โรคมือ เท้า ปากเปื่อย

ดร.ท.ญ.ชมพูนุทจิตรปฏิมา

เมื่อเร็วๆ นี้ได้ยินข่าวการระบาดเกี่ยวกับโรคมือเท้าปากเปื่อย (Hand Foot and Mouth Disease) เกิดขึ้นในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนมีผลให้รัฐบาลต้องประกาศปิดโรงเรียนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงเป็นเวลา 1 เดือน เพราะโรคนี้เป็นโรคติดต่อที่เกิดกับเด็กเล็กอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 5 ขวบ

โรคมือเท้าและปากเปื่อย เป็นที่รู้จักกันครั้งแรกในปี ค.ศ.1958 หรือเมื่อ 42 ปีมาแล้ว พบว่าเชื้อที่ทำให้เกิดโรคคือ เชื้อไวรัส (Enterovirus Coxsackie A16) โรคระบาดนี้เกิดขึ้นที่เมือง Toronto ประเทศแคนาดา หลังจากนั้นก็มีการระบาดในหลายเมือง ของประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย โรคนี้มีชื่อคล้ายกับโรคปากและเท้าเปื่อยแต่ไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกัน

เด็กที่ได้รับเชื้อไวรัส Coxsackie A16 นี้จะมีอาการเป็นตุ่มเม็ดแดงๆ ขึ้นที่ผิวหนังบริเวณมือ แขนและที่เท้าแล้วกระจายไปที่ขา บางครั้งอาจมีผื่นแดงและตุ่มเม็ดสีแดงขึ้นในบริเวณเดียวกันด้วย เด็กจะมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องเสีย คลื่นไส้และอาเจียน ที่สำคัญเด็กจะเจ็บปากและไม่ยอมรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นลักษณะที่พบเด่นชัดที่สุดสำหรับโรคนี้

ภายในปากจะมีตุ่มเล็กๆ ซึ่งจะแตกกลายเป็นแผลถลอกและรู้สึกแสบร้อนบริเวณที่พบมากคือ เพดานลิ้นและกระพุ้งแก้มด้านใน บางรายก็มีอาการลามไปที่ริมฝีปาก เหงือก และต่อมทอนซิล ลิ้นมักจะแดงและบวม ระยะอาการของโรคตั้งแต่เริ่มมีอาการจนหายไป จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ การติดต่อเกิดขึ้นได้ง่าย เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกับโรคประเภทเริม ทำให้เด็กเล็กที่คลุกคลีกันอย่างใกล้ชิดในประเทศอินเดียมีโอกาสติดโรคนี้ได้เร็วและง่ายที่สุด

โรคมือเท้าและปากเปื่อย (Hand Foot and Mouth Disease) ไม่มีวิธีการรักษาที่แน่นอน อาการของโรคจะค่อยๆ หายไปเองในระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย รับประทานอาหารปกติได้แต่จะลำบาก เพราะเจ็บแสบจากแผลในปาก จึงต้องให้ความเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี ให้อาหารเสริมบำรุงร่างกายที่มีประโยชน์ เพื่อให้ได้พลังงานพอเพียงและช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากอาการของโรคได้เร็ว

โชคดีที่โรคนี้มักจะเกิดในกลุ่มเด็กเล็กซึ่งยังไม่มีรายงานว่าเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ จึงไม่ต้องวิตกว่าจะต้องแยกผู้ป่วยเด็ก ออกจากสมาชิกผู้ใหญ่ในครอบครัว อย่างไรก็ตามหากปรากฏว่ามีเด็กที่โรงเรียนของลูกเป็นโรคนี้ควรปรึกษากับทางโรงเรียน ให้เด็กหยุดเรียนชั่วคราวเพื่อป้องกันการติดต่อไปยังเด็กคนอื่นๆ

สำหรับพ่อแม่และผู้ปกครองที่มีลูกหลานเล็กๆ วัย 6 เดือน ถึง 5 ขวบ ควรหมั่นสังเกตถ้าลูกมีอาการผิดปกติ เซื่องซึมเบื่ออาหาร หรือมีผื่นขึ้นตามผิวหนังควรรีบพาไปพบแพทย์เป็นการด่วน อย่าคิดว่าคงเป็นไข้เป็นหัดหรืออีสุกอีใสธรรมดา เพราะโรคนี้เป็นโรคที่ติดต่อได้เร็วมาก


(update 19 มิถุนายน 2002)
[ ที่มา... นิตยสารแม่และเด็ก   ปีที่ 24 ฉบับที่ 346 ธันวาคม 2543 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600