เมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นเทศกาลคลายร้อนตามประเพณีไทยแล้ว
วันสงกรานต์ยังถือเป็น วันผู้สูงอายุ อีกด้วย เพราะเมื่อถึงวันสงกรานต์
ผู้สูงอายุจะเบิกบานสำราญใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันที่ลูกหลานจะมาเยี่ยมเยือนกัน
อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้เฒ่าที่ต้องอยู่เหย้าเฝ้าเรือนกันสองคนตายาย
จะรู้สึกสุขกายสุขใจกันเป็นพิเศษเมื่อถึงวันสงกรานต์
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะมีแนวโน้มว่าผู้สูงอายุจะอยู่กันแบบสองคนตายายมากขึ้น
เนื่องจากสภาพการณ์ของสังคมเปลี่ยนแปลงไป
ลูกๆ มักจะแยกครอบครัวไปสร้างครอบครัวใหม่อยู่กันสองคนสามีภรรยา
เพราะเกรงว่าถ้าอยู่กับพ่อแม่แล้วอาจจะมีปัญหาตามมาเหมือนที่เราได้ยินกันบ่อยๆ
เช่นปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้
พ่อแม่ก็เลยต้องอยู่กันเพียงลำพังสองคน
ตอนที่อายุยังไม่สูงมากก็ไม่ค่อยลำบากเท่าไหร่ แต่พออายุมากขึ้น ความลำบากเริ่มถามหา
เพราะยิ่งอายุมาก สุขภาพร่างกายก็ทรุดโทรมลงไปตามวัน เวลาที่เปลี่ยนแปลงไป
เพราะผู้สูงอายุมีภูมิต้านทานต่ำลง โอกาสที่โรคภัยไข้เจ็บจะกรีฑาทัพเข้ามาโจมตีร่างกาย
ก็จะเข้ามาอย่างง่ายดายกว่าตอนที่ยังไม่ย่างเข้าสู่วัยชรา
เวลาเป็นอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็จะดูเป็นมาก เพราะร่างกายตรากตรำมามากจนยากที่จะซ่อมแซม
เรื่องของสุขภาพร่างกายจึงเป็นเรื่องที่ผู้สูงวัยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลง
นอกจากเรื่องสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ผู้สูงวัยมักมีปัญหาเรื่องการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เพราะคนเราเมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะทำงานก็ลดลง เงินทองที่เคยได้รับขณะทำงานก็ไม่ได้รับเหมือนเดิม
จะเอาเงินทองที่ไหนจับจ่ายใช้สอย ย่อมเป็นปัญหาของผู้สูงอายุ
สำหรับผู้ที่รับราชการมีเงินบำนาญกินหลังเกษียณก็อาจจะค่อยยังชั่วหน่อย
แต่ยุคสมัยนี้ก็มีปัญหาไม่น้อยเหมือนกัน เพราะค่าของเงินลดต่ำลง ขณะที่ยอดเงินที่รับบำนาญยังคงที่
ทำให้มีรายจ่ายมากกว่ารายรับ ส่วนพวกที่ฝากแบงก์กินดอกเบี้ยก็ย่ำแย่ไปตามๆ กัน
เพราะดอกเบี้ยนิดๆ หน่อยๆ ไม่ค่อยพอยาไส้
นอกจากนี้ผู้สูงอายุที่อยู่กันตามลำพัง ยังมีปัญหาเงียบเหงา ว้าเหว่
ถึงแม้จะอยู่กันสองคนตายายก็ตาม
ถ้าอยู่คนเดียวยิ่งแล้วใหญ่ มีความเป็นไปได้ที่อาจเป็นโรคประสาทหรือคิดมาก
เพราะเมื่อผู้สูงอายุมีอายุมากขึ้น เพื่อนฝูงรุ่นราวคราวเดียวกันก็ค่อยๆ
ล้มหายตายจากไปทีละคนสองคน
สังคมที่เคยมีก็จะมีเหลือน้อยเต็มที
จากความเป็นไปต่างๆ เหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่า ไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงวัยอยู่กันไปตามยถากรรม
ควรเป็นหน้าที่ของลูกหลานที่จะสานต่อภาระหน้าที่ดูแลผู้แก่ผู้เฒ่าไม่ให้ซึมเศร้ากับชีวิตที่เหลืออยู่ตามลำพัง
เพราะพ่อแม่ท่านดูแลเลี้ยงดูเรามานานหลายสิบปี จึงควรเป็นหน้าที่ที่เราจะดูแลท่านตอบแทนบ้าง
ลูกหลานควรไปชวนท่านมาอยู่ด้วย เพื่อจะช่วยดูแลท่านให้มีความสุขในบั้นปลายของชีวิต
ไม่ควรให้ท่านมาอ้อนวอนขออยู่ด้วย
ถึงแม้ท่านจะช่วยตัวเองไม่ค่อยได้แล้ว แต่ท่านก็อาจจะรู้สึกละอายที่ต้องมาขอลูกหลานอยู่ด้วย
เพราะเกรงว่าจะเป็นภาระแก่ลูกหลาน
ลูกหลานจึงควรหมอบคลานไปเชิญชวนท่านมาด้วยความเต็มใจ อย่าให้ท่านคิดมาก
การที่พ่อแม่ที่เป็นผู้สูงอายุมาอยู่ด้วย นอกจากเราจะได้ช่วยดูแลท่านยามแก่เฒ่าแล้ว
ผู้สูงอายุยังอาจมีส่วนทำให้ครอบครัวอบอุ่นยิ่งขึ้น เมื่อคนสามวัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน
หลานๆ ก็จะรู้สึกดีที่อยู่ใกล้ชิดสนิทสนมกับปู่ย่าตายาย แน่นอนที่สุดว่าปู่ย่าตายายก็จะปลาบปลื้มใจ
ที่เห็นลูกหลานเติบใหญ่ไปแต่ละวัน
บางเวลาภายในครอบครัวระหว่างสามีภรรยา หรือพ่อแม่ลูก อาจจะมีปัญหากระทบกระทั่ง
ผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้ใหญ่จะได้ให้ข้อคิดเตือนใจไปขบคิดบรรเทาปัญหาไปได้ จากหนักกลายเป็นเบา
จนเกิดความเข้าใจกันในที่สุด
การอยู่รวมกันของคนสามวัยคือ แบบเรียนที่ดีที่สุดของการเรียนรู้ชีวิตของลูกหลาน
ที่จะฝึกการผสมผสานการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ลูกๆ จะได้เห็นแบบอย่างของความกตัญญูกตเวที ที่พ่อแม่มีต่อปู่ย่าตายาย
วันหนึ่งเมื่อเขาเปลี่ยนสถานะจากลูกมาเป็นพ่อแม่บ้าง เขาก็จะเข้าใจได้เป็นอย่างดี
ในสิ่งที่เคยเห็นพ่อแม่ทำต่อปู่ย่าตายาย และเขาก็จะทำบ้าง เพราะได้ถูกสร้าง
ถูกหล่อหลอมจากชีวิตจริงมาแล้ว
ใครที่ยังปล่อยให้พ่อแม่อยู่ตามลำพัง ลองนั่งทบทวนดู ควรชวนท่านมาอยู่ด้วยได้หรือยัง
ถ้าพร้อมแล้วก็อย่างลังเลที่จะชวนท่านมาอยู่ด้วยเพื่อช่วยดูแลท่านด้วยความเคารพรัก
เหมือนดังที่ท่านเคยดูแลเราด้วยหัวใจ!
(update 4 มิถุนายน 2002)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2545 ]
|