Smallpox ไข้ทรพิษ (ฝีดาษ)


ในขณะที่กระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับสารเคมี และสงครามเชื้อโรค เช่น แอนแทรกซ์ กำลังทำให้ชาวอเมริกันหวาดผวาไม่กล้าเปิดซองจดหมายหรือไม่อยากเห็นหน้าบุรุษไปรษณีย์เลยทีเดียว แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำสงครามเชื้อโรคก็ยังไม่วิตกเรื่องโรคแอยแทรกซ์มากเท่ากับเรื่อง ไข้ทรพิษ และผู้ติดตามเรื่องเหล่านี้จะเห็นข่าวเล็กๆ ข่าวหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ที่ว่าทางรัฐสภาอเมริกันได้มีการเสนอ ให้มีการเพิ่มการผลิตวัคซีนไข้ทรพิษ เพื่อใช้ฉีดให้กับทหารและประชาชนชาวเอมริกันแล้ว ในกรณีเมื่อเกิดสงครามเชื้อโรคด้วยเชื้อไข้ทรพิษ ผมจึงขออนุญาตรวบรวมเรื่องเกี่ยวกับ ไข้ทรพิษ มาให้แฟน (พันธุ์แท้) ของใกล้หมอ ได้อ่านกันเป็นความรู้นะครับ

เชื้อไข้ทรพิษหรือฝีดาษ เป็นเชื้อไวรัส ที่เคยมีการระบาดตามธรรมชาติ ในแทบทุกประเทศทั่วโลกมานานแล้วในอดีต (ท่านที่เคยชมภาพยนต์เรื่อง สุริโยไท ก็ได้เห็นคนเป็นฝีดาษกันแล้วในสมัยนั้น)

เชื้อนี้สามารถแพร่กระจายไปในอากาศ (จากละอองสิ่งคัดหลั่งจากคนที่เป็นโรค เช่น น้ำมูก น้ำลาย) หรือจากการสัมผัสกับผิวหนังที่มีแผลฝีดาษ มีความคงทนต่อสภาพอากาศ สามารถแพร่ได้ไม่ว่าจะอากาศร้อนหรือหนาว และสามารถติดต่อจากคนไปสู่คนได้โดยง่าย ระยะฟักตัว หลังจาการสัมผัสโรค จนเริ่มมีอาการป่วย ประมาณ 12-14 วัน (7-17 วัน) ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดท้อง ในบางรายอาจมีอาการทางสมอง เช่น เพ้อ อาละวาด หรือซึมลงมากได้ จากนั้นจะเริ่มมีแผลในช่องปาก คอ หน้าและลำตัว แขน ขา ซึ่งแผลตามตัวที่เห็นจะเป็นตุ่มหนอง ตอนแรกจะดูใส ต่อมาไม่นานก็จะเป็นขุ่นแบบตุ่มหนอง คล้ายอีสุกอีใส แต่รุนแรงกว่าภายใน 24-48 ชม. และใช้เวลาประมาณ 8-9 วัน กว่าที่ตุ่มหนองเหล่านี้จะเริ่มแห้งเป็นสะเก็ดดำๆ และกลายเป็นแผลเป็นใน 3-4 สัปดาห์ โดยมีระยะติดต่อตั้งแต่ตอนที่เริ่มมีอาการ และช่วงสัปดาห์แรก จะเป็นช่วงที่มีโอกาสแพร่เชื้อได้ง่ายที่สุด ไปจนถึงตอนที่แผลแห้งเป็นสะเก็ดแล้ว

ปัจจุบัน ยังไม่มียารักษาที่จะใช้ขจัดเชื้อไข้ทรพิษนี้ การรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ เช่น การดูแลเรื่องไข้ การทำความสะอาดแผล ป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน ฯลฯ ที่สำคัญคือไข้ทรพิษนี้ มีอัตราตายที่สูงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ และต้องทำการแยกผู้ป่วยจากคนอื่น เนื่องจากสามารถแพร่ให้แก่คนอื่นๆ ได้ง่ายมาก และเสื้อผ้าของใช้ของผู้ป่วยจะต้องได้รับการทำความสะอาดให้ปลอดเชื้อ โดยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือการต้มนึ่งด้วยความร้อน เนื่องจากอาจเป็นตัวกลางของการแพร่เชื้อให้แก่ผู้อื่นๆ ได้

ดังนั้น ในเรื่องสงครามเชื้อโรคด้วยเชื้อไข้ทรพิษจึงน่ากลัว ในแง่ของประชาชนทั่วไป ให้สงสัยว่าอาจจะมีการปล่อยเชื้อไข้ทรพิษในชุมชน ถ้าอยู่ๆ พบว่ามีคนป่วยสงสัยเป็น อีสุกอีใส โดยมีแผลพุพองตามตัว พร้อมๆ กันหลายคน โดยพบว่าคนเหล่านี้มีอาการค่อนข้างมาก

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนไข้ทรพิษให้ใช้ เนื่องจากได้มีการยกเลิกการฉีดวัคซีนไข้ทรพิษกันตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 และเหลือเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ยังมีการเก็บวัคซีน และเชื้อไข้ทรพิษไว้ใช้ในการสงคราม ซึ่งได้แก่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และบางประเทศที่มุ่งอยู่กับการทำสงคราม

คนที่เคยได้รับวัคซีนไข้ทรพิษมาแล้วในอดีต (ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะอายุมากกว่า 30 ปีแล้ว) จะยังสามารถรับเชื้อไข้ทรพิษ และป่วยหนักถึงแก่ชีวิตได้ หลังสัมผัสโรค เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนนั้นอยู่ได้ไม่นาน

วัคซีนไข้ทรพิษนี้เป็นวัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิต โดยนำเอาเชื้อไข้ทรพิษของวัว (Vaccinia) ซึ่งไม่ทำให้เกิดโรครุนแรงในคน แต่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไข้ทรพิษของคนได้มาใช้เป็นวัคซีน จึงมีความปลอดภัยสูงและไม่ทำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนไข้ทรพิษเกิดป่วยเป็นไข้ทรพิษขึ้น เนื่องจากไม่ได้ทำมาจากเชื้อไข้ทรพิษของคน

ในกรณีที่เกิดการระบาดของไข้ทรพิษจากการสงคราม ทางการอเมริกันเตรียมที่จะให้วัคซีนแก่ผู้สัมผัสโรค โดยพบว่า แม้ให้วัคซีนภายหลังสัมผัสโรคแล้วใน 4 วัน ก็ยังได้ผลในการป้องกัน หรือลดความรุนแรงของโรคไข้ทรพิษลงได้

จะมีข้อยกเว้นคือ ไม่ควรให้วัคซีนไข้ทรพิษแก่ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคเอดส์ โรคมะเร็ง หญิงมีครรภ์หรือผู้ที่มีผื่นแพ้ผิวหนังอย่างรุนแรงแบบ Eczema เนื่องจากคนเหล่านี้อาจเกิดผลแทรกซ้อน จากการได้รับวัคซีนไข้ทรพิษได้

ปัจจุบัน ทางสหรัฐอเมริกายังไม่มีนโยบายที่จะฉีดวัคซีนไข้ทรพิษให้แก่ประชาชนทั่วไป และไม่มีวัคซีนนี้ขาย (เขาเก็บไว้ใช้กับทหารของเขาในการทำสงคราม) สำหรับเมืองไทยของเรา ก็ได้แต่ภาวนาขออย่าให้เกิดสงครามเชื้อโรคเหล่านี้ขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากเราไม่มีวัคซีนไข้ทรพิษให้ใช้อย่างที่มีในประเทศสหรัฐอเมริกาครับ


(update 29 สิงหาคม 2002)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600