มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam


งานเนี้ยคุณหมอไม่ต้องขอ พ่อแม่ลุยเอง


เพราะไม่มีใครจะรู้จักลูกน้อยดีไปกว่าคนเป็นพ่อแม่อีกแล้ว ฉะนั้นยามที่ลูกเกิดเจ็บป่วยไม่สบายขึ้น แกก็ต้องการการเอาใจใส่ดูแลจากคนรู้ใจคนนี้แหละ โดยเฉพาะในโรคภัยไข้เจ็บต่อไปนี้ ซึ่งพ่อแม่สามารถค่ะ


" ถ้าใช่ต้องไปหาคุณหมอ "
  • ลูกเป็นไข้ หรือมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 38 องศาเซลเซียส
  • ลูกปวดหัว โดยเฉพาะในลูกเล็กที่สามารถบอกได้ว่า ปวดอย่างไร หรือมีสาเหตุจากอะไร
  • ลูกอยู่ดีๆ ก็ไม่ชอบแสงสว่าง
  • ลูกมีอาการคอแข็งและเจ็บ
  • ลูกมีผิวหนังซีด เกิดตุ่มพองมีสีแดง หรือเป็นตุ่มจุดสีคล้ำหรือช้ำเขียว
  • ลูกคลื่นไส้อาเจียนมาก
  • ลูกตื่นยาก มีอาการงัวเงียตลอด
  • ลูกมีอาการกระสับกระส่ายและร้องเสียงสูงๆ
อาเจียนและท้องร่วง


เด็กเล็กๆ มักเป็นกันค่ะ ความที่ร่างกายกำลังพัฒนา เจริญเติบโต ทั้งภูมิคุ้มกันก็ยังไม่แข็งแรงดี เลยเป็นกันง่าย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่จะมาจากเจ้าเชื้อไวรัสนั่นเอง

ถ้าเบบี้อาเจียน ช่วงระหว่างหรือหลังให้นมแม่ แล้วลูกแหวะนมออกมาโดยที่ไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ แถมสุขภาพก็แข็งแรงดี น้ำหนักตัวขึ้นตามปกติ อย่างนี้ไม่มีปัญหาค่ะ ถือเป็นอาการแหวะนมธรรมดาที่มักเกิดขึ้น


แต่ถ้าลูกน้อยมีการอาเจียนหลายครั้งนานติดต่อกัน 6 ชั่วโมง อย่างนี้ไม่ดีแน่ ต้องระวังร่างกายน้อยๆ นั้นจะขาดน้ำได้ ซึ่งพ่อแม่สามารถสังเกตได้จากอาการต่อไปนี้
  • ริมฝีปากและลิ้นแห้ง
  • กระหม่อมตรงหน้าผากบุ๋มลง
  • ลูกมีอาการหงุดหงิด ไม่สบายตัว
กรณีที่ให้ลูกกินนมชงก็ควรหยุดนมนั้นก่อน เพราะนมอาจทำให้ลูกมีอาการแย่ลง แต่ควรให้กินน้ำเย็นแทน ส่วนลูกที่กินนมแม่ไม่ต้องหยุดค่ะ ถ้าทำอย่างนี้แล้วลูกยังมีอาการไม่ดีขึ้น ก็ต้องพาไปหาคุณหมอแล้วล่ะ

ถ้าลูกเล็กอาเจียน ทันทีที่เห็นลูกอาเจียนรุนแรง ต้องหยุดอาหารที่ให้ก่อนค่ะ และควรให้ลูกดื่มน้ำเย็นเพื่อป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ หรืออาจจะเป็นน้ำผลไม้ หรืออาหารที่เป็นของเหลว ซึ่งจะช่วยให้ลูกกินได้คล่องคอขึ้น แต่ต้องค่อยๆ ให้นะคะ และถ้าลูกยังอาการไม่ดีขึ้น จึงค่อยพาลูกไปหาคุณหมอค่ะ

เมื่อลูกท้องร่วง สำหรับทารกถือเป็นเรื่องอันตรายมากค่ะ เพราะมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ และจะยิ่งอันตรายมากขึ้นถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วม คือ อาเจียน มีไข้ และเหงื่อออกมาก ซึ่งถ้าภายใน 6 ชั่วโมงยังท้องร่วงไม่หยุด ต้องรีบพาไปพบคุณหมอค่ะ

โดยทั่วไปสาเหตุของอาการท้องร่วงในเด็กนั้นมักมาจากโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ ซึ่งสามารถดูได้จากลักษณะของอึลูกค่ะ โดยอึจะมีสีค่อนข้างเขียว เป็นน้ำ และมีกลิ่นเหม็น หรืออาจมีเมือกปนด้วย

แต่ถ้าอึเป็นน้ำ และฉี่ของน้องหนูที่เปื้อนผ้าอ้อมมีกลิ่นแรงแสดงว่าร่างกายลูกน้อย กำลังพยายามเก็บรักษาน้ำในตัวอย่างมาก ซึ่งหมายความว่าลูกกำลังเผชิญกับภาวะร่างกายขาดน้ำค่ะ

และถ้าน้องหนูมีอาการปวดท้อง ไม่สบายตัว ร้องไห้ เอามือจับท้องบ่อย แสดงว่าอาจเป็นปัญหาที่กระเพาะ เช่น อาหารเป็นพิษ ที่ทำให้ลูกถ่าย ซึ่งพอถ่ายและอาเจียนออกมาแล้ว อาการปวดท้องก็มักจะหายไปค่ะ

อย่างไรก็ตามถ้าลูกน้อยถ่ายเหลวกว่าปกติ แต่ไม่มีอาการอื่นร่วมด้วยเลย ทั้งลูกยังแข็งแรง สดใสร่าเริง นั่นอาจเป็นเพราะลูกกินอาหารที่มีกากใยมากเกินไป ซึ่งไม่ใช่ท้องร่วงค่ะ

พ่อแม่ควรปฏิบัติ สำหรับทารกน้อยวัยต่ำกว่าขวบถ้ามีอาการท้องร่วงนานเกิน 6 ชั่วโมง ให้รีบพาไปหาหมอค่ะ ส่วนลูกโตกว่าขวบให้งดอาหารและนมก่อน จากนั้นให้ลูกดื่มน้ำอัดลมแบบไม่มีสี 1 แก้ว ซึ่งผสมเกลือประมาณ 2 หยิบมือ หรือน้ำข้าวใส่เกลือ หรือน้ำต้มสุก 1 แก้ว ที่ผสมเกลือ 2 หยิบมือ และน้ำตาลทรายหรือกลูโคส 1 ช้อนโต๊ะค่ะ

และถ้าลูกมีไข้ก็ควรเช็ดตัวลดไข้ให้ลูกด้วย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัย ความสะอาดของอุปกรณ์ทำอาหาร และอาหารที่สุกสะอาดด้วย

ไอและหวัด

เกือบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูกก็ว่าได้เพราะมาเยี่ยมกันบ๊อยบ่อย โดยตัวของมันเองนั้นไม่มีอันตรายค่ะ แต่พวกโรคแทรกซ้อนนี่สิที่น่ากลัว ดังนั้น ถ้าลูกมีอาการไอหรือเป็นหวัดจึงต้องคอยดูแลและเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด

หวัด เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งไปทำให้เยื่อบุที่จมูกและคออักเสบส่งผลให้ลูกมีน้ำมูกไหลและเจ็บคอ แต่จะหายไปเองภายใน 10 วัน โดยที่ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาสู้

ส่วนไอ นั้นเกิดจากอาการเจ็บป่วยโดยตรง หรือเป็นปฏิกิริยาของร่างกายต่อสิ่งระคายเคืองในลำคอ ทำให้ต้องไอเพื่อให้การหายใจเป็นไปอย่างสะดวก

ถ้าเจ้าตัวน้อยมีอาการไอหรือเป็นหวัดธรรมดาอย่างนี้ให้หนุนศีรษะลูกให้สูงยามนอน เพื่อช่วยไม่ให้น้ำมูกไหลเข้าไปในคอ ให้ลูกได้
" ช่วยคุณหมอหน่อย "

การเตรียมตอบคำถามต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณหมอวินิจฉัยอาการไม่สบาย ที่ลูกเป็นได้เร็วและตรงทางขึ้นค่ะ
  • เล่าอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการไม่สบายของลูก
  • จู่ๆ อุณหภูมิร่างกายของลูกก็ขึ้นสูงอย่างรวดเร็วแล้วตามด้วยการเป็นไข้ ใช่หรือไม่
  • ระหว่างไม่สบายลูกหมดสติบ้างหรือไม่
  • คุณสังเกตหรือเปล่าว่าลูกได้กลืนอะไรลงไปหรือไม่
  • ลูกเจ็บปวดเพราะได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และนั่นก็ทำให้ลูกหมดสติใช่หรือไม่
  • ลูกกินอาหารหรือดื่มน้ำครั้งหลังสุดนานเท่าไหร่แล้วหรือเมื่อไหร่
  • ลูกถูกแมลงกัดต่อยหรือเปล่า
  • ลูกอาเจียนหรือมีอาการท้องร่วงหรือไม่
  • ลูกเจ็บปวดตรงไหนบ้าง เป็นมานานเท่าไหร่แล้ว และคุณได้ดูแลอย่างไรกับอาการเจ็บป่วยนั้นๆ ของลูก

นอนพักผ่อนมากๆ จิบน้ำหรือน้ำผลไม้สดคั้นเยอะๆ และเช็ดตัวหากลูกมีไข้ ก็จะช่วยให้อาการไม่สบายดังกล่าวค่อยหายไปในที่สุด โดยไม่ต้องพึ่งยาแต่อย่างใดค่ะ

จุดที่ต้องระวัง เพราะขณะที่ลูกไอและเป็นหวัดนี้ ร่างกายกำลังอยู่ในช่วงอ่อนแอ เปิดโอกาสให้โรคแทรกซ้อนอื่นๆ เข้าทำร้ายได้ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างรีบด่วนค่ะ


ไข้

เด็กๆ มักเป็นไข้กันได้บ่อยๆ มาจากหลากหลายสาเหตุค่ะ และมีอันตรายที่แตกต่างกัน

ไข้สูง ถ้าลูกมีอุณหภูมิร่างกาย 38 องศาเซลเซียส หรือเกินกว่านี้ นั่นหมายความว่า คุณต้องช่วยลดอุณหภูมิให้ลูกลงแล้วค่ะ โดยทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น หลีกเลี่ยงการพาลูก ไปโดนแสงอาทิตย์ตรงๆ ไม่ห่มผ้าห่มให้ลูกยามนอนมากเกินไป ไม่สวมเสื้อผ้าที่หนาหรือปิดมิดชิดให้ลูก เพราะจะทำให้อุณหภูมิร่างกายลูกสูงขึ้นได้ และควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบีบให้แห้งหมาดๆ เช็ดตัว เพื่อลดไข้ให้ลูก อย่าใช้น้ำเย็นเด็ดขาดเพราะจะไปทำให้หลอดเลือดในร่างกายลูกหดตัว จนความร้อนไม่สามารถระบายออกได้ ส่งผลให้ไข้ขึ้นสูงอีกได้

พยายามให้ลูกดื่มน้ำ แม้ยามหลับก็ต้องค่อยๆปลุกให้ลูกดื่มน้ำ เพื่อป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ เพราะทารกนั้นเวลาไม่สบายก็มักจะอ่อนเพลียและพักผ่อนด้วยการนอนหลับเสมอ

เมื่อลูกเป็นไข้ อาจให้ยาพาราเซตามอลเพื่อช่วยลดไข้ลูกได้ โดยให้ตามที่คุณหมอแนะนำ หรือตามที่ฉลากระบุไว้อย่างเคร่งครัดและถูกต้อง

สำหรับทารกน้อยอายุต่ำกว่า 6 เดือน ต้องรีบพาไปพบคุณหมอทันทีถ้าลูกมีไข้สูง ชัก หรือมีไข้นาน 24 ชั่วโมงไม่ลด หรือมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เพราะอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ค่ะ

ชัก มักเกิดจากการที่ลูกน้อยมีไข้สูง ตัวร้อนจัด โดยเฉพาะในเจ้าตัวเล็กวัย 6 เดือน – 6 ขวบ ยิ่งถ้ามีประวัติว่าคนในครอบครัวเคยชัก หรือเจ้าตัวเคยชัก ก็จะยิ่งมีโอกาสเป็นมากขึ้นค่ะ

อาการชัก นอกจากจะเกิดการติดเชื้อเช่นไข้หวัดใหญ่แล้ว บรรดาโรค เช่น ไข้สมองอักเสบ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือเกิดความผิดปกติทางเคมีในเลือด เช่น มีน้ำตาลกลูโคสในเลือดต่ำ โรคลมบ้าหมู หรือลมชัก ก็ทำให้เกิดการชักได้ค่ะ

เมื่อลูกชัก อาการที่พ่อแม่สังเกตได้ก็คือ ตาลูกจะเหลือกขึ้น ตัวร้อนจัดอย่างรวดเร็ว บางทีก็มีเหงื่อออก ตัวเกร็งและมักกลั้นหายใจ แขนขาอาจกระตุก อาจปัสสาวะหรืออุจจาระโดยไม่รู้ตัว หน้าและริมฝีปากเขียว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ดังนั้นถ้าเจ้าตัวน้อยไม่สบาย มีไข้สูง จะต้องมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ

วิธีดูแลที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ และจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด นอกจากการตั้งสติให้ดีหากลูกเกิดชักขึ้น มีดังนี้
  • แน่ใจว่าไม่มีสิ่งของหรืออะไรไปอุดกั้นทางเดินหายใจของลูก ถ้าลูกอยู่ในวัยทารก ให้จับนอนคว่ำพาดบนตัก เพราะท่านอนนี้อาจช่วยป้องกันลิ้นจุกปากจนหายใจไม่ออกได้ ส่วนลูกโตให้จับลูกนอนคว่ำแบบตะแคงข้าง เพื่อป้องกันลิ้นจุกปาก หรือสำลักน้ำลายตัวเอง ทั้งยังทำให้ลูกหายใจสะดวกด้วย

  • การชักจะทำให้ลูกเกร็ง อาจทำให้มีการขบฟันแน่น ซึ่งถ้ามีลิ้นจุกที่ปาก ลูกก็อาจกัดลิ้นตนเองได้ วิธีป้องกันคือให้ใช้ผ้าพันหรือหุ้มปลายช้อนหรือไม้สอดเข้าไปกดลิ้นระหว่างฟันบนและฟันล่างที่มุมขากรรไกร แต่เวลาลูกน้อยชัก พ่อแม่มักตกใจพอเห็นลูกกัดฟันก็รีบใช้นิ้วสอดเข้าไปในปากลูกทันที ซึ่งหลายครั้งพบว่าลูกจะกัดนิ้วมือนั้นเป็นแผลจนถึงขาดได้ พ่อแม่จึงต้องมีสติค่ะ

  • ถ้าลูกเกร็งหรือมีการชักกระตุก อย่าไปฝืนร่างกายลูก เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ตัวลูกได้
  • ช่วยลูกให้ผ่อนคลายด้วยการถอดเสื้อผ้าที่รัดออกจากร่างกายลูก
  • รีบพาลูกไปพบคุณหมอทันทีหลังจากดูแลเบื้องต้นนั้นแล้ว โปรดระลึกไว้เสมอว่า การชักติดต่อกันนานเกิน 20 นาที จะต้องได้รับการรักษาอย่างรีบด่วนค่ะ


" ฉันรู้สึกว่าลูกไม่สบายนะ"

บ่อยครั้งใช่ไหมคะที่เราคนเป็นพ่อแม่รู้สึกว่าอาการที่ลูกน้อยแสดงออกมานั้นมัดผิดปกติไปจากเดิม ลูกน่าจะไม่สบาย แต่ก็ไม่สามารถระบุอย่างชัดเจนได้ว่าลูกเจ็บไข้ไม่สบายหรือป่วยเป็นโรคนั้นโรคนี้ คำแนะนำต่อไปนี้อาจช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องดังกล่าวได้ชัดเจนขึ้นค่ะ
  • ลูกมีอาการเหนื่อยอ่อน และลุกขึ้นไม่ค่อยไหว

ทารกและเจ้าตัวน้อยหลายๆ คนจะแสดงอาการแพ้อากาศออกมาให้เห็นได้ โดยจะมีไข้และไอ ทำให้ร่างกายของลูกตอนนี้อ่อนเพลีย จึงต้องการการพักผ่อนนอนหลับ แบบว่าเพื่อเอาแรง และสร้างพลังงานให้ร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิมค่ะ
แต่พ่อแม่ควรดูแลอย่างใกล้ชิดนะคะ คอยลดอุณหภูมิในตัวให้ลูก อย่าให้ขึ้นสูง และถ้าลูกมีอาการแทรกซ้อนอื่นเกิดขึ้น ก็ควรพาไปพบคุณหมอค่ะ

  • ไม่อยากอาหาร

อาการปฏิเสธอาหาร หรือไม่อยากอาหารในเด็กโต ไม่ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายค่ะ ถ้าอยู่ในระยะ 24-48 ชั่วโมง แต่เรื่องที่อันตรายก็คือ ถ้าลูกไม่ได้รับน้ำ จะทำให้ร่างกาย เกิดภาวะขาดน้ำได้ ดังนั้นแม้ลูกจะไม่อยากกินอาหาร แต่ก็ควรให้ลูกได้รับน้ำสม่ำเสมอค่ะ
แต่สำหรับทารกแล้ว การปฏิเสธอาหารถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใส่ใจ ถ้าลูกกินได้ แล้วจู่ๆ ก็ไม่ยอมกินครั้งแรกอาจยังไม่เป็นไร แต่ถ้าครั้งต่อไปยังไม่ยอมกินอีก เห็นทีต้องไปปรึกษาคุณหมอแล้วค่ะ โดยเฉพาะลูกมีอาการไม่ร่าเริง ซึมเซาด้วย

  • กรีดร้อง และร้องโยเย

อาการดังกล่าวแสดงว่าทารกน้อยต้องเกิดความเจ็บปวดขึ้น ซึ่งมักทำเอาพ่อแม่วิตก เพราะหาสาเหตุไม่พบ แต่ถ้าลูกร้องกรี๊ดแล้วเกร็งขาขึ้นนี่อาจเป็นการร้องโคลิกได้ ให้สังเกตช่วงเวลาและระยะเวลาที่ร้อง ถ้าเป็นช่วงเดียวกัน ร้องนานเท่าๆ กันในแต่ละวัน โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกของชีวิตลูก ทั้งสุขภาพร่างกายเป็นปกติดี แสดงว่าอาจเป็นโคลิก
แต่ถ้าไม่ใช่ร้องโคลิก ก็ต้องพาไปพบคุณหมอค่ะ

  • อารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดโมโห

อาการหงุดหงิด ไม่สบอารมณ์ของลูกต่อวิธีดูแลหรือวิธีปฏิบัติของพ่อแม่นั้น สามารถเกิดขึ้นได้กับลูกน้อยที่ "เลี้ยงยาก" ค่ะ ซึ่งก็บอกไม่ได้ด้วยว่าลูกเกิดเจ็บป่วยไม่สบายหรือเปล่า ในกรณีนี้สิ่งที่พ่อแม่ควรทำก็คือใจเย็นในการเลี้ยงและดูแลลูก พยายามใช้ความสงบ และความนุ่มนวลในการปฏิบัติต่อลูก ซึ่งมักได้ผล จะทำให้ลูกรู้สึกสบายและสงบขึ้น
แต่ถ้าพ่อแม่ยังรู้สึกกังวลกับพฤติกรรมดังกล่าวของลูก อาจปรึกษาคุณหมอประจำตัวลูกได้ค่ะ
" โรคแทรกซ้อนที่มากับไอและหวัด"


หลอดลมอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสทำให้ผนังหลอดลมบวมและมีเมือกเกิดขึ้น ทำให้ลูกหายใจลำบาก บางทีก็ไอจนอาเจียนทีเดียว สำหรับในลูกน้อยวัยขวบลงมามักไม่รุนแรง แต่ก็ควรพาลูกไปหาคุณหมอค่ะ และพยายามให้ลูกจิบน้ำหรือน้ำผลไม้คั้นมากๆ

หลอดลมฝอยอักเสบ โรคนี้รุนแรงนะคะ โดยมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เยื่อบุผิว ของหลอดลมฝอยซึ่งอยู่ในปอดบวมขึ้นแล้วขับเยื่อเมือกออกมา ส่งผลให้ลูกน้อยหายใจลำบาก เวลานอนจะกระสับกระส่ายเพราะหายใจไม่ออก และต้องรีบพาลูกไปหาคุณหมอทันทีถ้าลูกหายใจถี่มากๆ ริมฝีปากมีสีเขียวคล้ำ หรือมีอาการแย่ลงอยางเห็นได้ชัดหลังจากเป็นหวัดหรือไอ

หายใจเสียงดังครู้ป เสียงที่ว่านี้เกิดจากการที่ลูกหายใจเอาอากาศเข้าไปในหลอดลมซึ่งตีบ ทั้งกล่องเสียงก็ตีบวม เพราะอักเสบด้วย ทำให้ไอหรือหายใจมีเสียงดังก้อง

เด็กเล็กวัย 4 ขวบลงมาจะเป็นโรคนี้ง่าย เพราะทางเดินหายใจยังแคบอยู่ และเมื่อเกิดการอักเสบก็มักจะเกิดเมือกมากจนไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งพ่อแม่สามารถช่วยได้ด้วยการให้ลูกรับอากาศที่เย็นขึ้น หรือรับอากาศที่เป็นไอน้ำร้อน จะช่วยให้ลูกหายใจได้คล่องขึ้นค่ะ

โรคนี้มักเกิดตามหลังโรคหวัด และหลอดลมอักเสบหรือบางครั้งเป็นเพราะมีสิ่งแปลกปลอม ไปอุดกั้นทางเดินหายใจของลูก และสามารถเกิดได้อย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะในตอนกลางคืน และครั้งหนึ่งๆ มักเป็นอยู่นานราว 2 ชั่วโมง ทำให้ลูกไอเสียงดังก้องและหายใจลำบาก ซึ่งถ้าลูกเป็นมากจนผิวหนังมีสีคล้ำ ให้รีบพาไปพบคุณหมอโดยด่วน อย่างไรก็ตาม โรคนี้แม้ยามปกติจะดูไม่รุนแรง แต่ก็ควรพาไปให้คุณหมอรักษาจะดีกว่าค่ะ

โรคปอดบวม ในเด็กเล็กๆ มักเกิดจากการติดเชื้อโรคในระบบหายใจ แล้วเชื้อโรคแพร่กระจายลงไปในปอด ทำให้ปอดเกิดอักเสบขึ้น ส่งผลให้ลูกน้อยหายใจลำบาก หายใจทีหน้าอกและท้องยุบจนเห็นได้ชัด จมูกบาน และมีเสียงผิดปกติระหว่างที่หายใจเข้าออกด้วย มีไข้สูง อาเจียนและอุจจาระร่วง ถ้าลูกเป็นอย่างนี้ต้องรีบพาไปพบคุณหมอค่ะ

ไอกรน เป็นโรคที่อันตรายมากสำหรับลูกน้อยวัยขวบลงมา เพราะทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจากขาดออกซิเจน หรือเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำจากการอาเจียนมากๆ สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ไปทำให้ทางเดินหายใจของลูกอุดกั้นเพราะมีมูกเกิดขึ้น

อาการของโรคนี้จะคล้ายกับโรคหวัด แต่จะไออย่างรุนแรงซ้อนกันจนตัวงออยู่นานเกือบ 1 นาที จากนั้นจึงมีเสียงถอนหายใจดังฮู้ปยาว ลูกจะอาเจียนมากด้วย

อย่างไรก็ตามโรคนี้จะพบได้น้อย เนื่องจากน้องหนูจะได้รับวัคซีนป้องกันระหว่างอายุ 2-4 เดือน แต่ถ้าสงสัยว่าลูกจะเป็นก็ควรพาไปพบคุณหมอค่ะ


(update 21 กุมภาพันธ์ 2002)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่   ปีที่ 7 ฉบับที่ 73 พฤศจิกายน 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600