ใช้ยาปฏิชีวนะผิดคนดื้อยาโรคหวัดอื้อ


น.ส.ศิริตรี สุทธิจิตต์ นักศึกษาปริญญาเอกในโครงการ ปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) สาขาเภสัชศาสตร์ วิทยาลัยการสาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ได้ทำวิจัยเรื่อง " การมีส่วนร่วมของประชาสังคม ในกลยุทธ์เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะ ในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนของผู้ใหญ่ในระดับครัวเรือนและชุมชน กรณีศึกษาเปรียบเทียบชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานคร " ด้วยการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยได้ศึกษาเปรียบเทียบการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาโรคติดเชื้อเฉียบพลันในโรคทางเดินหายใจ และการดูแลตัวเองในชุมชนคลองเตย และชุมชนดินแดง ของกลุ่มคนอายุ 18 ปีขึ้นไป ผลปรากฏว่า ส่วนใหญ่คนในชุมชนยังใช้ยาปฏิชีวนะรักษาโรคติดเชื้อส่วนบนกันมาก ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น และไม่ได้ช่วยลดอาการให้เกิดน้อยลงหรือทำให้โรคหายเร็วขึ้น นอกจากนั้น ยังทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ และยังทำให้เกิดอาการดื้อยา อีกทั้งร้านขายยาและโรงพยาบาลเองก็ยังสั่งยาปฏิชีวนะให้กับผู้ป่วยอยู่
" จากการเก็บข้อมูลร้านยาในชุมชนพบว่าเจ้าของร้านขายยาไม่ค่อยสอบถามข้อมูลผู้ป่วย ทำให้มีการจ่ายยาให้ผู้ป่วยไม่ถูกต้อง บางร้านจ่ายยาตามความต้องการของคนไข้ เมื่อคนไข้บอกเพียงแค่ชื่อยา ก็หยิบยาชนิดนั้นให้โดยไม่สอบถาม กล่าวได้ว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่ในร้านขายยายังไม่มีมาตรฐานในการปฏิบัติมากนัก " น.ส.ศิริตรีกล่าว

น.ส.ศิริตรีกล่าวว่า โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนคือ โรคหวัด ซึ่งคนไข้จะมีอาการน้ำมูกไหล ปวดหัว มีไข้ เจ็บคอ รวมถึงต่อมทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ทั้งนี้ โรคหวัดที่มีอาการดังกล่าว มากกว่าร้อยละ 80 มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส ที่ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา เพราะวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การดูแลตัวเอง พักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ หรือไม่ก็รักษาตามอาการ เช่น ปวดหัวก็ให้กินยาแก้ปวด หรือมีน้ำมูกก็กินยาลดน้ำมูก

" อาการดื้อยาที่เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะนั้น เกิดจากความไม่จำเป็นในการใช้ยาแล้วมาใช้ยา หรือกินยาไม่ครบจำนวนวัน ซึ่งโดยปกติยาปฏิชีวนะต้องกินอยู่ในระยะเวลา 5-7 วันเพื่อให้แน่ใจว่า เชื้อโรคชนิดนั้นตายหมดแล้ว แต่คนส่วนใหญ่กินยาปฏิชีวนะ 1-2 วันเท่านั้น เมื่ออาการดีขึ้นก็มักจะหยุดยาทันที ซึ่งเชื้อโรคส่วนหนึ่งยังไม่ตายและสามารถพัฒนาตัวเองให้แข็งแรงขึ้นได้อีก ทำให้เมื่อถึงเวลาจำเป็น ในการใช้ยาปฏิชีวนะขึ้นมาจริงๆ ในครั้งต่อไป ทำให้เชื้อดื้อยา เมื่อยาชนิดเดิมใช้กับเชื้อพวกนี้ไม่ได้ บริษัทยาก็ต้องไปพัฒนายาชนิดใหม่ๆ ขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งต้องมีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลให้ราคายาชนิดใหม่ที่ผลิตมีราคาแพงขึ้น ผลข้างเคียงของการใช้ยาก็จะเพิ่มขึ้นด้วย " น.ส.ศิริตรีกล่าว


(update 3 พฤษภาคม 2002)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน   วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600