มาลดโรคหัวใจกันเถอะ


ปัญหาอันดับหนึ่งที่คร่าชีวิตคนไทย คือโรคหัวใจและหลอดเลือด หากใครอยากจะเรียกว่าโรคหัวใจเฉยๆ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาขอเพียงให้รู้เท่านั้นว่า หลอดเลือดตีบหรือแตกในสมอง จัดว่าเป็นโรคประเภทเดียวกัน

โรคหัวใจมีอยู่หลายกลุ่ม แต่ที่เป็นปัญหามากที่สุด คร่าชีวิตผู้คนมากมายที่สุดคือ โรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด ทั้งหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดแดงแข็ง ไขมันอุดตันในหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดปัญหาเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ กล้ามเนื้อหัวใจตาย รวมไปถึงหัวใจวายและความดันโลหิตสูงด้วย

แต่ละปีมีคนไทยตายเพราะโรคหัวใจประมาณ 5 หมื่นคน เฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 6 คน ไม่น่าเชื่อว่า 3-4 ปีก่อนตัวเลขนี้ยังสูงแค่ 4 หมื่นคนต่อปีเท่านั้นแสดงว่าคนไทยตายด้วยโรคหัวใจเพิ่มขึ้นทุกปี ยิ่งวันก็จะยิ่งมากขึ้น คนตายไปแล้วคงช่วยอะไรไม่ได้ ปัญหาอยู่ที่คนไม่ตายนี่แหละ ปรากฏว่าแต่ละปีมีคนไทยที่เกิดปัญหาหัวใจกำเริบหรือแสดงอาการของโรคหัวใจนับได้หลายแสนคน ที่น่าห่วงคือคนเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าตนเองเป็นโรคหัวใจเสียด้วยซ้ำ ภัยมาอยู่หน้าประตูบ้าน จะตายวันตายพรุ่งแท้ๆ ยังไม่เห็นปัญหา

อาการของโรคหัวใจมีอยู่หลายแบบ ทั้งชัดเจนและไม่ชัดสักเท่าไหร่ ที่ชัดเจนคือ เกิดอาการเจ็บที่หัวใจ การเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ ใจสั่น ปวดที่หน้าอกหรือยอดอก บางคนแสดงอาการลักษณะนี้เวลาใช้แรงงานหรือใช้กำลังมากๆ

อาการกึ่งชัดกึ่งไม่ชัด อย่างเช่น อาการปวดร้าวมาตามแขนซ้าย หรือปวดร้าวขึ้นไปที่บริเวณลำคอและหน้า บางคนปวดไปที่สะบักข้างซ้ายด้านหลัง อาการที่ไม่ชัดอีกประเภทหนึ่งคืออาการเหนื่อยหอบทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรสักเท่าไหร่ มีบ้างที่เหนื่อยหอบแม้จะนั่งอยู่เฉยๆ แท้ๆ

อาการไม่ชัดมีอยู่หลายอย่าง ที่พบอยู่บ่อยคือ คลื่นไส้ อาเจียน มีบ้างที่แสดงอาการแค่กระอักกระอ่วน ท้องไส้ปั่นป่วนเฉยๆ บางรายไม่แสดงอาการอะไรเลย กว่าจะรู้ว่าตนเองเป็นโรคหัวใจก็เกิดหัวใจวายไปซะแล้ว

ผู้เขียนมีเพื่อนอยู่หลายคนที่เกิดอาการหัวใจล้มเหลวทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีอาการแสดงอะไรเลย เพื่อนคนหนึ่งทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงอยู่ในบริษัทอาหารข้ามชาติแห่งหนึ่ง เป็นคนสูบบุหรี่จัด ไม่เคยไปตรวจสุขภาพ วันหนึ่งเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรงกระทั่งเป็นลมในห้องน้ำ เมื่อไปฟื้นที่โรงพยาบาลหมอบอกว่าเกิดอาการหัวใจล้มเหลว ต้องทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจกันให้วุ่นวาย

เพื่อนคนหนึ่งเป็นแพทย์อยู่ในโรงพยาบาลเอกชน เป็นคนชอบเล่นเทนนิสเป็นประจำ วันหนึ่งเกิดอาการหลอดเลือดสมองตีบล้มไปเสียเฉยๆ ในสนามเทนนิสนั่นแหละ เกิดอาการอัมพาตทางซีกขวาไปทั้งซีก จนถึงเดี๋ยวนี้ผ่านมาหลายปีแล้ว อาการอัมพาตก็ยังคงอยู่

เพื่อนรุ่นพี่ของผู้เขียนคนหนึ่ง เป็นคนผอมสูง กินเก่งแต่ไม่ยอมอ้วน เกิดอาการชะล่าใจ เพราะอาการแสดงของโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงไม่เคยปรากฏ เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา เกิดอาการอัมพาตกลางงานเลี้ยง จนถึงวันนี้แขนขวาและขาข้างขวาใช้ไม่ได้อย่างสิ้นเชิง พูดไม่ได้ ต้องสื่อสารกันโดยการพยักหน้ากันหงึกหงักเท่านั้น น่าสงสารเป็นอย่างยิ่งเพราะเพื่อนรุ่นพี่คนนี้ เป็นนักพูดนักบรรยายทางด้านการตลาดระดับชาติ ปัจจุบันต้องหยุดงานทั้งหมด

โรคหัวใจทำลายคนดีๆ ไปแยะ หากเกิดอาการหัวใจกำเริบหรือสมองวายแล้วเสียชีวิตไปทันที ก็ต้องนับว่าโชคดีสำหรับทั้งเจ้าตัวและญาติพี่น้อง ปัญหาคือส่วนใหญ่ไม่เสียชีวิตแต่เกิดอาการอัมพาต หรือทุพพลภาพตามมา ต้องเสียเงินเสียทองในการรักษา ญาติพี่น้อง สามีภรรยา ลูกหลานต้องเสียเวลา เสียทรัพย์ในการดูแล เศรษฐกิจของทั้งครอบครัวทั้งประเทศชาติเสียหายไปตั้งเท่าไหร่ ไม่เคยมีตัวเลขแสดงออกมาให้รับรู้

การป้องกันตนเองไม่ให้เป็นโรคหัวใจ หรือหากมีอาการออกมาแล้วทั้งที่ชัดเจนและไม่ชัดเจน ให้ทำการป้องกันหรือหาหนทางลดปัญหา ใช้แนวทางการป้องกันตนเองน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด หลายฉบับต่อจากนี้ผู้เขียนขออนุญาตเขียนเรื่องการป้องกันโรคหัวใจ พวกเราคงจะได้ประโยชน์ แม้จะไม่มีอาการของโรคหัวใจก็น่าจะได้รับรู้ไว้ เรื่องอย่างนี้อย่าได้ชะล่าใจเลยครับ


  • หัวใจทำงานอย่างไร

สำคัญที่สุดคือ ต้องรู้ก่อนว่าหัวใจทำงานอย่างไรเสียก่อน ระบบหัวใจนั้นประกอบไปด้วยหัวใจ หลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำ หลอดเลือดฝอย หลักการก็คือ เซลล์ทุกเซลล์ อวัยวะทุกอวัยวะของร่างกาย ต้องการออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยง เลือดทำหน้าที่พาออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์และอวัยวะ แต่การที่เลือดจะไหลเวียนไปในร่างกายได้ก็ต้องอาศัยการบีบตัวของหัวใจนี่แหละ

การไหลเวียนของเลือดเป็นไปทางเดียว นั่นคือ ไหลออกจากหัวใจไปที่ปอด จากปอดไหลกลับเข้าหัวใจ แล้วไหลออกไปตามอวัยวะและเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย จากหลอดเลือดแดงใหญ่ผ่านเข้าสู่หลอดเลือดฝอย จากนั้นจึงวกกลับสู่หัวใจจากหลอดเลือดฝอยผ่านเข้าสู่หลอดเลือดดำใหญ่แล้วเข้าสู่หัวใจ ไหลเวียนอยู่อย่างนี้จนกว่าจะหมดอายุขัย

หัวใจเต้นโดยเฉลี่ยวันละ 100,000 ครั้ง แต่ละครั้งจะเต้นสองตุบเพราะเป็นการเต้นของปั๊มสองตัวประสานกัน บีบสองห้องด้านบนและบีบสองห้องด้านล่าง ช่วงที่ไม่ได้บีบมันจะคลายตัว ทำงานสอดประสานเป็นจังหวะจะโคนอย่างนี้ การไหลเวียนของเลือดจะเป็นไปในทิศทางจากทั่วร่างกายเข้าสู่หัวใจ จากหัวใจไปสู่ปอด จากปอดกลับสู่หัวใจ จากนั้นก็จะถูกบีบออกไปสู่ร่างกายอีกครั้งหนึ่ง

เซลล์ต้องการออกซิเจนที่มาจากการหายใจทางปอด เลือดดึงเอาออกซิเจนจากปอดแล้ว ก็นำออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกาย เมื่อจ่ายออกซิเจนให้เซลล์และอวัยวะแล้ว เลือดแดงกลับกลายเป็นเลือดดำ ถูกส่งกลับไปที่ปอดโดยผ่านทางหัวใจอีกครั้งหนึ่ง วนเวียนอยู่อย่างนี้

อานิสงส์ของการไหลเวียนของเลือดคือจะมีการฝากสารอาหารและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผ่านกระแสเลือดไปด้วย ส่วนอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจและสมองได้ลำบาก

ปัญหาใหญ่คือโรคหัวใจคือเลือดซึ่งทำหน้าที่นำเอาสารอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เกิดอุปสรรคเดินทางมาไม่ได้ เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหล่อเลี้ยงย่อมเกิดอาการผิดปกติ เกิดปัญหาหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตายตามมา

แต่ก่อนเชื่อกันว่าคนที่เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายไปบางส่วนนั้น กล้ามเนื้อที่ตายไปจะไม่มีการสร้างใหม่ทดแทน กล้ามเนื้อที่เหลือต้องทำงานแทนไปจนกระทั่งสิ้นอายุขัย คนที่มีปัญหากล้ามเนื้อหัวใจตาย หากมีชีวิตรอดอยู่ได้ ก็มักกลายเป็นคนไม่ปกติ ทำงานหนักไม่ได้ อายุสั้นลง

เดี๋ยวนี้ความเข้าใจในโรคหัวใจมีมากขึ้น แพทย์รู้แล้วว่ากล้ามเนื้อหัวใจที่ตายไป แม้จะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว แต่กล้ามเนื้อใหม่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องคอยดูแลหัวใจให้มีเลือดเข้าไปเลี้ยงให้สม่ำเสมอ คอยดูแลเรื่องอาหารการกิน คอยระวังปัญหาหลอดเลือดหัวใจ ออกกำลังกายที่เหมาะสม ใช้เวลาสักระยะ กล้ามเนื้อหัวใจก็จะค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาได้


  • ปัญหาหลอดเลือดตีบ

ปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด สร้างปัญหาให้กับหัวใจมากที่สุดคือเรื่องของหลอดเลือดแดงตีบ หลอดเลือดประเภทนี้เป็นหลอดเลือดแดงที่แตกแขนงจากหลอดเลือดแดงใหญ่เกาะอยู่บนผนังหัวใจ และกระจายตัวไปเลี้ยงหัวใจทั้งลูก

หลอดเลือดแดงที่เป็นปัญหามีชื่อเรียกว่า "โคโรนารี" แปลว่ามงกุฎเล็ก จึงเรียกว่า หลอดเลือดแดงโคโรนารี ว่ากันว่า ชื่อนี้มาจากชื่อเครื่องดนตรีโคโรเน็ตที่มีลักษณะเป็นกิ่งแบบเดียวกัน อีกความเห็นหนึ่งบอกว่าการที่หลอดเลือดแดงเหล่านี้เป็นกิ่งแตกแขนงไปเลี้ยงหัวใจมองดูคล้ายมงกุฎ ก็แล้วแต่ว่าจะมองเห็นกันเป็นแบบไหน เลือดในหลอดเลือดแดงจะมีสารอาหารจำนวนมาก ทั้งยังมีออกซิเจนค่อนข้างจะเข้มข้น ออกซิเจนช่วยในการสันดาปพลังงานในเซลล์ ขาดออกซิเจนเมื่อไหร่ก็เกิดปัญหาเมื่อนั้น แต่ออกซิเจนแม้มีประโยชน์ แต่บางครั้งก็สร้างปัญหาได้เหมือนกัน

ออกซิเจนเมื่อทำปฏิกิริยากับกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงที่มีอยู่มากบนผนังพาร์ติเคิลไขมันเล็กๆ ในเลือดที่เรียกกันว่าไลโปโปรตีน จะทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เรียกกันว่าออกซิเดชั่น เกิดเป็นอนุมูลอิสระขึ้นมา อนุมูลอิสระบนไลโปโปรตีนเหล่านี้เองที่เร่งให้เกิดการสะสมไขมันบนผนังหลอดเลือดมากขึ้น หากต้องการลดปัญหาโรคหัวใจ ก็ต้องลดปัญหาหลอดเลือดตีบ และหากต้องการลดหลอดเลือดตีบ ก็ต้องลดไขมันบางชนิดในเลือด ต้องลดกลไกบางอย่าง แต่อย่าคิดลดออกซิเจนเด็ดขาด เพราะร่างกายขาดไขมันได้แต่ขาดออกซิเจนไม่ได้


  • วิธีการลดโรคหัวใจ

โรคหัวใจมีอยู่หลายกลุ่ม แต่กลุ่มที่เป็นปัญหามากที่สุดคือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหลอดเลือดตีบ นักวิชาการเขาจึงเรียกโรคหัวใจกลุ่มนี้ว่าโรคหลอดเลือด บางทีก็เรียกว่าโรคหัวใจและหลอดเลือด

คำว่าหลอดเลือดให้ความหมายที่ดีกว่าเส้นเลือด เพราะคำว่าหลอดทำให้มองเห็นภาพว่ามันควรจะกลวง มีรู หรือมีลักษณะเป็นท่อ หากหลอดเลือดขาดคุณสมบัติการเป็นหลอด ย่อมเกิดปัญหาทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ การดูแลหลอดเลือดให้ยังคงสภาพเป็นหลอดอยู่ไม่ให้เกิดอาการตีบตันย่อมทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจลดลง

สิ่งสำคัญประการแรกในการลดโรคหัวใจอยู่ที่พฤติกรรมของตัวเราเอง ใครที่สูบบุหรี่ต้องลดหรืองดบุหรี่ให้ได้ บุหรี่ทำให้ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจพุ่งพรวด มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้บุหรี่กลายเป็นศัตรูของหัวใจ การเร่งอนุมูลอิสระและสารหลายตัวที่พบในควันบุหรี่ ล้วนสร้างปัญหาทำให้ไขมันไปพอกหลอดเลือดมากขึ้น

เพื่อนผู้เขียนที่เป็นโรคหัวใจ หาทางเลิกบุหรี่แต่ไม่สำเร็จ เกิดอาการหัวใจกำเริบเมื่ออายุได้สี่สิบกว่าปีเท่านั้น แพทย์แนะนำให้เลิกบุหรี่แต่เมื่อทำไม่ได้ก็แนะนำให้รับประทานวิตามินอีเสริมวันละ 400 หน่วยสากล เพื่อช่วยลดปัญหาอนุมูลอิสระที่ว่ากันว่าเป็นปัญหามาจากการสูบบุหรี่

ผลที่ตามมาสำหรับเพื่อนผู้เขียนคนนี้คือ ต้องถูกหามเข้าโรงพยาบาลอีกหนเพราะหัวใจกำเริบครั้งที่สอง คราวนี้ได้ผล เพื่อนผู้เขียนเลิกบุหรี่ได้ในที่สุดแต่ที่เลิกได้ก็เมื่อใกล้ตายเต็มทน ความเชื่อที่ว่าสูบบุหรี่ได้ แต่ให้เสริมวิตามินอีด้วยจึงพิสูจน์สัจธรรมในตัวของมันเองแล้วว่าไม่ได้ผล

สิ่งสำคัญประการที่สองในการลดโรคหัวใจคือ การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับปกติ หากทำไม่ได้ก็ขออย่าให้น้ำหนักตัวสูงกว่ามาตรฐานเกินร้อยละ 20 คิดง่ายๆ คือหากสูง 170 ซม. น้ำหนักตัวมาตรฐานที่เขาคิดกันง่ายๆ คือให้หักด้วย 105 หรือควรหนัก 65 กิโลกรัม หากหนักมากกว่านี้ 13 กิโลกรัมหรือ 78 กิโลกรัม คงต้องหาทางลดน้ำหนักลงให้ได้

วิธีการลดน้ำหนักให้ได้ผลคือ การลดอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาอาหารไขมันสูงทั้งหลาย และการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย ข้อเน้นนะครับว่าเหมาะสมกับวัยเพราะบรรดาผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจนั้น มักจะอยู่ในวัยทองหรือสูงอายุ หากจะต้องไปวิ่งจ็อกกิ้งทั้งๆ ที่อายุมากแล้วและอาจจะมีน้ำหนักตัวมาก อาจจะเกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมและปัญหาอื่นๆ ตามมาได้

การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย รวมทั้งคนมีน้ำหนักตัวสูงที่ดีคือ การเดินเร็ว หรือการปั่นจักรยานที่ไม่มีการกระแทกน้ำหนักลงบนกระดูกข้อต่อทั้งหลาย

คุณหมอเฟรดริก เจ พาสโกว์ (Fredric J. Pashkow) ผู้อำนวยการเวชศาสตร์ฟื้นฟูด้านหัวใจ มูลนิธิคลินิกคลีฟแลนด์ ซึ่งจัดเป็นศูนย์หัวใจที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ได้เขียนหนังสือเรื่อง 50 แนวทางการดูแลรักษาโรคหัวใจไว้ ผู้เขียนจะไม่ยกทุกเรื่องที่คุณหมอแนะนำ มาไว้ที่นี่หรอกนะครับ เอาเป็นว่าขอสรุปเฉพาะบางประเด็นที่สำคัญก็แล้วกัน

สิ่งแรกเห็นทีจะเป็นเรื่องการให้กำลังใจตนเอง คนเป็นโรคต้องการกำลังใจครับ และผู้ที่ให้กำลังใจตนเองได้ดีที่สุด ทำให้ตนเองมีแรงฮึดที่จะต่อสู้เอาชนะโรคร้ายไม่ใช่ใครอื่นเลย แต่เป็นตนเองนั่นแหละ ดังนั้น ต้องพยายามสร้างขวัญและกำลังใจให้กับตนเอง ต้องเชื่อมั่นครับว่า เราจะชนะโรคร้ายนี้ได้

เมื่อรู้ว่าตนเองเป็นโรคหัวใจแล้ว สิ่งที่น่าจะต้องทำให้ได้คือ เรียนรู้ศัพท์แสงพื้นฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรค อย่างน้อยก็น่าจะเข้าใจสมุฏฐานของโรค กลไกของโรคบ้างไม่มากก็น้อย คำว่าหัวใจตีบหมายถึงอะไร หลอดเลือดแดงมีความหมายแค่ไหน ส่วนไหนบ้างที่ตีบและจะส่งผลอย่างไร

เมื่อรู้ศัพท์แสงแล้ว รู้ความเป็นไปเป็นมาของปัญหาแล้ว เมื่อแพทย์แนะนำการรักษา จะได้เข้าใจความสำคัญของการรักษาได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ไม่รู้อะไรสักอย่าง รู้แต่ว่าตนเองเป็นโรคจะต้องกินยา รู้เพียงแค่นั้นก็คงจะสื่อสารกับหมอลำบากหน่อย

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การเลือกแพทย์ที่ดี ไม่ใช่ว่าแพทย์คนไหนก็ได้ อย่างน้อยควรจะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจ หากเป็นแพทย์ด้านการรักษาทั่วไป เห็นทีจะต้องรีบหาแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจหรือด้านอายุรกรรมมาทำการรักษา ผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลของแพทย์ถูกคนถูกเวลา โอกาสที่จะหายจากโรค ก็ย่อมต้องมีมากขึ้นครับ

เมื่อได้แพทย์ถูกคนแล้ว ก็ต้องหมั่นไปพบแพทย์ พยายามทำตามคำแนะนำของแพทย์ อย่าดื้อดึงดันให้มันมากนัก แพทย์ขอให้งดหรือลดอาหารบางประเภทก็น่าจะหาทางปฏิบัติตาม หากแพทย์แนะนำสิ่งใดที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของตนเอง อาจหาทางยืนยันคำแนะนำของแพทย์ โดยการสอบถามจากแพทย์คนที่สองเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลกันเป็นครั้งเป็นคราว ทางการแพทย์เขาเรียกว่าการหาความเห็นที่สอง แต่ขอให้เป็นการหาในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ไม่อย่างนั้นอาจจะสับสนเอาได้ง่ายๆ

เรื่องบุหรี่เป็นเรื่องสำคัญต้องหาหนทางเลิกบุหรี่ให้ได้ หากมีคนรักหรือสามีภรรยา ต้องหาทางเลิกบุหรี่กันทั้งคู่ ไม่อย่างนั้นการเลิกบุหรี่อาจจะไม่สำเร็จ หรืออาจเจอปัญหาการสูบบุหรี่มือสอง คือตนเองไม่สูบแต่ต้องสูดดมควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบ อาจจะเป็นอันตรายมากกว่าสูบเองก็ได้ เขาเรียกว่าการรับควันจากปลายมวนซึ่งมีสารพิษค่อนข้างแยะ

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ พยายามให้คนในครอบครัวเข้ามาส่วนร่วมในการป้องกันโรคหัวใจด้วย เป็นต้นว่า คนไข้ต้องกินอาหารไขมันต่ำ ผักผลไม้เส้นใยอาหารสูงก็ควรแนะนำให้คนครอบครัวร่วมทำด้วยกัน ไม่ใช่ต้องมามีพฤติกรรมด้านอาหารการกินแปลกแยกอยู่คนเดียว เรื่องอย่างนี้ต้องร่วมต่อสู้กันทุกคนครับ

หมั่นดูแลเรื่องอาหาร เรื่องน้ำหนักตัว ความดันโลหิต เอาเป็นว่าจะต้องคอยดูแล เอาใจใส่สุขภาพของตนเองเสมอ หากน้ำหนักมากไปก็ต้องพยายามลดน้ำหนัก ลดอาหารไขมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันสัตว์ หมั่นกินผักผลไม้มากขึ้น ลดอาหารเกลือสูง น้ำตาลสูง

หมั่นออกกำลังกาย การเดินน่าจะเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างดีสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว ขยันเดินไปเดินมา เดินขึ้นบันได เดินไปทำธุระ ลุกจากที่นั่งทำงานให้บ่อยขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงการกินแล้วนอน

หาหนทางลดความเครียดลงให้ได้ หัดหาหนังสือสนุกๆ หรือตลกมาอ่าน หาภาพยนตร์ตลกมาดูคลายเครียด พยายามอยู่ใกล้คนที่คุยด้วยแล้วสนุก ใครที่เครียดนัก อยู่ใกล้แล้วทำให้เครียดหนักขึ้นก็คงต้องพยายามหลีกเลี่ยง พยายามคบหาสมาคมกับคนที่ไม่เครียด หมั่นมีกลุ่มกิจกรรมลดความเครียด หากชอบอะไรก็ลองทำดู พยายามหาความสุขกับชีวิต จะเที่ยวไหนก็ลองวางแผนไว้เถอะครับ

พยายามหาเรื่องหัวเราะให้ได้บ่อยๆ พยายามทำตัวสนุกสนาน สิ่งสำคัญคือ ต้องเลี่ยงหรือหลีกหนีความเครียดให้ได้ ความเครียดทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น คอเลสเตอรอลชนิดเลวสูงขึ้น นำไปสู่การเกิดโรคหัวใจได้รวดเร็วขึ้น

หมั่นตรวจสุขภาพให้บ่อยครั้งขึ้น เป็นต้นว่า วัดความดัน วัดไขมันในเลือด เพื่อจะได้หาหนทางป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ หากเกิดปัญหา การตรวจทางห้องปฏิบัติการในยุคใหม่นี้ ราคาไม่แพงนักหรอกครับ เลือกตรวจไขมัน ความดันโลหิต ไม่ต้องจ่ายสตางค์มากนัก

แนวทางที่หมอพาสโกว์ว่าไว้นั้นมีอยู่ 50 ข้อ แต่เมื่อเอามาสรุปรวมกันแล้ว ก็ได้เท่าที่เขียนไว้ข้างบนนั่นแหละครับ หากทำได้ตามนี้คุณหมอพาสโกว์แกว่า น่าจะช่วยทำให้ปลอดภัยจากการเกิดหัวใจวายได้ ลองทำดูกันหน่อยก็แล้วกัน


(update 15 พฤษภาคม 2002)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์   ปีที่ 11 ฉบับที่ 505-507 วันที่ 4 - 24 ก.พ. 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600