|
| |
 |
|
คลอดคู่มือป้องกัน 'หัวงู'
ยกเหตุการณ์จริงรับมือ |
คู่มือ " ป้องกันการล่วงเกินทางเพศ" คลอดแล้ว คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
เตรียมส่งต่อองค์กรผู้หญิงผลักดันเป็นแนวทางปฏิบัติ สร้างจิตสำนึกข้าราชการชาย-หญิง
เผยมี 8 บท พร้อมตัวอย่างเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมชมรมสมาชิกรัฐสภาสตรีไทย ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา
ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)ได้นำเสนอคู่มือการปฏิบัติตนสำหรับข้าราชการหญิง
หรือ คู่มือป้องกันการคุกคามทางเพศ ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จภายหลังที่คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) ออกมาเปิดเผยว่า ข้าราชการหญิงไทยถูกคุกคามทางเพศ
จากหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานชาย จึงต้องออกคู่มือการปฏิบัติตนสำหรับข้าราชการหญิง
หรือคู่มือป้องกันเฒ่าหัวงูสำหรับผู้หญิงที่อาจตกเป็นเหยื่อขึ้น ขณะนี้คู่มือดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
และกำลังรอตรวจสอบแก้ไขจากคุณหญิงทิพาวดี
ทั้งนี้ คู่มือดังกล่าว คุณหญิงทิพาวดีได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาจัดทำ เป็นคณะทำงานเรียกว่า ทีมส่งเสริมบทบาทสตรี
ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากข้าราชการหญิงที่เคยพบเห็น หรือ รับทราบพฤติกรรมหัวงู หรือพฤติกรรมคุกคามทางเพศต่างๆ
ส่วนชื่อคู่มือดังกล่าว อยู่ระหว่างการตั้งชื่อ เพราะคุณหญิงทิพาวดีไม่อยากใช้ชื่อ "การล่วงละเมิดทางเพศ"
เพราะจะเป็นวิชาการมากเกินไป แต่ถ้าใช้ชื่อ "คู่มือป้องกันเฒ่าหัวงู" ก็อาจเกิดการวิพากษ์วิจารณ์
เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม คู่มือดังกล่าวพร้อมชื่อทางการจะเสร็จสมบูรณ์ประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน
เจ้าหน้าที่ ก.พ. ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานส่งเสริมบทบาทสตรี คนจัดทำคู่มือดังกล่าว อธิบายว่า หลังจากคุณหญิงทิพาวดีตรวจสอบแก้ไขข้อความในหนังสือคู่มือดังกล่าวเสร็จแล้ว
จะนำไปให้องค์กรสตรีร่วมพิจารณาด้วยอีกครั้ง จากนั้น ก.พ.จะจัดสัมมนาเผยแพร่คู่มือในเดือนธันวาคม
สำหรับคู่มือการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ แบ่งออกเป็น 8 บท เริ่มตั้งแต่บทแรก
เป็นคำจำกัดความ "การล่วงเกินทางเพศ" บทที่สอง-สาม เป็นรูปแบบการล่วงเกินทางเพศในที่ทำงาน
มาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมโลก ทั้งในบริบทของต่างประเทศและในสังคมไทย บทที่สี่
เรื่องทำไมผู้หญิงจึงมักตกเป็นเหยื่อของการล่วงเกินทางเพศ บทที่ห้า เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการล่วงเกินทางเพศในที่ทำงาน
บทที่หก ผลกระทบของการล่วงเกินทางเพศที่มีต่อผู้หญิง งาน และสังคม บทที่เจ็ด เป็นมาตรการที่เกี่ยวกับระเบียบวินัย
บทที่แปด เป็นกรณีศึกษา
เจ้าหน้าที่ ก.พ.กล่าวอีกว่า คู่มือมีตัวอย่างประกอบเพื่อเสริมความเข้าใจ ส่วนตอนท้ายมีการรวบรวมพฤติกรรมทางวาจา
กิริยาอาการต่างๆ รวมทั้งการสัมผัสที่ส่อถึงการล่วงเกินทางเพศเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีกรณีศึกษาและวิเคราะห์ประมาณ 10-12 กรณี เพื่อให้ผู้หญิงสามารถป้องกันตัวจากสถานการณ์นั้นได้ คู่มือนี้คาดว่าจะเป็นแนวทางผลักดันจิตสำนึกข้าราชการทั้งชาย
และหญิงเป็นสำคัญ
"มีการอธิบายถึงเหตุใดผู้หญิงจึงมักตกเป็นเหยื่อของการล่วงเกินทางเพศ ว่ามาจากการอบรมเลี้ยงดูผู้หญิงในสังคมไทย
และวัฒนธรรมทางเพศของไทย ซึ่งเป็นรากเหง้าของปัญหาการล่วงเกินทางเพศ ส่วนแนวทางแก้ไข
ได้รวบรวมมาตรการที่เกี่ยวกับระเบียบวินัยขึ้น มีตั้งแต่การแสดงข้อมูลในเชิงการดำเนินการเมื่อถูกล่วงเกินทางเพศ
โดยให้ทางเลือกไว้ 3 ทาง คือ การดำเนินการทางวินัย ทางอาญา หรือทั้งวินัยและทางอาญา
มีแผนขั้นตอนแสดงเกี่ยวกับหลักการทางวินัย และกฎหมาย รวมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าหากเลือกแก้ปัญหาทางใดทางหนึ่ง
แล้วควรจะเตรียมตัวหรือทำอย่างไร มีหน่วยงานใดบ้างที่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้" เจ้าหน้าที่ผู้จัดทำคู่มือกล่าว
นางนิภา พริ้งศุลกะ ประธานชมรมสมาชิกรัฐสภาสตรีไทย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า สมาชิกของชมรมจะนำร่องในการต่อต้านการคุกคามทางเพศให้เป็นวัฒนธรรมของชาติ และต้องยอมรับว่า
นักการเมืองในสภาเองถูกพูดถึงในแง่พฤติกรรมนี้กันมาก จึงมีความคิดจะรณรงค์ในรัฐสภาให้เป็น "สภาสีขาว"
ในฐานะเป็นองค์กรที่ต้องเป็นแบบอย่างในเรื่องนี้ โดยจะนำเรื่องนี้หารือในการประชุมของชมรมคราวต่อไป
และถ้าเห็นร่วมกันจะผลักดันโดยออกเป็นระเบียบวินัยออกมาให้ ส.ส. และ ส.ว. ถือปฏิบัติ
เพื่อให้เกิดความระมัดระวังทั้งชายและหญิง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีศึกษาท้ายบทที่ยกมาเป็นตัวอย่าง เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง
รวบรวมมาจากข้าราชการหญิงที่เคยประสบ อาทิ เรื่องข้าราชการหญิงเดินทางไปราชการต่างจังหวัดกับหัวหน้างานระดับ
ผอ.กอง 2 คน คือ ผอ.อิทธิ และ น.ส.กัญชลิกา เป็นลูกน้องในกอง ระหว่างการประชุม ปรากฏว่า เย็นวันหนึ่ง
ผอ.อิทธิเข้ามาเคาะประตูห้องเรียก น.ส.กัญชลิกา และถือโอกาสเข้าไปในห้องพักของ น.ส.กัญชลิกา
ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น พักอยู่คนเดียว น.ส.กัญชลิกาจึงเปิดประตูทิ้งไว้อย่างตั้งใจ
แต่ ผอ.อิทธิกลับเดินไปปิดประตู ทำให้ น.ส.กัญชลิกาตกใจมาก แต่ก็ตั้งสติได้ และแสร้งเดินไปบ่นไปว่าอากาศค่อนข้างครึ้ม
ห้องเลยมืดไปหน่อย แล้วเดินไปเปิดม่านในห้องพักจนหมด เพื่อให้คนข้างนอกมองเห็นภายในห้อง
ก่อนที่ ผอ.อิทธิจะทันได้พูดอะไร
ผอ.อิทธิ " ผมมารับไปทานข้าวเย็น"
น.ส.กัญชลิกา " เชิญ ผอ.ก่อนค่ะ ดิฉันยังทำธุระส่วนตัวไม่เรียบร้อย"
ผอ.อิทธิ " ไม่เป็นไร ตามสบาย ผมจะนั่งรออยู่ในห้องนี้แหละ เชิญหนูแต่งตัวตามสบายนะ ไม่ต้องรีบ"
น.ส.กัญชลิกา " ผอ.ลงไปก่อนเถอะคะ หนูคงจะอีกนาน"
ผอ.อิทธิ " ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมขอดูข่าวไปพลางๆ ก่อน" (แล้ว ผอ.อิทธินั่งลงบนเตียง เปิดโทรทัศน์)
น.ส.กัญชลิกา (ไม่พูดอะไร เพียงแต่รีบนำเสื้อผ้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ)
ผอ.อิทธิ " หนูไม่หวีผม ทาปากก่อนเหรอ ตามสบายนะผมรอได้ "
น.ส.กัญชลิกา " ไม่เป็นไรค่ะ หนูเรียบร้อยแล้ว" (แล้วรีบเดินออกมาจากห้องพัก)
ระหว่างที่ ผอ.อิทธิคุยกับเพื่อนข้าราชการกรมอื่นในโต๊ะอาหาร น.ส.กัญชลิกาทานอาหารเสร็จ
ก็แอบกลับห้องพักโดยไม่บอกให้ทราบ ต่อมาได้ยินเสียงเคาะประตูห้องพักก็ไม่ออกไปเปิด และโทรศัพท์มาก็ไม่รับสาย
เมื่อ ผอ.อิทธิถามในตอนเช้า ก็บอกว่าปวดหัว นอนหลับไปแล้ว นอกจากนี้ในการเดินทางกลับ
ก็เดินทางโดยรถบัสของกรมที่เชิญมา น.ส.กัญชลิกาจึงกลับบ้านโดยปลอดภัย และในวันรุ่งขึ้น
เมื่อไปถึงที่ทำงาน น.ส.กัญชลิกาปฏิบัติตัวตามปกติเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อมิให้เรื่องลุกลามต่อไป
จากศึกษาตัวอย่างนี้ มีบทวิเคราะห์สรุปว่า เป็นลักษณะเจ้าชู้ไก่แจ้ ที่ลองชิมลางดูว่าปฏิกิริยาของฝ่ายหญิงจะเป็นอย่างไร
เมื่อเห็นว่าฝ่ายหญิงแก้สถานการณ์อย่างชาญฉลาด และไม่ได้แสดงอะไรรุนแรง รักษาหน้าทั้งสองฝ่าย เรื่องจึงยุติราบรื่น
พร้อมกับสรุปว่า กรณีนี้สอนให้รู้ว่า ต้องตั้งรับอย่างมีสติ ใช้ความสุภาพ นุ่มนวล และความฉลาดในการรักษาสถานการณ์
หาทางออกให้แก่ตนเองและฝ่ายชาย แบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น
(update 15 พฤศจิกายน 2002)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ]
|