- เลโวโดป้า (Levdopa) หรือชื่อย่อว่า L-Dapa เป็นยาขนานแรกๆ ที่รักษาโรคพาร์กินสัน
ซึ่งเมื่อยาเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกแปลงเป็นสารโดปามีน (Dopamine) เพื่อเสริมให้เซลล์สมองที่ไม่สามารถผลิตสารนี้ได้มากพอ
- ยานี้มักจะต้องให้ควบคู่กับยาขนานอื่น เช่น ควบกับ Cardidopa ซึ่งจะช่วยขนส่ง L-Dopa
ไปถึงสมองได้มากขึ้น หรือควบยาอื่นเมื่อ L-Dopa เริ่มออกฤทธิ์ไม่เพียงพอที่จะยับยั้งอาการ
- 1 ใน 3 ของคนไข้โรคพาร์กินสันจะตอบสนองต่อยา L-Dopa ไปตลอดชีวิต
แต่ในรายอื่นยาใช้ไปนานๆ แล้วก็เสื่อมฤทธิ์ลง
- โดปามีน อโกนิสต์ (Dopamine Agonists) ซึ่งออกฤทธิ์โดนเลียนแบบผลของโดปามีนในการนำส่งสัญญาณ
จากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังอีกเซลล์ประสาทหนึ่ง หมายความว่าข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว
จะดำเนินต่อไปในคนที่เป็นโรคพาร์กินสันทั้งๆ ที่ไม่มีเซลล์ผลิตโดปามีนมากพอ ตัวอย่างยากลุ่มนี้คือ Perglide
และ Bromocriptine
- ยาเลียนแบบโดปามีน จะช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ดีขึ้น ทำให้ประกอบกิจวัตรประจำวันได้ต่อไป คนไข้บางรายอาจได้เริ่มต้นการรักษาด้วยยาขนานนี้ถ้าหากคุณหมอคิดว่าเหมาะสม
- การจะหายาที่ถูกกับโรคในคนไข้แต่ละคนเป็นศิลปะและความรู้ที่คุณหมอต้องประยุกต์ใช้
โดยไม่อาจจะใช้ยาเหมือนๆ กับทุกรายได้ จึงจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและมีความมุ่งมั่น
|
|

- ยา L-Dopa เพิ่มสารโดปามีนให้แก่เซลล์สมอง
- ยา Dopamine Agonist (DA) ทำหน้าที่แทนหรือเสริมสาร Dopamine (D)
|