ธนาคารแม่


วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พวกเราชาวไทยให้ความเคารพรักเทิดทูนศรัทธาเปรียบเสมือน "แม่" ที่แท้จริงของเรา

พวกเราจึงถือว่าวันที่ 12 สิงหาฯ คือ วันสำคัญอีกวันหนึ่งซึ่งเรียกว่า "วันแม่ "
เพื่อให้พวกเราคิดถึงความสำคัญของ "แม่"
เพราะคนสมัยนี้ บางทีก็นึกว่าการมีแม่เป็นเรื่องปกติของชีวิตที่ไม่ต้องไปคิดอะไรกันมาก
เมื่อให้กำเนิดเราเกิดมาก็ต้องมีหน้าที่เลี้ยงดูเราให้เติบใหญ่ต่อไปจนกว่าเราจะเลี้ยงตัวเองได้
หรือบางคนที่เกิดมาพบกับความยากลำบาก อาจจะคิดไกลไปถึงว่าไม่รู้พ่อแม่ทำให้เกิดมาพบความลำบากทำไม

ในส่วนลึกของจิตใจจึงไม่ค่อยรักแม่ คิดถึงแม่สักเท่าไร
บางครั้งเราจึงได้ยินข่าวลูกทำร้ายแม่บ้าง ลูกฆ่าแม่บ้าง เพราะในส่วนกว้างของจิตใจไม่รักไม่ผูกพันกับแม่
การกำหนดให้มีวันแม่ จึงถือเป็นเรื่องดีที่นอกจากเพื่อคิดถึงความสำคัญของแม่แล้ว ยังถือเป็นการยกย่องเชิดชูบูชา "แม่" ผู้ให้กำเนิดเราเกิดมามีโอกาสใช้ชีวิตในโลกใบนี้
โลกที่ถ้าไม่มีแม่ เราก็ไม่สามารถมีชีวิตขึ้นมาได้

การมีชีวิตขึ้นมาได้จึงถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ที่ใครก็ตามไม่ควรลืมคำว่า "แม่"
มิใช่ในแง่ผู้มีพระคุณอย่างล้นเหลือที่ให้เราเกิดมาเท่านั้น
ในทุก ๆ แง่ ทำให้เราลืมคำว่า "แม่" ไม่ได้ไปชั่วนิจนิรันดร
สำหรับวันอันสำคัญยิ่งของแม่นี้ จึงควรที่พวกเราจะคิดถึงแม่ในอีกแง่มุมหนึ่ง คือในแง่มุมที่ว่า "แม่คือธนาคารของลูก"

ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น
ลองนึกดูซิว่าเมื่อเรานึกถึงคำว่าธนาคารเรานึกถึงอะไร
เราจะนึกถึงภาพของสถานที่ที่ทำหน้าที่ฝากและถอนเงิน
แต่ถ้าเราจะถอนเงินออกมาได้ เราต้องมีเงินฝากอยู่ในธนาคารก่อน
เราไม่สามารถถอนโดยที่ไม่มีเงิน
สำหรับ "แม่" แล้ว แน่ยิ่งกว่าธนาคาร
เพราะนับตั้งแต่เกิดจนเติบใหญ่ ลูกสามารถถอนเงินจากแม่ได้อยู่ตลอดเวลา โดยไม่ต้องหาเงินไปฝาก
ลูกสามารถถอนเงินได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ถอนทางตรงก็คือแบมือขอเงินแม่กันตรงๆ ทุกเช้า โดยเฉพาะช่วงที่ลูกอยู่ในวัยเรียน แม่ต้องเตรียมเงินให้เพียงพอต่อการที่ลูกจะมีเงินติดกระเป๋าไปซื้อข้าวกลางวันที่โรงเรียน ไม่เฉพาะแค่ค่าข้าวเท่านั้น แม้แต่ค่าเสื้อผ้า รวมถึงค่าหนังสือหนังหา แม่ก็ต้องหาเตรียมไว้ให้ลูกมาเบิกถอนอย่างพอเพียง

ถอนเงินทางอ้อมก็คือ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เลี้ยงลูกมาตั้งแต่เกิดจนโต
เป็นค่าใช้จ่ายที่แม่หามาจ่ายให้ลูกมีชีวิตที่เติบใหญ่ โดยไม่เคยมีสมุดบัญชีบันทึกไว้แต่อย่างใดว่าจ่ายให้ลูกไปเท่าไร
เพราะแม่ไม่เคยคิดที่จะคิดบัญชีเอาเงินคืนจากลูก
แม่ไม่เคยคิดที่จะคิดดอกเบี้ยจากลูก
แม่จึงไม่ต้องจดบันทึก
แต่แม่กลับนึกว่าจะหาทางทำมาหากินร่วมกับพ่ออย่างไร จึงจะหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพ
แม่จึงเหนื่อยยากสายตัวแทบขาดเพื่อคำเดียวคือคำว่า "ลูก"

ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่มีลูก จะเหนื่อยยากน้อยกว่าคนที่มีลูกเป็นธรรมดา
เพราะไม่ต้องมีภาระหน้าที่ทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูก
แต่เมื่อผู้หญิงคนใดมีลูก สำนึกของความเป็นแม่จะแผ่ซ่านขึ้นมาทันที
ที่ไม่เคยทำก็ต้องทำ
ที่ไม่เคยเหนื่อยก็ต้องเหนื่อย
เงินที่เคยใช้อยู่คนเดียวด้วยความสบายใจ ก็มีคนมาช่วยใช้เพิ่มขึ้น
ลูกบางคนนั้น แม่หาเงินมาเลี้ยงดูจนเติบใหญ่แล้ว แทนที่จะทำมาหากินมีเงินพอจะเลี้ยงดูตนเองได้ กลับยังแบมือขอเงินแม่อยู่ก็มี

แม่ก็ไม่เคยปริปากบ่น
ถึงจะยากจะจนขนาดไหน ก็ดั้นด้นทนทุกข์หามาให้ลูกเท่าที่จะหาได้
เพราะอะไร
เพราะสำนึกของความเป็นแม่
เพราะความรักความผูกพันของแม่
เพราะความปรารถนาดีของแม่
นี่คือความประเสริฐของแม่

นี่คือความดีงามของ "ธนาคารแม่" ที่มีแต่ให้
ลูกพร้อมจะให้อะไรแม่บ้างหรือไม่ ในวันแม่ปีนี้
ไม่ต้องให้เงินให้ทองแม่ก็ได้
แค่ให้ "คิดถึง" แม่ รัก "แม่ เท่าที่แม่รักลูก
เท่านั้นก็พอ!

(update 21 สิงหาคม 2002)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600