การจะผูกสมัครรักใคร่ใครสักคนเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างคงทนถาวรตลอดไปชั่วกาลนานนั้น
ต้องยอมรับว่าการพบกันครั้งแรกๆ เป็นเรื่องสำคัญ
จะตัดสินใจคบกันต่อไปหรือไม่ก็อยู่ที่ช่วงแรกพบ
โดยเฉพาะคู่ที่ถูกนัดหมายให้พบกัน หรือคู่ที่พบกันตามสถานที่และเหตุการณ์ต่างๆ เช่น
พบกันตามงานสังสรรค์ หรืองานปาร์ตี้ พบกันที่ฟิตเนสคลับ แล้วรู้สึกต้องตาต้องใจกัน อยากจะคบหาสมาคมกันต่อไป
จนเกิดการนัดพบกันติดตามมา
การนัดพบกันในช่วงแรกๆ นี้ถือว่ามีความสำคัญไม่น้อย
ยกเว้นพวกที่เริ่มจากการเป็นเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันการศึกษา เป็นเพื่อนร่วมงานในที่ทำงานเดียวกัน
แล้วค่อยๆ พัฒนามาเห็นอกเห็นใจจนเป็นความรักกันภายหลัง พวกนี้อาจไม่ต้องคำนึงถึงช่วงเวลาของการพบกันในครั้งแรกๆ
สักเท่าไหร่
เพราะครั้งแรกๆ ของพวกเขาที่พบกันและคบกันเรื่อยมาจนกว่าจะพัฒนาเป็นความรักนั้น
มักจะเป็นการคบกันแบบเพื่อน ซึ่งกว่าจะพัฒนาเป็นความรักก็ย่อมรู้จักกันดีพอสมควรแล้ว
จึงไม่ต้องคำนึงถึงช่วงเวลาที่คบกันแรกๆ ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรถึงจะคบกันต่อไปได้ยืดยาว
แต่สำหรับคู่ที่มีการนัดหมายให้พบกัน หรือพบกันตามสถานที่ต่างๆ แล้วถูกใจจนนัดพบกัน ต่อมานั้น
การนัดพบกันครั้งแรกๆ ถือว่าสำคัญ
ความสำคัญอยู่ที่ความประทับใจ
การจะสร้างความประทับใจให้เกิดกับผู้ที่เราจะพบด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ถ้าเตรียมตัวดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง
มีเรื่องต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยเพื่อนำไปสู่การเตรียมตัวที่ดีสำหรับผู้ที่พบกันครั้งแรกๆ
แต่เรื่องที่อยากจะแยกแยะให้เห็นในวันอาทิตย์นี้คือ เรื่องลักษณะท่าทางเมื่อแรกพบ
นอกจาก ถ้อยคำ จากการสนทนาซึ่งแสดงออกถึง สติปัญญา ที่คู่นัดพบของเรา
จะนำไปประกอบการพิจารณาว่าจะคบหาสมาคมกันต่อไปดีหรือไม่แล้ว
ลักษณะท่าทาง ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งคนที่นัดพบกันครั้งแรกๆ อดที่จะสังเกตสังกา
เพื่อประกอบการพิจารณาด้วยไม่ได้
ระหว่างที่สนทนากันอยู่นั้น ลักษณะท่าทางที่แสดงออกจะบ่งบอกถึง อุปนิสัยใจคอ ได้ไม่มากก็น้อย
ถึงแม้บางคนจะระมัดระวังก็ยังพลั้งเผลอทำอะไร สะเร่อๆ ออกมาให้เห็นอยู่บ่อยๆ
เช่น นั่งรับประทานอาหารกันสองคน แทนที่จะแสดงลักษณะท่าทางของการมีนํ้าใจ ตักอาหารให้บ้าง
แต่กลับตักอาหารใส่จานของเราเท่านั้น
อีกฝ่ายย่อมคิดไปได้ว่าเราน่าจะเป็น คนที่ไม่มีนํ้าใจ
หรือเมื่อพนักงานเสิร์ฟนำอาหารมาเสิร์ฟ โดยมารยาทเราควรกล่าวคำ ขอบคุณ
แต่ถ้าเราไม่กล่าว อีกฝ่ายย่อมคิดไปได้ว่าเราเป็นคนประเภทใด
ในหลายครั้ง เมื่อสั่งอาหารไปแล้ว อาหารมาช้าเกินควร จนต้องสอบถาม
ลักษณะท่าทางการสอบถามถึงอาหาร ก็ย่อมทำให้จินตนาการได้ว่าเป็นคนอย่างไร
บางคนถามด้วยลักษณะท่าทางปนอารมณ์ เช่น ถามว่า "อาหารสั่งไปตั้งนานแล้ว เมื่อไหร่จะได้สักที
โต๊ะโน้นมาทีหลังแต่ได้ก่อน หมายความว่ายังไง ถ้ายังไม่ได้ ไม่เอาแล้ว" ลักษณะท่าทางที่แสดงออก
จากการถามทำนองนี้ย่อมแสดงว่าเป็นคนแบบไหนได้ไม่ยาก
ในสถานการณ์แบบนี้ ควรมีการสอบถามด้วยลักษณะท่าทางที่เป็นมิตรว่า
"ช่วยตรวจสอบดูอาหารที่สั่งไปหน่อยนะว่าติดขัดอะไรหรือเปล่า"
ลักษณะท่าทางอีกแบบหนึ่งซึ่งไม่ควรแสดงออกเมื่อนัดพบกันครั้งแรกๆ ก็คือ
ขณะที่กำลังสนทนากับผู้ที่นัดพบกันอยู่นั้น สายตาก็สอดส่ายไปทางโน้นทางนี้
แทนที่จะประสานสายตาไปยังคู่สนทนาของเรา
ลักษณะท่าทางแบบนี้แสดงว่าไม่ได้สนใจเรื่องที่กำลังสนทนากันอยู่ ถือว่าเป็น
ลักษณะท่าทางที่ไม่ให้เกียรติ
โดยเฉพาะสุภาพบุรุษที่นั่งสนทนากับสุภาพสตรีคนหนึ่งที่เพิ่งนัดพบกัน
แล้วชอบหันไปมองผู้หญิงคนอื่นที่อาจจะดูสวยเซ็กซี่สะดุดตาจนคอแทบเคล็ด
ถือว่าเป็นลักษณะท่าทางที่ใช้ไม่ได้
ลักษณะท่าทางที่ หลุกหลิก และ ลุกลี้ลุกลน ก็เป็นสิ่งที่คนเริ่มนัดพบกันใหม่ๆ
ไม่อยากเห็นเช่นกัน
ยังมีอีกหลายลักษณะท่าทางที่พึงระวังเมื่อนัดพบกันครั้งแรกๆ แต่เนื้อที่ไม่พอเลยขอยกตัวอย่างเพียงเท่านี้
การระมัดระวังลักษณะท่าทางของการพบกันครั้งแรกๆ ไม่ใช่การเสแสร้างแกล้งทำ
แต่ที่ต้องระวังลักษณะท่าทางการแสดงออก เพราะช่วงแรกๆ ของการพบกันนั้น
ยังไม่ค่อยเข้าใจซึ่งกันและกันดีพอ
พอเห็น ลักษณะท่าทางที่แปลกแปร่ง ไปบ้าง ก็อาจจะสร้าง ความเข้าใจผิด
ได้จนไม่สามารถสานสัมพันธ์กันได้ต่อไป
การระมัดระวังลักษณะท่าทางของการนัดพบครั้งแรกๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่กลับเป็นเรื่องดีที่จะช่วยทำให้มีความสัมพันธ์กันได้ต่อไป
มิใช่หรือ
(update 23 กรกฎาคม 2002)
[ ที่มา...
มัลลิกา ]
|