| ความก้าวหน้าสำคัญของการรักษาสโตรคเกิดจาก t-PA
t-PA ย่อจากคำเดิมว่า Tissue Plasminogen activator ตามลักษณะการออกฤทธิ์ของยาที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ
ช่วยละลายลิ่มเลือดได้
ดังนั้นเวลาเส้นเลือดแดงที่เลี้ยงสมองเกิดการตีบตันหรือมีก้อนเลือดไปอุดตัน หากได้ยา t-PA โดยเร็ว
(ภายใน 3 ชั่วโมงหลังเกิดสโตรค) ก็จะทำให้เกิดก้อนเลือดละลาย ทำให้เลือดไหลไปสมองได้อีก
ความเสียหายจากภาวะสมองขาดเลือดก็จะกลับดีขึ้น
ด้วยเหตุนี้ การให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนว่า เมื่อไรจึงถือว่าเกิดสโตรคเป็นสิ่งสำคัญมาก
อาการเตือนว่าเป็นสโตรค คือ
- อาการอ่อนกำลัง ชา หรืออัมพาตของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า แขน หรือขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย
- เกิดพูดไม่ได้ หรือพูดลำบากขึ้นมาฉับพลันทันใด
- เกิดไม่เข้าใจคำพูดหรือรู้สึกสับสนขึ้นมาทันที
- ตามองไม่เห็นข้างใดข้างหนึ่ง หรือตามัวขึ้นมาฉับพลัน
- ปวดศีรษะรุนแรงขึ้นมาทันทีโดยไม่มีเหตุนำชัดเจน
- ทรงตัวไม่ได้หรือไม่ดี
|
|
ยา t-PA
ยา t-PA (Tissue Plasminogen Activator) ได้รับการรับรองจาก FDA (Food and Drug Administration)
หรือ อย.สหรัฐอเมริกา ให้ใช้เป็นยารักษาโรคสโตรคที่เกิดจากการอุดตันของลิ่มเลือดในเส้นเลือด (Ischemic Stroke)
อันเป็นสาเหตุของการเกิดสโตรคกว่า 80% และโรคหัวใจ ตามคำแนะนำของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา
(the American Heart Assoclation - AHA) ซึ่งแนะนำให้ใช้ยา t-PA ภายใน 3 ชั่วโมงหลังจากมีอาการ
จะทำให้ได้ประสิทธิภาพของยาสูงสุด และหากได้รับยา t-PA ภายใน 12 ชั่วโมง
ก็ยังสามารถเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้
ส่วนข้อจำกัดของการใช้ยา t-PA นี้ก็คือ กรณีสโตรคชนิดที่มีเลือดไหลออกมามาก (Hemorrhagic Stroke)
เนื่องจากยาจะไปเร่งการไหลของเลือดให้มากขึ้น ฉะนั้นก่อนการให้ยา t-PA แพทย์จะทำการตรวจสมองด้วยวิธี CT Scan
เพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีเลือดออกในสมอง |