บ้านไหนมีลูกหลาน 8 ขวบ
น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ได้เริ่มแบบฝึกหัดใหม่ที่ต่างจาก 7 ขวบ ค่อนข้างมาก
เพราะช่วงเวลานี้ จะเป็นจุดเชื่อมต่อสู่วัยรุ่นตอนต้น
บุคลิกและพฤติกรรมถดถอยของวัย 7 ขวบ อันเนื่องมาจากก้าวสู่รั้วโรงเรียนที่ไม่ใช่อนุบาล เริ่มเจือจางลง
หลังจากที่วัย 8 ขวบ ปรับตัวได้กับระบบระเบียบ ก็ต้องดูแลรับผิดชอบตนเองในบางเรื่อง ถึงเวลาเริ่มออกสำรวจทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว
เพราะทุกอย่างล้วนน่าสนใจ พอดีกับช่วงเวลาที่ทั้งหญิงชายมีร่างกายแข็งแรงขึ้น เริ่มคิดและจินตนาการได้มากขึ้น
มีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น
ก่อนหน้านี้เราคุยกันถึงบุคลิกลักษณะของวัย 8 ขวบ ว่าเขาและเธอเริ่มเบิกบานสู่โลกนอกบ้านมากขึ้น
หลังจากที่ปรับตัวขลุกขลักอยู่เมื่อ 7 ขวบ
ความเบิกบานสู่นอกบ้านนั้น ทำให้อยากรู้ อยากทำ อยากฟัง อยากเข้าร่วม อยากเล่นไปเสียหมด
แน่นอน พ่อแม่ย่อมเหนื่อยแฮ่กเป็นพิเศษในช่วงเวลานี้ แต่ถ้าเข้าใจและย้อนวัยกลับไปสนุกกับลูกๆ
พ่อแม่อาจพบว่า
วัยนี้ก็น่ามหัศจรรย์ไม่น้อย
คราวนี้เราจะมาดูสัมพันธภาพของวัย 8 ขวบกับพ่อแม่บ้าง
ว่ากันว่ามันมีความซับซ้อนขึ้น และก็มีบางเรื่องที่วัย 8 ขวบรู้สึกว่า อยากให้เป็นความลับระหว่างเราแม่ๆ ลูกๆ
หรือไม่ก็ความลับในหมู่เพื่อน ใครเอาเรื่องลับนี้ไปปูดที่ไหน เพื่อนโกรธกันน่าดูเลยนะ
พ่อกับผม แม่กับหนู เราคู่กันเสมอ

ดูเหมือนว่าวัย 8 ขวบ ส่วนใหญ่จะเรียกร้องเวลาจากพ่อแม่เป็นพิเศษ เดี๋ยวชวนเล่น เดี๋ยวชวนคุย
ไม่ค่อยปล่อยให้พ่อแม่ได้อยู่นิ่งๆ คำพูด ความคิด และการกระทำของพ่อแม่ในความรู้สึกนึกคิดของวัย 8 ขวบ
ส่งผลมากต่อความรู้สึกนึกคิดของเขา ดังนั้น เมื่อเด็กชายติ๊ดดี่เห็นว่าแม่เริ่มอารมณ์บูดขณะที่เดินเก็บเข็มขัด วอคเกอร์
ผ้าพันคอลูกเสือที่เขาทิ้งไว้รกทั่วบ้าน และทำท่าว่าจะบูดไปอีกนาน ติ๊ดตี่จึงเข้าไปช่วยเก็บอย่างเงียบๆ แม้จะไม่เรียบร้อยนัก
เพราะใจมันวิ่งจู๊ดไปอยู่นอกบ้าน อยากออกไปเล่นมากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่คิดถึงความรู้สึกแม่นะ
เขาคิดมากเชียวละ คิดว่า 'แม่น่ะ อย่าโกรธนานนะ ตี่ไม่ชอบเลย'
นักจิตวิยายังพบว่า วัย 8 ขวบ บางคนรู้สึกไม่ดีไปจนถึงหงุดหงิดด้วยซ้ำ เมื่อเห็นว่าแม่ใช้เวลากับคนอื่นมากไปแล้ว
นึกภาพเจ้าตัวร้ายที่รักของเราออกไหม เจ้าคนที่ยืนเกาะโต๊ะทำหน้างอรอแม่เมาธ์กับเพื่อนๆ อยู่น่ะ
เวลาระหว่างแม่ๆ ลูกๆ วัย 8 ขวบ ไม่ใช่เพียงแค่นั่งดูเขาทำอะไรต่อมิอะไรไปเฉยๆ
หากเป็นเวลาที่แม่ต้องลงแรงลงสมองด้วย กับสาวหนิง แม่ใช้วิธีชวยเจ้าหล่อนเขียนจดหมายถึงคุณยาย
เพราะวัย 8 ขวบเริ่มมีสมาธิที่ยาวขึ้น นัยว่าวิธีนี้จะทำให้แม่ไม่เหนื่อยมาก
และก็ได้ใช้เวลานั้นคุยกันกะหนุงกะหนิงด้วย
นอกจากนี้แล้ว การชวนวัย 8 ขวบ ทั้งหญิงชายทำกับข้าวพับผ้า ก็เป็นเรื่องที่ทำได้
จะเป็นช่วงเวลาเติมเรื่องใหม่ๆ ให้กับชีวิตวัยเบิกบานนี้ได้
แต่ก็มีบางรายเหมือนกัน อย่างหนุ่มเต้ข้างบ้าน รายนั้นพ่อเขาต้อนออกไปเตะบอลกันดังสนั่นอยู่ที่โรงรถ
ไม่งั้นพี่แกเตะอัดผนังในบ้าน! เป็นเรื่องให้น้องเล็กร้องกรี๊ดว่า พี่ทำหนวกหู ส่วนพี่เต้ก็บอกว่า
"ฮึ่ย
แบบเนี้ย
มันส์จะตาย หนวกหูก็ไปนั่งนอกบ้านดิ๊!" เรื่องภาษา 'เว่อร์ๆ แบบนี้ วัย 8 ขวบเขาถนัดนักละ
ถึงแม้สัมพันธภาพส่วนใหญ่จะม่วนขึ้น แต่ก็มีหลายครั้งที่วัย 8 ขวบ ซึ่งมัก จับตาพ่อแม่อยู่ตลอด
จะหลุดคำพูดที่ทำให้พ่อกับแม่อึ้งกิมกี่ ก็เพราะวัย 8 ขวบ ยังไม่สามารถยืดหยุ่นหรือคิดได้รอบด้าน
การทำผิดพลาดบางประการของพ่อแม่จึงเป็นเรื่องที่รับได้ยาก โดยเฉพาะถ้าแม่พลาดแล้วละนะ
โฮ้ยพี่ติ๊ดตี่แกไม่ยั้ง "ก็แม่สอนติ๊ดตี่เองนี่ ว่าอย่าข้ามถนนนอกทางม้าลาย แม่ทำงี้ได้ไง"
โธ่
ก็แม่ปวดเข่า
อ้างไม่ได้ เขาไม่ฟัง และจะเริ่มสับสนกับสิ่งถูกต้องที่แม่สอนมา สับสนกับแม่อีกต่างหาก
เรื่องลับของสองเรา

วัย 8 ขวบเป็นช่วงเวลาที่ต้องการความเฉพาะและเป็นส่วนตัวกับพ่อ หรือกับแม่
หลายครั้งเราอาจจำภาพที่ลูกชายนั่งคุยกับพ่อด้วยท่าทางที่ถอดแบบกันออกมา
เพะ เขาอาจกำลังคุยกันด้วยเรื่องรถยนต์
เครื่องบินขับไล่ หรือไม่ก็เกมมันส์ๆ สมัยพ่อเด็กๆ แม่อย่าได้เลี้ยวเข้าไปเชียว พ่อกับเจ้าติ๊ดตี่จะรู้สึกว่าการคุยกร่อยลง
กับลูกสาว 8 ขวบ ก็เป็นเรื่องดีที่แม่จะแบ่งปันช่วงเวลาคุยกันเรื่องความคิด จินตนาการ
หรืออาจเล่นเกมบางอย่างด้วยกัน แต่ถ้าลูกไม่ว่างขนาดนั้น เพราะการบ้านและรายงานจดเป็นแถวยาวในสมุดจดการบ้าน
การชวนวัย 8 ขวบเขียนรายงาน ช่วยกันค้นเรื่อง และเล่าอะไรต่ออะไรออกไปนอกเรื่องบ้าง
ก็จะทำให้การทำงานนั้นน่าเพลิดเพลินยิ่งขึ้น
คุณแม่ของหนิงบอกว่า เธอช่วยลูกค้นหาสารานุกรมมาเป็นข้อมูลในการทำรายงานเรื่องทวีป
ที่จริงรายงานของนักเรียนป.3 นั้นไม่ยากเลยถ้าแม่ช่วย วาดรูปกลมๆ แทนทวีปเอเชีย แล้วชี้ไปว่าทวีปอื่นๆ
ทางซ้ายขวามีอะไรบ้าง และคุณแม่ก็ใช้เวลานั้นคุยเรื่องประเทศต่างๆ กับลูก สมองของวัย 8 ขวบกำลังแตกงอกออกรับสิ่งใหม่ๆ
การเปิดหนังสือดูรูป แล้วปล่อยให้จินตนาการของแม่กับลูก 8 ขวบ เดินทางไปด้วยกัน เป็นสิ่งที่น่าจะทำได้
นักจิตวิทยาจากสถาบันอย่างจิเซลล์ บอกว่า ถ้าพ่อแม่สามารถเติมเต็มช่องว่างทางอารมณ์ของวัย 8 ขวบได้มากพอ
มีเวลาพูดคุยชื่นชมในสิ่งที่เขาทำใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นความดีงาม เขาจะก้าวสู่วัย 9 ขวบได้อย่างมั่นคง
มั่นใจ
มีตัวอย่างของเด็กชายวัย 8 ขวบ
ขออนุญาตยกตัวอย่างของฝรั่งบ้าง เจ้าแมทธิวพยายามที่จะกวาดสนามหญ้าหน้าบ้าน
ในวันเสาร์ตอนที่พ่อแม่ไม่อยู่ หวังว่ากลับมาพ่อกับแม่จะชื่นชม แต่กลายเป็นว่าพ่อแม่กลับซะดึกเชียว ไม่ทันเห็นสนามหญ้าตัดสั้น
(แม้จะเว้าๆ แหว่งๆ บ้าง) ไม่มีคำชมหรือการยอมรับ เจ้าแมทธิวย่อมเสียความรู้สึก และก็ไม่อยากทำดีอีก
อุตส่าห์แอบทำลับๆ กะจะเซอร์ไพรซ์ซะหน่อย
แมทธิวเลยออกไปหาเพื่อนดีกว่า
กับพ่อ
คือความสนุก

สัมพันธภาพระหว่างพ่อกับวัย 8 ขวบนั้น แม้จะไม่เจ๊าะแจ๊ะจี๋จ๋าสนิทแน่นเหมือนแม่กับลูก แต่เมื่อมีพ่ออยู่ด้วยทีไร
วัย 8 ขวบจะสนุกเมื่อนั้น และถ้าพ่อจะทำอะไรไม่ได้เรื่องไปบ้าง เช่น วางแก้วกาแฟไว้ตรงนั้นตรงนี้ให้แม่บ่น
วัย 8 ขวบกลับรู้สึกว่า "เออน่า ไม่เห็นเป็นไร" เพราะวัย 8 ขวบ มองพ่อเป็น หัวหน้าบ้าน พร้อมที่จะเชื่อฟังคำสั่งโดยไม่โต้แย้ง
แต่ถ้ามีปัญหาใดๆ ก็ตาม เจ้า 8 ขวบ จะวิ่งกลับมาหาแม่ทันที เพราะแม่ก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจเสมอ
นั่นก็เพราะแม่น่ะเข้าใจลูกทุกกรณีไม่มีข้อแม้ เข้าใจลึกไปถึงจิตใจของลูกด้วย
วัย 8 ขวบนั้น แคร์เรื่องสัมพันธภาพในครอบครัวเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะระหว่างเขากับพ่อแม่
หรือพ่อกับแม่จะโกรธจะดีจะงอนกัน เหล่านี้ล้วนส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของวัย 8 ขวบไม่น้อย
ถ้าพ่อแม่แพ็กกันเป็นแทคทีมให้ลูกเห็นเสมอ ทัศนคติที่ดีของการมีครอบครัวก็จะค่อยๆ
ก่อแข็งแรงในใจของวัย 8 ขวบนี้
(update 22 พฤศจิกายน 2002)
[ ที่มา..
life & family ปีที่ 6 ฉบับที่ 61 เมษายน 2544 ]
|