|
 |
|
ไม่มีน้ำอดน้ำทน เลียนแบบดารา
สถิติจดทะเบียนน้อย หย่าเพียบ |
|
เป็นปัญหาลึกซึ้งของกระแสสังคมไทย สำหรับชีวิตคู่หนุ่มสาวไทย ที่วันนี้
พลิกโฉมจากอดีตอย่างมาก เรื่องนี้ น.พ.ธนู ชาติธนานนท์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
เปิดเผยว่า ขณะนี้พบว่าสังคมไทยมีปัญหาการหย่าร้างมากขึ้น เนื่องจากคู่สมรสทั้งชายและหญิงต่างคิดว่าแต่ละฝ่ายมีสิทธิ
เสรีภาพความเท่าเทียมกัน โดยไม่ต้องพึ่งพากันซึ่งกันและกันเหมือนในอดีต
ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตได้ติดตามตัวเลขหย่าร้างตามทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทยปี 2537
มีประมาณ 43,000-44,000 รายต่อปี แต่เมื่อปี 2543 เพิ่มขึ้นถึง 70,000 รายต่อปี ขณะที่สถิติการจดทะเบียนสมรส
กลับตรงกันข้าม กล่าวคือลดลงอย่างมาก จากปี 2537 ซึ่งมีการจดทะเบียนทั่วประเทศประมาณ 7 แสนราย ปี 2543
การจดทะเบียนสมรสเหลือเพียง 4 แสนรายเท่านั้น แสดงว่าทุกวันนี้คนให้ความสำคัญเรื่องการจดทะเบียนสมรสกันน้อยลง
น.พ.ธนูกล่าวว่า ขณะเดียวกันปัญหาพฤติกรรมเลียนแบบจากดาราก็มีมากขึ้น
ซึ่งการที่ดารานักแสดงหย่าร้างกันและออกมาเปิดเผยว่าอยู่ด้วยกันไม่ได้ คนวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว
มักจะมองและเลียนแบบดารา นักแสดง โดยเฉพาะการใช้ชีวิตการหย่าร้างที่กลายเป็นค่านิยมใหม่
สามารถเห็นแบบอย่างง่ายขึ้น เมื่อเกิดปัญหาก็จะไม่อดทนเหมือนคนรุ่นปู่ รุ่นย่า
ที่สังคมสมัยก่อนประคับประคองชีวิตสมรสให้อยู่กันอย่างยืดยาว เพราะจะอยู่กันเป็นครอบครัวขยาย
หากเกิดปัญหาจะมีคนในครอบครัวช่วยไกล่เกลี่ยให้จนครองคู่กันยาวนาน ผิดกับสังคมปัจจุบัน
เป็นสังคมอยู่แบบตัวใครตัวมัน เป็นครอบครัวเดี่ยว ซึ่งการเป็นครอบครัวเดี่ยว เมื่อเกิดปัญหาก็ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร
และต่างก็มีทิฐิว่าถ้าอยู่ไม่ได้ก็แยกทางกันไป
" ปัญหาการหย่าร้างที่เพิ่มมากขึ้น คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ลูก เพราะจากที่เคยมีครอบครัวอบอุ่นเห็นพ่อ
แม่อยู่ด้วยกันมาตลอด แต่มาวันหนึ่งพ่อแม่ทะเลาะกันและต้องแยกกันและบางครอบครัวก็บังคับให้ลูกลำบากใจ
เลือกจะอยู่กับใครอีก ยิ่งเป็นการซ้ำเติมเด็กกันไปใหญ่ ทำให้เกิดปัญหาส่งผลกระทบต่อสังคม
อาจจะทำให้เด็กหาทางออกไม่ได้ เป็นเหตุให้หันไปพึ่งพายาเสพติดได้ " น.พ.ธนู กล่าว
คุณหมอที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า การที่คนสองคนต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนั้น
ย่อมมีปัญหาทางด้านอุปนิสัยใจคอที่มีความแตกต่างกันมากและหาก 2 ฝ่ายไม่ได้รู้จักกันดีมาก่อน
เมื่ออยู่ด้วยกันจึงมียิ่งความแตกต่างกันมาก จึงปรับเข้าหากันได้ยาก รวมทั้งอิทธิพลของสภาพสังคม
ที่สังคมปัจจุบันทั้งหญิงและชายมีสิทธิพึ่งตนเองได้ โดยเฉพาะผู้หญิงคิดว่าตนเองไม่ได้ด้อยกว่าชาย
ทำให้ความคิดที่จะปรับเข้าหากันมีน้อย โดยมีความคิดของตนเองเป็นหลักที่ไม่จำเป็นจะต้องปรับเข้าหากันมากนัก
อย่างไรก็ตาม กรมสุขภาพจิตได้ผลิตคู่มือ เอกสาร แผ่นพับ การครองเรือน เพื่อให้คนเข้าใจกันโดยบอกเคล็ดลับ
เมื่อคน 2 คนจะต้องมาอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ได้รู้และเข้าใจปัญหาจะได้เตรียมตัว เตรียมใจได้ว่า
อะไรจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า ซึ่งคนที่จะแต่งงานร่วมกันได้ถามตัวเองถึงความพร้อมก่อน
และเตรียมตัวที่ดีขึ้นโอกาสที่จะหย่าร้างก็จะน้อยลง
ขณะที่ น.พ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กล่าวกรณีเดียวกันว่า
ปัจจุบันแนวโน้มสังคมไทยเกิดการหย่าร้างมากขึ้น คิดเป็น 20% ของการจดทะเบียนสมรสทั้งหมด
ถ้าคู่สมรสหย่าร้างกันจากอารมณ์ การใช้ความรุนแรงเข้าหากัน จะทำให้ลูกได้รับผลกระทบอย่างมาก
โดยเฉพาะการหย่าร้างดังกล่าวเกิดจากที่คน 2 คนยังไม่เป็นผู้ใหญ่ยิ่งทำให้เกิดผลกระทบทางสังคม
" กรณีของดารานักแสดงที่เกิดการหย่าร้างนั้นมีการพูดจากันอยู่ไม่ได้ก็หย่ากันไป
และทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ตนมีความสุข พอใจ ถ้าคิดเพียงแค่นั้นไม่พอหรอก แต่ส่วนลึกแล้วเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก
หรือเป็นความเท่นั้นก็ไม่ถูกต้อง แท้ที่จริงแล้ว คนนั้นเจ็บปวด แต่ไม่กล้าแสดงออก
ดูเหมือนเป็นการหาอิสรภาพให้ตนเอง แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ได้เข้าใจตนเองมากที่สุด" น.พ.ประเวชกล่าว
(update 3 พฤษภาคม 2002)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2545 ]
|