มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

ลูกขอซื้อรถใหม่ไปมหาวิทยาลัย



ดิฉันมีบุตร 2 คน คนโตเป็นผู้ชาย ตอนนี้จะเอ็นท์เข้ามหาวิทยาลัย มีปัญหาขอความเห็น
และปรึกษา คือลูกชายตั้งใจจะเรียนเอแบค หรือมหาวิทยาลัย inter และเขาบอกว่า อยู่กรุงเทพฯต้องใช้รถ เพราะว่าสะดวกกว่า (ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัด) แต่คุณพ่อบอกว่า เข้าไปอยู่ในกรุงเทพฯคนเดียว อยู่หอพัก น่าจะลองใช้ชีวิตที่ธรรมดาก่อน คือเดินไปเรียน จะไปไหนก็นั่งรถเมล์ไปก่อน เวลาเรียนจบคุณพ่อจะออกรถให้ใหม่ และคุณพ่อก็ยกตัวอย่างว่า ขนาดคนรวยๆ เขายังรอเรียนจบก่อนค่อยออกรถ คุณหมอควรแนะนำว่า เราจะบอกลูกชายอย่างไรดี เพื่อให้เข้าใจง่าย และยอมรับเหตุผล

แต่ดิฉันได้บอกลูกชายไว้ว่า เมื่อจะไปเรียนกรุงเทพฯ ช่วง พ.ค.-มิ.ย.45 จัดการเรื่องเรียนเรื่องที่พักให้เรียบร้อยก่อนค่อยหารถ ความคิดเห็นของดิฉันคือ ต้องการมีรถให้แกใช้เพราะ
1. เมื่อการจราจรกรุงเทพฯเป็นแบบนี้ น่าจะมีรถไว้ใช้
2. กลัวว่าถ้าขึ้นรถเมล์ เกิดเจอพวกนักเรียนตีกัน จะตายฟรี
3. ถ้าเรื่องความปลอดภัย ภายในรถเราเองน่าจะปลอดภัยกว่า
และเราไม่มีความเห็นว่าถ้ารอเรียนจบต้องออกรถ เพราะเจอมามากต่อมากต่อมาก ต่อมาพอเรียนจบ ฉลองกัน ออกรถใหม่ เสียชีวิตก็เยอะ ดิฉันไม่ได้คิดว่าเรื่องรถจะเป็นของฟุ่มเฟือย แต่คุณพ่อไม่ยอม คุณหมอว่าจะบอกลูกและคุณพ่ออย่างไรดี ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

ขอแสดงความนับถือ
คุณแม่ลูกสอง



อยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านได้ทราบว่า การตัดสินใจซื้อรถให้ลูกเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเราจะให้ลูกรับผิดชอบของที่มีราคาแพง (ไม่ว่าพ่อแม่จะมีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่) พ่อแม่ควรจะปรึกษากันเองจนได้ข้อตกลงที่เป็นที่ยอมรับของทั้งคู่ แล้วจึงไปพูดคุยกับลูก

อย่าเริ่มต้นการพูดคุยด้วยการทางเลือกเพียงสองทาง ซื้อ กับ ไม่ซื้อ ซึ่งจะขัดแย้งกันมากกว่า เพราะดูแล้วคุณแม่ใจมาทางซื้อแน่ อยากให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่คุยกันโดยเปิดใจฟังข้อดีข้อเสีย จากมุมมองของแต่ละฝ่าย ที่สำคัญการตัดสินใจไม่ใช่เรื่องว่าใครถูกใครผิด แต่เป็นการคุยกัน เรื่องการปรับตัวต่อการใช้ชีวิต การเดินทาง รวมถึงการเลือกที่พักสะดวกสำหรับลูกในการเดินทาง

นอกจากนี้ คุณแม่คะ การตัดสินใจซื้อรถไม่จำเป็นต้องวันนี้ น่าจะลองให้โอกาสลูก เรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตัวเขาเอง มีเป้าหมายในการรอคอยบางอย่างในชีวิตบ้าง ความเป็นห่วงที่ยังมองลูกว่าเป็นเด็ก ที่เราจะต้องปกป้อง สร้างสิ่งแวดล้อมที่เราคิดว่าดีให้แก่เขา แต่ความเป็นจริงยังมีอีกหลายมุมที่เราไม่มอง (หรือไม่อยากมอง) เพราะคุณแม่ลำบากใจที่จะขัดความต้องการของลูก คุยกับลูกด้วยท่าทีมั่นใจว่า แม่มั่นใจว่าลูกดูแลตัวเองได้ดี อยากให้ลูกลองปรับตัวกับชีวิตในมหาวิทยาลัยสักพัก และพ่อแม่จะปรึกษากันว่าจะตัดสินใจอย่างไร อยากเน้นให้ช่วยลูกเข้าใจว่า อำนาจในการตัดสินใจ เป็นของทั้งพ่อและแม่ร่วมกัน ไม่อย่างนั้นเด็กจะต่อรองเอากับคนที่ตัวเองต่อรองได้ มองพ่อว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้าม จะทำให้ความไม่เข้าใจกันบานปลายยิ่งขึ้น

พ.ญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล
ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริม
และป้องกันปัญหาสุขภาพจิต 2 กรมสุขภาพจิต


(update 13 มีนาคม 2002)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน   วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600