งครรภ์ เช่น ติดเชื้อหัดเยอรมัน เมื่อเด็กเกิดมาจะพิการร่วมด้วย
  • มีความเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ ในเด็กแฝดจะพบว่าเป็นออทิสติกในอัตรา 1:25
  • มีความผิดปกติของมารดาระหว่างตั้งครรภ์และการคลอดพบมากถึงร้อยละ 50
  • ด้านสรีระวิทยา จะพบความผิดปกติของตัวนำในระบบประสาท เช่น สารเซอโรโทนิน โดปามีน
  • มีความผิดปกติของระบบภูมิต้านทาน คือ เด็กออทิสติกจะ มีภูมิต้านทานไปต้านสมองของตนเอง
  • จะพบความผิดปกติของเซลล์สมองอยู่ 2 แห่ง คือ สมองบริเวณที่ควบคุมด้านอารมณ์ ความจำ และแรงจูงใจ กับบริเวณที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งยังไม่พัฒนา เมื่อเทียบอายุจะเท่ากับทารกอายุ 38 สัปดาห์ในครรภ์มารดา
  • วิธีการตรวจทางการแพทย์

  • สอบถามประวัติของพ่อ แม่ หรือผู้ดูแลเด็กที่เลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด
  • แพทย์ตรวจประเมินพิจารณาพฤติกรรมของเด็ก ซึ่งต้องใช้เวลานาน แต่ถ้าถ่ายวิดีโอมาด้วยก็จะช่วยให้ระยะเวลาในการปริเมินสั้นลง
  • สังเกตพฤติกรรมด้านร่างกาย การเคลื่อนไหว สายตา การรับฟัง การสื่อความหมาย
  • ด้านสติปัญญาจะล่าช้าคล้ายเด็กปัญญาอ่อน แต่จะมีความสามารถด้านหนึ่งเป็นพิเศษ
  • ตรวจทางจิตวิทยา เพื่อดูระดับความสามารถทางสติปัญญาเพื่อประโยชน์ในการเรียนต่อไป
  • ทดสอบการได้ยิน เด็กออทิสติกจะได้ยินช่วงความถี่ที่กว้างมากกว่าคนปกติธรรมดา
  • จะช่วยเหลือและรักษาอย่างไรเมื่อรู้ว่าลูกเป็นออทิสติก

  • พ่อแม่ต้องมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ฝึกอบรม ในการปฏิบัติดูแลเด็กออทิสติกอย่างเหมาะสม
  • ลดพฤติกรรมผิดปกติของเด็กออทิสติก โดยใช้พฤติกรรมบำบัดแทน
  • กระตุ้นให้เด็กออทิสติกเข้ากลุ่มในเด็กวัยเดียวกันเพื่อพัฒนาด้านสังคมและอารมณ์
  • ฝึกให้เด็กพูดและสื่อความหมายทางภาษา ให้สามารถพูดคุยโต้ตอบ และทำตามคำสั่งได้
  • เด็กออทิสติกที่มีปัญหาในการนอน มีพฤติกรรมอยู่ไม่สุข อยู่ไม่นิ่ง ต้องให้แพทย์ช่วยจ่ายยาให้
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กโดยใช้กิจกรรม ละครบำบัด ดนตรี ออกกำลังกาย มีความสำคัญมาก
  • เด็กที่โตและได้รับการบำบัดแล้ว ควรเรียนในโรงพยาบาลพิเศษก่อนจะเข้าโรงเรียนปกติต่อไป
  • วิธีการฝึกและดูแลเด็กออทิสติกอย่างไร ?

วิธีนำเด็กออกจากโลกของตนเองสู่สังคมในบ้าน
- กระตุ้นประสาทสัมผัสทั่วร่าง คือ ทางผิวกาย ทางตา หู จมูก ลิ้น
- จับมือเด็กในทำกิจกรรมด้วยตนเอง เพราะเด็กส่วนมากจะบอกไม่ได้ แต่สามารถจับมือทำกิจกรรมได้
- ฝึกเด็กให้รู้จักชื่อของตนเอง และหันตามเสียงเรียก เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สัมพันธ์กับผู้อื่น
- สอนให้เด็กรู้จักตนเองและสมาชิกในครอบครัว รับรู้ความแตกต่างของสมาชิกทุกคน

การฝึกกิจวัตรประจำวัน
- สอนให้รู้จักชีวิตประจำวัน รู้จักช่วยตัวเอง ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน
- สอนให้เด็กทำความสะอาดร่างกาย แปรงฟัน ล้างหน้า อาบน้ำ เด็กจะภูมิใจเมื่อเขาทำได้
- ฝึกเรื่องการแต่งกาย กางเกงควรเป็นกางเกงยืดที่ใส่และถอดง่าย
- ฝึกใช้ช้อนรับประทานอาหาร เพราะเด็กออทิสติกส่วนมากจะใช้มือหยิบอาหารเข้าปาก
- ฝึกขับถ่าย ปกติเด็กอายุ 2-3 ปี ควรจะฝึกขับถ่าย ถ้าจำเป็นก็ให้เลิกใช้ผ้าอ้อม

การเล่นและรับรู้ทางอารมณ์
- เด็กออทิสติก จะเล่นของเล่นเด็กไม่เป็น เพราะขาดจินตนาการ จึงควรฝึกให้เด็กเล่นของเล่น
- เด็กจะมีปัญหาทางอารมณ์ ไม่สามารถพูดได้ จึงควรใช้ท่าทางสื่อสารและค่อยๆ ฝึกจนพูดได้
- เด็กจะไม่รู้จักสีหน้า ท่าทาง อารมณ์ จึงมักหัวเราะเมื่อแม่ร้องไห้

การสอนเด็กออทิสติกต้องใช้ความอดทน ข้อดีก็คือ เมื่อเด็กจำได้เขาจะไม่ลืมเลย นอกจากนี้การออกกำลังกายถือว่ามีประโยชน์ที่สุด เป็นธรรมชาติ และทำให้การเคลื่อนไหวถูกต้องด้วย

เด็กออทิสติกกับปัญหาทางการศึกษา
- เด็กออทิสติกมีความสนใจการเรียนสั้นมาก แค่ 2-3 วินาที เท่านั้นก็มักจะกระโดดโลดเต้น
- ปัญหาในการสื่อความหมาย เด็กมักจะกลับไปอยู่ในโลกภาษาของตนเองที่คนอื่นไม่เข้าใจ
- เด็กออทิสติกเรียนรู้โดยการลอกเลียนแบบ แต่สามารถจะเรียนศิลปะที่ละเอียดอ่อน เขียนภาพได้ดีมาก
- เด็กออทิสติกจะมีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำภาพได้ดีเป็นพิเศษ
- เด็กไม่สามารถแสดงอารมณ์เศร้าหรือดีใจได้ บางคนยิ้มไม่เป็น จึงต้องฝึก
- เด็กจะมีความจำดี จำได้นาน เรียนรู้บางเรื่องได้ดีมาก ซึ่งถือเป็นข้อดีที่ควรนำมาใช้
- การนำเด็กไปเรียนร่วมกับเด็กปกติ ต้องระมัดระวังมาก เพราะเพื่อนอาจจะล้อเลียน
  • ป้องกันอย่างไรไม่ให้ลูกเป็นออทิสติก

มีหลักฐานแน่ชัดว่า เด็กออทิสติกเกิดจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตนของมารดาระหว่างที่ตั้งครรภ์ ระหว่างคลอด หลังคลอด และเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ รวมทั้งความผิดปกติของภูมิต้านทาน

ดังนั้น มารดาที่ตั้งครรภ์ จึงควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และพ่อแม่ที่มีประวัติครอบครัวเป็นออทิสติก ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน


(update 12 กันยายน 2003)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600