|
เมื่อย่างเข้าหน้าหนาวเรารู้สึกว่าอากาศเริ่มเปลี่ยนไปทั้งที่ยังไม่หนาวเลย ความเปลี่ยนแปลง
ที่ทำให้เราสังเกตเห็นเป็นอันดับแรก คือ อากาศเริ่มแห้งลง ผิวที่เคยชุ่มชื่นจากไอน้ำในบรรยากาศรอบๆ ตัวเรา
และจากเหงื่อที่ซึมออกมาจากความร้อน จะเริ่มแห้งและลอกเป็นขุย สังเกตได้ก่อนที่ขาและแขน
ต่อมาที่หน้าจนลุกลามไปทั่วทั้งตัวก็ได้ มักจะมีอาการคันยุบยิบ ถ้าเป็นมากขึ้นอาจแสบไปทั้งตัว
สำหรับคนที่มีผิวค่อนข้างแห้งอยู่แล้วจะยิ่งเห็นได้ชัด บางทีแห้งมากผิวอักเสบเป็นวงๆ
แดงกระจายเป็นหย่อมๆ ทั่วร่างกายทำให้ตกใจนึกว่าเป็นขี้กลาก อาจเป็นมากถึงผิวแตกมีเลือดและน้ำเหลือซึมก็ได้
จะเห็นว่าอากาศที่เย็นและแห้งจะมีผลทำให้ผิวเปลี่ยนแปลงสภาพได้มาก ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี
จะทำให้เกิดปัญหาจากน้อยกลายเป็นมากถึงขนาดผิวอักเสบ จะเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังไปนานๆ ก็ได้
ในการบำรุงรักษาผิวในช่วงฤดูการอากาศหนาวเป็นพิเศษจึงมีความจำเป็น อาจแยกออกเป็นส่วนต่างๆ
ตามสภาพการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ผิวกาย ผิวหน้า มือ เส้นผม และหนังศีรษะ
ผิวกาย -
การอาบน้ำ ถ้าร่างกายสกปรกเปรอะเปื้อนมาก ควรอาบน้ำวันละ 1 ครั้ง
ลดลงจากเดิมที่เคยอาบวันละ 2 ครั้ง คนส่วนใหญ่ก็จะอาบน้ำน้อยลงเอง เพราะความหนาวเย็น
ทำให้ไม่ใคร่อยากอาบอยู่แล้ว น้ำที่ใช้อาบไม่ควรเย็นจัดหรือร้อนจนเกินไป น้ำในบ่อในตุ่มที่บ้าน
หรือจากก๊อกจะเย็นจัดไปตามอุณหภูมิอากาศจนอาบไม่ไหว ต้องต้มน้ำร้อนผสมหรือเอาน้ำไปตากแดดเสียก่อน
แดดตอนกลางวันในหน้าแล้งมักจะร้อน เอาน้ำมาตากสักพักน้ำก็จะอุ่นนำไปอาบได้สบาย
สำหรับผู้ที่มีฐานะดีอาจมีเครื่องทำน้ำอุ่น ควรผสมน้ำพออุ่นไม่ให้เย็นหรือร้อนจัดจนเกินไป
หลังจากอาบน้ำเช็ดตัวแห้งดีแล้วให้ใช้น้ำมันหรือครีมชุ่มชื่นลูบไปทั่วๆ บริเวณผิวที่แห้ง
โดยเฉพาะบริเวณแขนขาควรนวดเบาๆ ให้ครีมซึมเข้าผิวเพื่อให้เกิดความชุ่มชื่น ครีมดังกล่าวนี้หาซื้อได้ทั่วไป
ในรูปของโคลด์ครีมธรรมดาราคาไม่แพง ซึ่งมีส่วนผสมหลักคือขี้ผึ้งหรือไขมันจากสัตว์ น้ำมัน และน้ำ
ครีมที่ราคาแพงไม่จำเป็นต้องดีกว่าครีมราคาถูกเสมอไป หรืออาจจะใช้สารประเภทน้ำมัน เช่น
น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันทาผิวเด็กทารก ในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นอาจใช้วิธีอาบน้ำโดยไม่ต้องฟอกสบู่
ผิวที่ทาครีมไว้เมื่อถูกน้ำจะลื่น ทำให้ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ที่ผิวหลุดออกไป
ผิวหน้า -
ผู้ที่มีผิวหน้าแห้งควรใช้ครีมล้างหน้าแทนสบู่ โดยใช้ครีมลูบให้ทั่วหน้าแล้วใช้กระดาษทิชชู
หรือสำลีเช็ดครีมออก สิ่งสกปรกหรือเครื่องสำอางจะถูกเช็ดออกไปพร้อมกับครีม แล้วใช้น้ำล้างให้สะอาดอีกทีหนึ่ง
ถ้ารู้สึกว่าหน้าแห้งหรือตึง ให้ใช้ครีมบำรุงผิวทาเคลือบหลังจากล้างหน้าสะอาดดีแล้ว สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้ง
ควรหลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยสบู่หรือเจล เพราะยิ่งจะทำให้หน้าแห้ง บริเวณที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษอีกแห่งคือ
ริมฝีปาก ซึ่งอาจจะแห้งและลอกเป็นสะเก็ดถึงขนาดยิ้มไม่ออกหรืออ้าปากไม่ขึ้น ถ้าอ้ากว้างหน่อยอาจปริจนเลือดซึม
บางคนชอบดึงสะเก็ดขนปากบวมเป็นแผลเลือดออกและมีอาการเจ็บมาก แนะนำให้ใช้ขี้ผึ้งวาสลิน
ซึ่งเป็นครีมที่หาง่ายและราคาถูก และใช้ได้ผลดียิ่งกว่าลิปกลอสหรือลิปมันเสียอีก
มือ -
บางคนมีปัญหาที่มือ เช่น เป็นคนมือแห้งอยู่เสมอ เมื่ออากาศแห้งก็จะยิ่งเป็นมากขึ้น
มีอาการมือลอกเป็นขุย และเป็นมากขึ้นในสภาพอากาศหนาว บางครั้งแห้งกรอบจนผิวปริ
ผู้ที่มีอาชีพที่มือต้องเปียกอยู่ตลอดเวลา เช่น ขายข้าวแกง ขายน้ำ หรือซักผ้าจะรู้สึกแสบมือ
เมื่อเสร็จงานควรล้างมือให้สะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วใช้ครีมบำรุงชนิดเดียวกับที่ใช้กับผิวกาย
ถ้ามีอาการอักเสบอาจต้องใช้ครีมหรือขี้ผึ้งผสมยาแก้ผิวอักเสบ เช่น ขี้ผึ้งสเตียรอยด์ ทาแก้อักเสบชั่วคราว
ไม่ควรใช้เป็นประจำเพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น
เส้นผมและหนังศีรษะ -
เป็นอีกบริเวณหนึ่งที่พลอยถูกกระทบกระเทือนไปกับการเปลี่ยนสภาพอากาศไปด้วย
จะสังเกตว่าเส้นผมเปลี่ยนเป็นแห้งกรอบ เวลาหวีผมจะดีดออกจากกัน และดีดออกจากหวีเสียงดังเปรี๊ยะ
เนื่องจากเกิดกระแสไฟฟ้า ส่วนหนังศีรษะก็จะแห้งเป็นขุยขาวคล้ายรังแค บางทีรังแคร่วงมาติดอยู่ตามไหล่เสื้อ
ทำให้ไม่น่าดู ผมที่แห้งหวีไม่เข้ารูป แก้ได้โดยใช้ครีมนวดผม ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันผมเกิดประจุไฟฟ้า
อาจเลือกใช้ครีมนวดที่มีขายตามร้านค้าทั่วไป ซึ่งแต่ละชนิดคุณภาพไม่แตกต่างกันมาก
ถ้ามีรังแคที่หนังศีรษะอาจใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันมะกอก นวดหนังศีรษะไว้สักครู่ก่อนสระผม
ถ้าผมแห้งมากควรใช้น้ำมันใส่ผมลูบผมแต่พองาม
ถ้าคุณมีโรคผิวหนังอยู่เดิม เช่น เป็นรังแคหรือโรคสะเก็ดเงิน โรคอาจกำเริบขึ้นขณะอากาศแห้งและหนาวเย็น
การดูแลรักษาผิวควรใช้วิธีเดียวกับผิวทั่วไป มีพิเศษเพิ่มเติมคือต้องทายาสม่ำเสมอ ถ้าผิวแห้งเกินไป
อาจต้องเปลี่ยนยาที่ใช้ประจำให้มีลักษณะมันขึ้นกว่าเดิม หรือทายาให้บ่อยขึ้น
นอกจากการดูแลรักษาผิวดังกล่าว ควรดูแลร่างกายให้ได้รับความอบอุ่นเพียงพออยู่เสมอ
โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ มิฉะนั้นจะเกิดเป็นไข้หวัดและเจ็บคอได้ง่าย ควรสวมเสื้อให้อบอุ่น
การใช้ผ้าพันคอและถุงเท้าจะช่วยได้มากและป้องกันหวัดได้ดี อากาศภายในบ้านอาจอุ่นกว่านอกบ้าน
ขณะแต่งตัวไปทำงาน ไปโรงเรียน หรือไปนอกบ้าน อาจไม่ได้สวมเครื่องนุ่มห่มที่อบอุ่นพอ
จึงควรนำเสื้อกันหนาวหรือผ้าพันคอติดมือไปด้วย ควรใช้ถุงมือ ถุงน่อง ซึ่งเป็นเครื่องกันหนาวได้อย่างดี
ขณะอากาศเย็นร่างกายมีการเผาผลาญสารอาหารมากขึ้นเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
จึงควรรับประทานอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอ เครื่องดื่มร้อนๆ จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นได้มาก
ถึงแม้อากาศเย็นจะทำให้ผิวเราหมองไปบ้าง เราก็ยังพอใจที่จะให้หนาวไปนานๆ หลังจากที่ร้อนกันมาตลอดปี
ข้อดีของความหนาวก็มีมาก อย่างน้อยก็ทำให้เราได้มีโอกาสใส่เสื้อกันหนาวสีสวยๆ ที่ซื้อเตรียมไว้
หรือพับเก็บไว้ในตู้อยู่นาน จนนึกว่าจะไม่มีโอกาสได้ใส่เสียแล้ว
(update 26 กุมภาพันธ์ 2002)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน 3 มกราคม พ.ศ. 2545 ]
|