มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

เพศศึกษาล้อมคอกก่อนวัวหาย


เคยคิดกันบ้างไหมครับว่า เวลาที่กล่าวถึงคำว่า เพศศึกษา คุณๆ คิดถึงอะไรอยู่... เป็นการชี้โพรงให้กระรอก หรือเป็นการล้อมคอกก่อนวัวหาย และเคยได้ยินกันไหมครับว่า สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งเห็นโคลนตม แต่อีกคนเห็นดวงดาวแพรวพราย...

ขึ้นอยู่กับความรู้ ทัศนคติ ว่าได้รับการปลูกฝังมาอย่างไร

ผมจะลองยกตัวอย่างในอดีต วันหนึ่งขณะที่ผมรับลูกสาวขึ้นรถและกำลังขับไปรับลูกชายที่โรงเรียนอีกแห่งหนึ่ง ลูกสาวผมซึ่งตอนนั้นอายุ 8 ขวบ ถามผมว่า
" คุณพ่อขา...หมายถึงอะไรคะ " ที่ผมเว้นว่างไว้ เป็นคำพูดถึงอวัยวะส่วนสงวนของผู้หญิงและเป็นคำไทยแท้ ซึ่งเข้าใจว่า คุณคงจะเข้าใจนะครับว่าเป็นคำอะไร
" อ๋อ... ก็หมายถึงอวัยวะส่วนสงวนของผู้หญิงอย่างไรลูก ที่ลูกเคยทำความสะอาดทุกวันเวลาอาบน้ำนั่นแหละ แต่ลูกอย่าไปพูดคำนี้ให้ใครได้ยินนะ เพราะเป็นคำไม่สุภาพ และไม่ควรจะใช้เป็นคำที่พูดจากัน " ผมตอบและเชื่อไหมครับว่าตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ ลูกสาวตัวน้อยก็ยังไม่เคยเอ่ยถึงคำดังกล่าวออกมาเลย
" แค่นั้นน่ะหรือคะคุณพ่อ แล้วทำไมพอเพื่อนหนูไปถามคุณแม่กลับโดนคุณแม่ของเขาตบหน้า พร้อมทั้งบอกว่า ลามกเล่าคะ " เด็กสาวอายุ 8 ขวบถามอย่างสงสัยที่เพื่อนของเธอไม่ได้รับคำตอบเช่นเดียวกับเธอ แต่กลับโดนกระทำอะไรที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ
เพราะแม่คิดเอาเองตามความคิดอ่านของแม่ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ ว่าลูกสาวคิดอะไรที่ลามก... แบบที่ผู้ใหญ่คิด ทั้งๆ ที่ลูกสาวไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้นเลย แค่อยากรู้ว่า คำดังกล่าวหมายถึงอะไรเท่านั้น
แบบนี้คุณว่า ลูกสาวลามก หรือแม่คิดลามกเล่าครับ !!! แล้วคุณว่า นั่นเป็นเพศศึกษาไหม... แล้วเป็นการชี้โพรงให้กระรอกหรือเปล่า


เพศศึกษา VS เพศสัมพันธ์

เมื่อไร ผู้ใหญ่ที่มีความคิดอ่านทั้งหลายจะเข้าใจว่า เพศศึกษากับเพศสัมพันธ์นั้นต่างกันลิบลับเลย เพราะเพศศึกษาเป็นการศึกษา ว่าด้วยความเป็นเพศชาย เพศหญิง การพัฒนาการทางเพศตั้งแต่วัยทารก วัยเด็ก วัยเจริญพันธุ์ วัยทอง ไปจนถึงวัยชรา การวางแผนครอบครัว การกำเนิดบุตร รวมทั้งความรัก การครองคู่ ฯลฯ โดยมีเพศสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเท่านั้นเอง

คุณอาจจะมีความรู้ด้านเพศศึกษา โดยไม่จำเป็นจะต้องมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นได้ ขณะเดียวกัน คุณอาจจะมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่มีความรู้ด้านเพศศึกษาเลย ก็เป็นได้เช่นกัน

แต่การมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่มีความรู้เรื่องเพศศึกษามัน...อันตราย

ส่วนการมีความรู้ทางด้านเพศศึกษาที่ถูกต้อง แม้ว่าจะไม่มีประสบการณ์ในการมีเพศสัมพันธ์.... ไม่อันตราย และไม่ได้ทำให้คุณภาพชีวิตลดลงไปแต่ประการใด
การสอนเรื่องเพศศึกษาที่ถูกต้อง จึงไม่ใช่การชี้โพรงให้กระรอก แต่อย่างใด แต่เป็นการล้อมคอกก่อนวัวจะตายเพราะติดเอดส์ จนไม่มีวัวเหลือในคอก

ใครๆ ก็รู้ว่า ความต้องการทางเพศ เป็นความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ สิ่งที่จะต้องสอนก็คือ การบอกถึงอันตรายจากการระบายความต้องการทางเพศออกไป อย่างไม่รู้จักสถานการณ์
เพราะการมีเพศสัมพันธ์ ถูกบุคคล ดูแลสถานที่ และถูกเวลานั้น เป็นเรื่องของความสุขสมที่ปลอดภัย และควรได้รับการสนับสนุน แต่ไม่ใช่ไปพูดว่า การมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ไม่ดี...
การสอนอะไรที่ไม่เป็นความจริงจะทำให้เด็กๆ หลงและไม่เชื่อผู้ใหญ่อีกต่อไป

ผู้ใหญ่บอกว่า เพศสัมพันธ์ไม่ดี...แล้วผู้ใหญ่มีเพศสัมพันธ์กันไปทำไม
ผู้ใหญ่บอกว่า การสำส่อนทางเพศไม่ดี... แล้วผู้ใหญ่มีพฤติกรรมดังกล่าวเป็นตัวอย่างทำไม
ผู้ใหญ่บอกว่า การมีเพศสัมพันธ์ทำให้เสี่ยงติดโรคเอดส์... แล้วทำไมผู้ใหญ่มีเพศสัมพันธ์ โดยไม่สวมถุงยางอนามัยเป็นการป้องกัน
ผู้ใหญ่บอกว่า เด็กๆ ไปเที่ยวเตร่เฮฮาตามสถานบันเทิงยามราตรีเป็นเรื่องไม่ดี... แล้วผู้ใหญ่เปิดสถานบันเทิงเหล่านั้นให้เด็กๆ เข้าไปเที่ยวทำไม

นั่นคงจะเป็นคำถามที่เด็กๆ ทั้งหลายเขาอยากจะถามผู้ใหญ่ ที่คิดว่าตัวเองดีให้ตอบพวกเขาหน่อย... ก่อนที่จะบอกว่า เพศศึกษาเป็นการชี้โพรงให้กระรอก


รักนวลสงวนตัว...เพศศึกษาที่ผู้ใหญ่ต้องการ ?

เคยสอนลูกสาวให้เรียกส่วนนั้นของเธอว่า...ส่วนสงวน บ้างไหมครับ
เคยสอนลูกชายให้เรียกของเขาว่า...ของรักของหวง กันบ้างไหม
สอนให้เรียกตั้งแต่เด็กๆ นะครับ... ไม่ใช่มาสอนกันตอนลูกเป็นวัยรุ่นแล้ว

ถ้าลูกสาวของเรารู้ว่า ส่วนนั้นเป็น ส่วนสงวน ที่จะต้องเก็บไว้ให้คนที่รักเธอจริง และหวังว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเธอ โดยไม่ไปยกให้ใครก็ไม่รู้ลองใช้ก่อนเพื่อพิสูจน์ว่าฉันรักเธอ เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เพราะคิดว่าเป็นแค่อวัยวะส่วนหนึ่งเท่านั้น ใช้ไปแล้วก็ไม่ได้สึกหรออะไร เพราะไม่ใช่ของสงวน

ตอนที่ลูกสาวของคุณเริ่มจับส่วนสงวนของเธอ เมื่ออายุประมาณ 3 ขวบนั้นแทนที่จะไปดุด่าว่ากล่าว เพราะคิดว่าเธอทำอะไรที่ไม่ดี ควรจะฉวยโอกาสสอนให้เธอดูแลรักษาความสะอาด ส่วนสงวน ของเธอ และมีความฝังใจตั้งแต่วัยเด็กว่า เป็นของที่สงวนไว้สำหรับคนที่พิเศษเท่านั้นในชีวิตของเธอ

คุณอาจจะได้ลูกสาวที่รักนวลสงวนตัว โดยไม่จำเป็นจะต้องสอนการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย หรือการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้องก็ได้

และสำหรับคุณที่มีลูกชาย เวลาที่เขาชอบเล่น ของเขา นั้น ทำไมไม่สอนเขาว่า นั่นเป็น ของรักของหวง ที่ชายชาตรีทุกคนควรจะหวงแหนดุจชีวิต และไม่ใช้งานอย่างพร่ำเพรื่อ หรือสุรุ่ยสุร่าย จนของรักของหวง...ป่วย ก็ถ้าเขาซึมซับมาตั้งแต่ในวัยเด็ก ว่าเป็นของรักของหวง ก็ย่อมจะดูแลรักษา และใช้งานอย่างปลอดภัย จริงไหมครับ


รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา...รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

เพศศึกษา เป็นการสอนทักษะในการดำรงชีวิตที่ปลอดภัย ในเรื่องของความรัก กามารมณ์ และสัมพันธภาพระหว่างบุคคลที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
และต้องเรียนรู้ตามสถานการณ์และความเป็นไปที่เกิดขึ้นในสังคม

ลูกๆ ไม่ฟังคุณพ่อคุณแม่หรอกครับ ถ้าจะสอนพวกเขาอย่างเป็นงานเป็นการ พวกเขามีการเรียนรู้ตามรูปแบบมากแล้วจากโรงเรียน พ่อแม่จึงต้องมีทักษะในการสอนเพศศึกษา ที่ไม่น่าเบื่อแก่พวกเขา
เวลาเห็นภาพข่าวคนที่ต้องฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังในรัก... ถามลูกดูว่า ถ้าเป็นลูกจะทำอย่างไร และพยายามปรับความคิดของเขาและเธอให้เห็นว่า อกหักดีกว่ารักไม่เป็น หรือพลาดรักจากแฟน แต่ความรักของพ่อแม่ที่มั่นคงกว่าบริสุทธิ์กว่ายังคงรออยู่ที่บ้าน

ทำอย่างไร บ้านของเรา จึงจะเปี่ยมไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ ให้ลูกๆ ได้รู้ว่าบ้านนี้มีรักรออยู่ และมีรักที่รอลูกๆ อยู่เสมอ

เวลาเห็นภาพวัยรุ่นไปมั่วสุมตามแหล่งที่ไม่ควรจะไป เคยถามพวกเขาบ้างไหมว่า ไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา และอาจจะเกิดอันตรายอะไรบ้าง...ให้พวกเขาได้คิดเอง แทนที่จะสั่งไม่ให้เขาไปในที่ดังกล่าว โดยบอกว่า เป็นที่ไม่ดี

เคยลองยกตัวอย่างบ้างไหมว่า ถ้าลูกผู้หญิงเกิดรักเพื่อนชายแล้ว เป็นของเขาไปแล้ว เพราะคิดว่าเขารัก แล้วเขาเกิดทิ้งไปมีแฟนใหม่ จะเป็นอย่างไร หรือถ้าเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมาอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร
และแน่ใจได้อย่างไร ว่าเพื่อนชายปลอดภัยไม่มีโรคร้ายมาติด

เรื่องต่างๆ เหล่านี้ ต้องสอนให้ลูกๆ ของเรา คิดจากภาพข่าวต่างๆ ที่ปรากฏในสังคมของเรา
ยุคนี้ เราจะมาเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง ไม่ได้อีกแล้ว!!
พ่อแม่ทั้งหลายต้องเตรียมตัวที่จะสอนเพศศึกษาให้แก่ลูกๆ ตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะไม่มีลูกๆ ให้สอน และก่อนที่จะต้องไปเผาศพลูกที่ตายไปเพราะติดเอดส์

คุณจะเริ่มชี้โพรงที่ถูกต้อง ให้แก่ลูกๆ ของคุณ หรือคุณจะปล่อยให้วัวตายหมดคอกของคุณ... คุณเท่านั้นที่เป็นคนตัดสินใจ
และไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร คุณต้องรับผิดชอบ ในสิ่งที่คุณตัดสิน
เพราะเรื่องนี้ คนอื่นไม่เกี่ยว อย่างมากก็ให้แค่คำแนะนำเท่านั้น จะเชื่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของคุณเอง
ขอให้คุณโชคดี


(update 5 เมษายน 2002)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์   ปีที่ 11 ฉบับที่ 509 วันที่ 4 - 10 มี.ค. 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600