โทรศัพท์
อวัยวะล่าสุดของมนุษย์วัยรุ่น
บางทีเขาไม่ได้อยากใช้บ่อยใช้นานหรอก
แต่
เขายังไม่รู้วิธีจัดการ
เทคนิคคุณแม่อย่างนี้ช่วยได้ค่ะ
" กริ๊ง
กริ๊ง
กริ๊ง
กริ๊ง
"
" หนูรับเองค่ะ"
เป็นเสียงที่ได้ยินเป็นประจำ วันละเป็นสิบๆ ครั้ง ในบ้านหมอนิตตั้งแต่ปิดเทอมมานี่
ปีนี้หนูหนึ่งกำลังเข้าสู่วัยรุ่น วัยวุ่นนี่ค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นวัย ติดเพื่อน หรือ เพื่อนติด กันแน่
เพราะหนูหนึ่งเธอแทบไม่ได้เป็นฝ่ายโทร.ออกเลย ได้แต่รับสายอย่างเดียว หรือว่าแค่รับสายก็หมดเวลาแล้ว
ไม่มีโอกาสโทร.ออกก็ไม่รู้นะคะ
เรื่องที่คุย ถ้าถามเจ้าตัวเธอจะบอกว่า สำคัญมาก แต่ถ้าถามคนอื่นๆ ในบ้าน รวมทั้งนายหนุ่มน้องชาย
ทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า ไม่เห็นมีเรื่องสำคัญอะไร คุยสั้นๆ ก็ได้ ทีหมอนิตรับโทรศัพท์จากคนไข้ ปรึกษา
แก้ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ เรื่องยากกว่าของหนูหนึ่งตั้งเยอะ ยังจบการสนทนาได้เร็วกว่าหนูหนึ่งทุกทีนี่คะ
หนูหนึ่งอ้างว่า ปีนี้เธอเปลี่ยนโรงเรียน จะไปเข้า ม.1 โรงเรียนใหม่ เพื่อนจำนวนไม่น้อยไม่ได้ย้ายมาอยู่ด้วย
จำนวนกริ๊งเลยถี่มากกว่าปิดเทอมครั้งก่อน หมอนิฟังแล้ว พอมีเหตุผล เลยไม่ได้บ่น (มาก) ก็หมอนิตสอนไว้เองค่ะ
ว่าถ้ามีเพื่อนนิสัยดีๆ ให้คบกันไว้นานๆ เหมือนหมอนิตยังโทร.คุยกับเพื่อนสมัยประถม สมัยมัธยมอยู่เลยค่ะ
การย้ายโรงเรียนของหนูหนึ่งคราวนี้ ต้องไปเข้าค่ายต่างจังหวัดที่โรงเรียนจัดขึ้นเป็นเวลา 3 สัปดาห์
เป็นช่วงที่บ้านเงียบเลยค่ะ เสียงโทรศัพท์จากเพื่อนเก่าค่อยๆ ซาลงไป ในบ้านเหลือแต่นายหนุ่มคนเดียว
เปล่าเปลี่ยวเอกา ที่เคยเล่น เคยแหย่ เคยแกล้ง เคยทะเลาะกับพี่สาว เป็นอันไม่ได้ทำ จำต้องเป็นเด็กดีโดยลำพัง
การที่พี่น้องได้แยกกันบ้างนี่ดีนะคะ ได้รู้จักเหงา ได้เห็นความสำคัญของอีกฝ่าย ได้รู้ว่า
ขาดเธอแล้วฉันจะรู้สึก ก็งานนี้นายหนุ่มเขาต้องนอนคนเดียวด้วยนี่คะ เล่นเอานายหนุ่มจ๋อยสนิทไปเลย
ถึงกับสารภาพแบบอายๆ กับหมอนิตว่า "คิดถึงพี่หนูหนึ่งจัง เพิ่งจะรู้ว่า จริงๆ ผมรักพี่หนูหนึ่งมากเลยนะนี่"
หนูหนึ่งไปอยู่ค่ายได้สองสัปดาห์ พวกเราจึงตามไปเยี่ยม นายหนุ่มดีใจมาก วิ่งเข้าไปกอดพี่สาว
พร้อมให้ช่อดอกไม้ที่เขาเก็บมาระหว่างทาง เล่นเอาพี่สาวปลื้มและงงไปเลย
ก็นายหนุ่มเขาไม่เคยทำอย่างงี้กับหนูหนึ่งเลยนี่นา
ครบสามสัปดาห์หนูหนึ่งกลับมา โรงเรียนยังปิดต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะเปิดเทอมจริง
เสียงเอะอะ แหย่กัน เถียงกัน สงบลงกว่าสมัยก่อนมาก พี่น้องเล่นกันถ้อยทีถ้อยอาศัย
นับเป็นผลพลอยได้อีกอย่างของการไปค่าย
แต่
" กริ๊ง
กริ๊ง
กริ๊ง
กริ๊ง
"
มาอีกแล้ว โทรศัพท์หนูหนึ่ง ครั้งนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าก่อนไปค่ายอีก
เพราะก่อนไปค่ายมีเฉพาะเพื่อนโรงเรียนเก่า ครั้งนี้ได้เพื่อนใหม่ โรงเรียนใหม่
จากการไปค่ายมาเพิ่มอีก เป็นเพื่อนใหม่ที่สนิทกันแล้วอีกด้วย ก็ไปอยู่ด้วยกันมาตั้งสามสัปดาห์นี่คะ
นายหนุ่มเริ่มรำคาญเสียงโทรศัพท์ เพราะพอจะเล่นอะไรกับพี่สักหน่อยก็จะมีเสียงโทรศัพท์มาขัดขวาง
แล้วพี่จะหายไปคุยโทรศัพท์นาน
นานจนนายหนุ่มรอไม่ไหว หมอนิตเองก็เริ่มรำคาญเหมือนกัน เพราะมันถี่มาก
เรียกว่าวางหูไปไม่เกินสิบนาทีดังใหม่อีกแล้ว คนใหม่เสียด้วย แต่ก็พยายามตัดใจว่าแค่สัปดาห์เดียว
เดี๋ยวพอเปิดเทอมเพื่อนเก่าคงไปมีเพื่อนใหม่ อาจจะลืมๆ หนูหนึ่งไปบ้าง ส่วนเพื่อนใหม่ก็เจอหน้ากันที่โรงเรียนอยู่แล้ว
คงไม่โทร.อะไรกันหนักหนา จึงแค่บอกนายหนุ่มให้ทนๆ เอาหน่อย นายหนุ่มไม่ได้รำคาญคนเดียวหรอกน่า
เพราะหมอนิตเห็นเวลาที่หนูหนึ่งกำลังดูทีวีรายการโปรดอยู่ ก็ดูท่าเธอจะรำคาญเสียงโทรศัพท์ของตัวเองอยู่บ้างเหมือนกัน
เปิดเทอมแล้ว หมอนิตรอดูว่าสถานการณ์โทรศัพท์น่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ ปรากฏว่า ไม่ค่ะ ยังถี่เหมือนเดิม
แม้เพื่อนโรงเรียนเก่าจะจืดจางลงไปบ้าง แต่คนที่ซี้กันยังโทร.อยู่ เพื่อรายงานความเป็นไปของโรงเรียนและเพื่อนเก่า
เพื่อนใหม่จากค่ายโทร.ถามการบ้าน แถมยังมีเพื่อนเก่าโรงเรียนใหม่ต่างโปรแกรมที่ไม่ได้ไปค่าย
และไม่ได้เรียนด้วยกันมาเพิ่มอีก งานนี้ยุ่งยังกับเขมรสามฝ่ายเลยละค่ะ
แบบนี้เห็นทีคุณแม่ต้องออกโรงบ้างแล้ว เพราะถ้าเธอคุยโทรศัพท์กับเพื่อนแค่คนละ 10 นาที 10 คน
ก็ร่วมสองชั่วโมงแล้ว แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปทำงานของตัวเอง การบ้านเพื่อนน่ะคงเสร็จ
เพราะทุกคนโทร.ปรึกษาหนูหนึ่งเสร็จแล้วก็ไปทำการบ้านของตัว แต่การบ้านหนูหนึ่งเองคงไม่เสร็จแน่
เพราะไม่มีโอกาสได้ทำ ทำๆ โทร.ๆ ไม่มีสมาธิ กว่าจะเสร็จก็ดึก ปล่อยไว้อย่างนี้แย่แน่คะ
หมอนิตจึงยื่นคำขาดกับหนูหนึ่ง ห้ามรับโทรศัพท์เอง ถ้าเพื่อนโทรศัพท์มาหา หมอนิตจะให้ทุกคนจดไว้ให้ว่าใครโทร.มา
เวลาใด แจ้งเบอร์โทร.กลับไว้ เมื่อหนูหนึ่งทำงานของตนครบถ้วนสมบูรณ์มาให้หมอนิตตรวจเรียบร้อยแล้ว
หมอนิตจึงจะให้รายชื่อแฟนคลับของเธอเพื่อโทร.กลับได้ ให้เธอคัดเอาเองว่า รายชื่อยาวเหยียดที่ได้รับไปนั้น
เธอจะโทร.กลับใครบ้าง ใครก่อนใครหลัง เพราะบางวันที่รายชื่อยาวๆ หมอนิตก็เห็นหนูหนึ่งโทร.กลับแค่บางคนเท่านั้น
เธอคงขี้เกียจเหมือนกันละน่า
ได้ผลดีพอใช้ค่ะ หนูหนึ่งได้มีเวลาทำงานทำการของตัวเองบ้าง ได้เป็นอิสระจากโทรศัพท์
สถานการณ์เริ่มเข้าที่เข้าทาง ตอนนี้ช่วงวันหยุดหมอนิตยังให้เธอคุยโทรศัพท์ได้
ถ้างานที่ได้รับมอบหมายเสร็จเรียบร้อย ยังไม่ค่อยมีปัญหาค่ะ
หมอนิตคิดไว้ในใจว่า ถ้าควบคุมสถานการณ์ไม่ได้อีกครั้ง หมอนิตจะใช้มาตรการขั้นสุดท้าย
คือไปขอเบอร์ 1-900 มาสักเบอร์ ใครโทร.มานาทีละ 9 บาท เก็บเป็นทุนการศึกษาให้ลูกซะเลย
งานนี้หนูหนึ่งกับนายหนุ่มก็ดูจะเห็นด้วยค่ะ
เรียกว่า เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสไงคะ
(update 12 พฤศจิกายน 2002)
[ ที่มา..
life & family ปีที่ 6 ฉบับที่ 66 กันยายน 2544 ]
|