ฉันก็คงจะเหมือนคุณแม่คนใหม่ทุกคนที่ตื่นเต้นกับการจะเป็นคุณแม่เอามากๆ
เฝ้าถามตัวเองว่าเราจะเริ่มยังไงดี แต่ก็ยังดีที่สามีมีส่วนช่วยได้มากมาย เขาเอาอกเอาใจพิเศษ
เรื่องอาหารการกินไม่ต้องพูดถึง วันๆ ฉันจะต้องได้รับการจู้จี้จุกจิกกับการทานอาหารจนผิดปกติ
"ต้องทานนมเยอะๆ"
"ทานไข่ด้วย"
"เนื้อสัตว์ก็ดีนะยิ่งต้องทาน"
"ทานน้อยแบบนี้ไม่ได้นะ เธอมีลูกในท้องอีกคน ทานเผื่อลูกด้วย"
"ตับไม่ชอบก็ต้องทาน มีประโยชน์ต่อลูก"
โอ๊ย! อีกสารพัดจนบางทีฉันเองชักจะหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะคนท้องก็อย่างที่รู้ว่าหงุดหงิดง่ายเป็นที่สุด
และยิ่งระยะเดือนกว่าๆ ชักจะมีอาการเด่นนั่นคือ การอ้วก อ้วกได้ทุกสถานการณ์ซึ่งจะทำให้เราป่วน
และต้องปรับตัวมากทีเดียว กลิ่นที่เคยชอบเคยคิดว่าหอมก็พาลเหม็นไปหมด ไม่เว้นแม้แต่น้ำหอมกลิ่นโปรด
หรือแม้กระทั่งกลิ่นสามี ก็ดูเหม็นสุดจะทนไปหมด แปลกจริงๆ นะ ฉันเคยคุยกับคนท้องด้วยกัน
บางก็มีอาการนี้ (เหม็นและอ้วก) แต่บางคนกลับเฉยมากไม่เคยรู้ว่าแพ้ท้องนั้นเป็นไฉน
แหม! น่าอิจฉาจังแต่ก็ช่างเถอะ ลองแพ้ท้องดูบ้างจะได้รู้รสว่าเป็นยังไง
แล้วก็ได้รู้จริงๆ ว่าการแพ้ท้องนี่โหดไม่ใช่น้อย อยู่ดีๆ ผิดกลิ่นหน่อยกจะอ้วกได้ทุกที่ทุกเวลา
และสำหรับฉันแล้วมีเวลาอันแสนพิเศษอยู่เวลาหนึ่งคือ ตอน 2 ทุ่ม จะต้องอ้วกเอาที่กินเข้าไปแล้วออกมาหมด
พูดถึงแล้วยังเหนื่อยไม่หาย ฟังอย่างนี้แล้วคงเดากันได้ว่าฉันหมดโอกาสกลับไปนั่งทำฟันอีกเลย
แค่กลิ่นพื้นๆ เช่น อาหารบางชนิด น้ำหอม ยังกระตุ้นจนฉันอ้วกเกือบตาย ดังนั้น กลิ่นเลือด
กลิ่นน้ำลาย ไม่ต้องพูดถึงฉันเคยลองแล้วและก็ได้ทำฟันไปอ้วกไป เกือบตาย
ไม่เอาดีกว่า
นอกจากนี้สามียังร่วมให้ท้ายอีกว่า อย่าทำเลย ไม่คุ้มหรอกทรมานเปล่าๆ พักผ่อนให้สบายลูกในท้องจะได้แข็งแรง
แล้ววันหนึ่งฉันก็ตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าตัวเองมีเลือดออกเล็กน้อยและมีอาการปวดท้องน้อยอย่างมากด้วย
ตอนนั้นอยู่คนเดียวในห้องไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ร้องไห้แล้วรีบไปบอกสามี ซึ่งเขาตกใจมากเช่นกัน
รีบโทรไปปรึกษาคุณหมอว่าจะทำยังไงดี ท่านให้คำแนะนำว่าให้นอนนิ่งๆ อย่าเดินไปไหน
จนกว่าเลือดหยุดแล้วพักต่อดูอาการ ถ้าเลือดไม่หยุดจึงค่อยไปหาคุณหมอ ฉันนอนตัวแข็งทื่อ
มองดูเพดานด้วยตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา
"ลูกจ๋าอยู่กับหม่าม้าก่อน อย่าเพิ่งจากกันไป" ฉันได้แต่ภาวนาอยู่อย่างนั้น
จนในที่สุดทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ลูกยังคงอยู่อย่างเป็นสุขในท้องของฉัน ดีใจจริงๆ
ที่ผ่านเหตุการณ์อย่างนั้นไปได้ ฉันมองย้อนกลับไปแล้วก็ได้ข้อคิดว่าคนท้องนี่ก็ต้องหนักแน่น
เข้มแข็งไว้สุดกำลังเพื่อลูกแท้ๆ เลย ถ้าเราอ่อนแอเมื่อไรเราคงจะสู้สถานการณ์ยุ่งยากต่างๆ ไม่ไหว
เพราะถ้ากำลังใจไม่มีซะอย่างทำอะไรก็ดูจะยุ่งยากไม่สำเร็จไปซะหมด
เรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับการแพ้ท้องยังไม่หมด แปลกจริงๆ นะฉันเคยแต่ได้ยินคนอื่นเล่าว่า
แพ้ท้องแล้วจะอยากกินโน่นอยากกินนี่แปลกๆ ฉันได้แต่แอบค้านอยู่ในใจว่าไม่จริงหรอก
เป็นเพราะคนท้องอยากอ้อนสามีมากกว่า ! แล้วก็มาเจอกับตัวเองจนได้ แพ้ท้องคราวนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร
แทนที่จะอยากกินของเปรี้ยวๆ เหมือนชาวบ้านเขา ฉันกลับอยากกินเนื้อย่างเกาหลีอย่างหนัก
(ย้ำว่าอย่างหนักจริงๆ) กินซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่นั่นไม่รู้จักเบื่อ สามีก็อุตส่าห์อดทนนั่งย่างเนื้อเกาหลีให้ทาน
ควันจากการย่างรมหัวจนเหม็นไปหมด น่าสงสารเขามากเลย มีอันต้องสระผมบ่อยเป็นพิเศษ
แต่ก็อดทนไม่บ่นซักคำ
และแล้วอาการแพ้ท้องก็ค่อยๆ เลือนหายไปเองอย่างไม่น่าเชื่อ พอท้องได้สักสี่เดือนก็หายแพ้เป็นปลิดทิ้ง
ทีนี้ล่ะถึงคราวที่จะหิวเก่งแบบสุดสุดกันแล้ว กินได้กินดี ทั้งวี่ทั้งวัน น่าจะเรียกว่าชนะท้องได้แล้ว
กินเท่าไรท้องก็ต้องรับได้ ไม่มีอ้วกเลย ร่างกายคนเรานี่สุดยอดจริงๆ
การท้องครั้งนี้ฉันสังเกตว่ามีสิ่งต่างๆ
เกิดขึ้นมากมายน่าสนใจมากๆ เอาไว้มีโอกาสฉันจะเล่าให้ฟัง
(update 5 มีนาคม 2002)
[ ที่มา...
นิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 24 ฉบับที่ 350 เมษายน 2544 ]
|