...ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าวัยนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต
แล้วพ่อแม่จะปล่อยให้ลูกก้าวข้ามไปเพียงลำพังหรือ ? ...
ลองดูตัวเลขพวกนี้ให้ตกใจเล่นๆ กันหน่อยเป็นไร
วัยรุ่นไทย 663,290 คน เกี่ยวข้องกับยาเสพย์ติด
41% ของเด็ก ม.1-ม.3 เคยมีความคิดอยากตาย
โดยเฉลี่ย วัยรุ่นชายมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุ 15 ปี และวัยรุ่นหญิงในเมือง
ร้อยละ 50 มีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน
โลกของวัยรุ่นในปัจจุบัน มีสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากมาย ทั้งยาเสพย์ติด อันธพาล เซ็กซ์
ความเครียดจากการแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายในการเรียน ฯลฯ หลายคนอาจเห็นสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัว
แต่ความจริง มันอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกเท่านั้นเอง มองข้ามไม่ได้เป็นอันขาดนะครับ
เอ
แล้วทำยังไงหนอ พ่อแม่อย่างเราๆ จึงจะช่วยลูกให้ข้ามพ้นช่วงเวลาอันน่าหวาดเสียวนี้ไปได้ด้วยดี
แน่นอนที่สุดว่า พ่อแม่ไม่อาจอยู่กับลูก คอยสอน และคอยเตือนเขาได้ตลอดเวลา ในวัยอย่างนี้
ลูกจะได้พบกับทางเลี้ยว
ทางเลือกมากมายในชีวิต บ้างก็ดี แต่บ้างก็ไม่ สิ่งที่พ่อแม่น่าจะทำคือ
สอนให้เขารู้จักเลือกเส้นทางที่ถูกต้องด้วยตัวของตัวเอง ซึ่งเรื่องแบบนี้ต้องอาศัยการปลูกฝังครับ
ไม่ใช่ปุบปับจะให้เกิดขึ้นทันทีทันใด
- ไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนของลูก
ก็รู้หรอกนะครับ ว่าเป็นเรื่องยากสำหรับครอบครัวที่พ่อแม่ทำงานทั้งคู่ แต่การหาเวลาไปนั่งเชียร์ลูกที่ขอบสนามหรือข้างเวที
จะทำให้เขารู้สึกว่า เขายังคงเป็นที่ต้องการ และมีความสำคัญมากกว่างานและสิ่งอื่นใด
นอกจากนั้น การไปร่วมกิจกรรมของลูก ยังช่วยทำให้การสื่อสารระหว่างกันดีขึ้นอีกด้วย
แทนที่พ่อแม่จะถามคำถามที่แสนน่าเบื่ออย่าง "วันนี้เป็นไงบ้าง" แล้วได้คำตอบเป็นความเงียบเชียบ
ก็จะมีเรื่องของลูกที่สามารถหยิบยกเอามาคุยได้อย่างสนุกสนาน และเป็นกันเอง
ส่วนพ่อแม่ที่ลูกไม่สนใจกีฬาหรือกิจกรรมใดๆ เลย ควรพยายามส่งเสริมเรื่องเหล่านี้แก่เขา
เพราะมันจะช่วยสร้างหรือยกระดับความนับถือตนเอง (self-esteem) ซึ่งจะทำให้เขารู้จักเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิต
- ให้ความรับผิดชอบเป็นของขวัญสำหรับการเติบโต
เด็กวัยนี้ต้องการความเชื่อถือจากพ่อแม่ สิ่งที่น่าจะให้กับลูกในวันที่เขาเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น
คือคำพูดหรือท่าทีที่แสดงให้เขารู้ว่า "ลูกคือคนที่พ่อแม่เชื่อใจ ถึงเวลาแล้วที่ลูกสามารถรับผิดชอบตัวเองได้"
โดยอาจเริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น ให้เงินค่าขนมเป็นรายสัปดาห์ และให้เขาจัดแจงการใช้จ่ายของตัวเอง
หรือให้เขาเป็นผู้วางแผนการไปเที่ยวพักผ่อนของครอบครัว ฯลฯ
เมื่อพ่อแม่ให้ความเชื่อใจแก่ลูก เขาก็จะให้สิ่งเดียวกันนี้กลับคืนด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ
เด็กที่ได้รับการสอนเรื่องความรับผิดชอบ จะกลายเป็นนักแก้ปัญหาชีวิตที่ดีในอนาคต
- เป็นพ่อแม่ในบทผู้ให้คำปรึกษา
กฎระเบียบที่เข้มงวดใช้ไม่ได้ผลกับวัยรุ่นหรอกครับ วัยรุ่นหลายคนพูดให้ฟังว่า
" เหตุผลหลักที่ผมไม่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ก็เพราะไม่มีใครมาคอยห้ามไม่ให้ผมทำอย่างนั้น"
ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่ชอบแหกกฎเกณฑ์เป็นที่สุด เข้าตำรายิ่งห้ามยิ่งยุนั่นแหละ
พ่อแม่จึงควรระวังเรื่องนี้เอาไว้ให้มาก
ความจริงก็คือ วัยรุ่นไม่ต้องการพ่อแม่ที่ทำตัวเหมือนผู้คุมหรือใช้บทบาทแบบผู้จัดการ (parent-as-manager role)
ซึ่งก็หมายความว่า จงให้คำแนะนำแก่พวกเขา จากนั้นรอฟังคำต่อรองได้เลยครับ
- ช่วยลูกตั้งเป้าหมายของชีวิต
เริ่มจากระยะสั้นๆ ก่อน ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นไปได้ จากนั้นก็คอยให้กำลังใจ
และช่วยสนับสนุนให้ลูกเดินไปสู่เป้าหมายนั้น เมื่อทำสำเร็จ เขาจะได้เรียนรู้คุณค่าของตัวเอง
และมีความมั่นใจในการตั้งเป้าหมายต่อๆ ไป
การสอนให้ลูกตั้งเป้าหมายและหาวิธีเดินไปให้ถึง นอกจากจะทำให้เขาภาคภูมิใจในตัวเอง
ยังเป็นการฝึกให้รู้จักจัดระเบียบความคิดด้วย
แต่ที่จะลืมไม่ได้เลยคือ บอกลูก (และย้ำกับตัวเอง) ให้เข้าใจว่า มีถนนหลายสายที่จะเดินไปสู่ความสำเร็จ
และไม้บรรทัดที่ใช้วัดความสำเร็จนั้นก็มีหลายอัน
- สอนลูกให้เป็นตัวของตัวเอง
เด็กที่รู้จักคุณค่าและเป็นตัวของตัวเอง จะสามารถยืนอยู่ได้โดยไม่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากหมู่เพื่อน
เมื่อเพื่อนชวนให้เขาทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เขาก็จะกล้าพอที่จะปฏิเสธ
ความเป็นตัวของตัวเองคือ หนึ่งในกุยแจแห่งความสำเร็จครับ การสอนเรื่องนี้ให้กับลูก
อาจใช้วิธียกตัวอย่างบุคคลที่ลูกรู้จัก ซึ่งเป็นผู้มีความเป็นตัวของตัวเอง และประสบความสำเร็จในชีวิต
แต่เหนือสิ่งอื่นใด พ่อแม่ต้องทำเป็นตัวอย่างให้เห็นด้วย
อย่าเพิ่งเบื่อครับ ที่ต้องย้ำนักย้ำหนากับเรื่องนี้ก็เพราะมันสำคัญจริงๆ พึงระลึกไว้ว่า
สิ่งต่างๆ ที่พ่อแม่บอกและสอนลูกนั้น จะไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย หากปราศจากซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน
และความสัมพันธ์ที่ดีก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่รู้จักฟังเขา
มีคนพูดไว้ว่า " เราจะไม่ฟังคนที่เราไม่สนใจไยดีด้วยหรอก"
แน่นอนว่ากับลูก พ่อแม่ไม่รู้สึกอย่างนั้นแน่ๆ เพราะฉะนั้นจง
ฟัง
(ซะดีๆ)
- พ่อแม่ แบบนี้แหละโดนใจวัยทีน
- ทำในสิ่งที่สอนลูก เด็กเขาจะเรียนรู้จากที่พ่อแม่ทำ ไม่ใช่คำพูด หลายคนห้ามไม่ให้ลูกสูบบุหรี่
แต่ตัวเองพ่นควันใส่หน้าลูกอยู่ทุกวัน
สักวันลูกก็จะเป็นอย่างเดียวกันนั่นแหละ
- "ฉันถูก เพราะฉันเป็นพ่อ (แม่)" คำพูดแบบนี้ไม่เอา
- การแสดงให้ลูกเห็นว่าพ่อแม่ก็ผิดพลาดได้ จะทำให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่เป็นคนธรรมดา
ไม่อยู่สูงเสียจนเขาเอื้อมไม่ถึง (เลยไม่อยากเอื้อม)
- หมั่นแสดงความรักและให้กำลังใจ แม้จะไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองจากลูก แต่รู้ไว้เถอะว่า
สิ่งเหล่านั้นมีค่าอย่างมากในความรู้สึกและจะช่วยสร้างสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้น
- ความรักอย่างเดียวไม่พอ แต่ควรมาพร้อมกับความใกล้ชิดและคอยอยู่เคียงข้าง
โดยเฉพาะเวลาที่เขามีปัญหาและต้องการพ่อแม่
- หาเวลาพูดคุยกับลูกอย่างสม่ำเสมอ หากมีปัญหาอะไรจะได้แก้ไขทัน
- ตามโลกของวัยรุ่นให้ทัน พ่อแม่แบบนี้แหละ เท่ ที่สุดในสายตาของลูก
(update 2 ตุลาคม 2002)
[ ที่มา..
life & family ปีที่ 5 ฉบับที่ 56 พฤศจิกายน 2543 ]
|