เรื่องแบบนี้ไว้ใจกันได้ที่ไหน ถ้าคุณสามีตัวดีไปมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ
แล้วเผลอๆ เอาโรคอย่างว่ากลับมาฝากด้วย จะทำยังไงดีล่ะ
สามีทำงานต่างจังหวัดค่ะ เดือนหนึ่งจะกลับบ้านแค่ 2 วัน ดิฉันกังวลทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กัน
เพราะกลัวเขาไปเที่ยวผู้หญิงแล้วเราไม่รู้ กลัวจะติดโรค มีวิธีป้องกันหรือสังเกตอย่างไรบ้างคะ ตอนนี้กลุ้มใจมาก
(ช่วงนี้เป็นตกขาวแทบทุกวันด้วยเกี่ยวกันมั้ยคะ)
ประภาพรรณ/กรุงเทพ
ผู้ชายไทยมีชื่อเสียงเลื่องลือมานานเรื่องผู้หญิง ไปบ้านไหนเมืองไหนก็ต้องไข่ทิ้งเอาไว้เรี่ยราด
แม่บ้านบางคนที่ทำใจได้ถึงกับบอกเลยว่า "อยู่ในบ้านก็เป็นสามีเรา ก้าวพ้นประตูบ้านไปก็เป็นสามีชาวบ้านเขา"
(แต่ว่าไปแล้วหนุ่มไทยดีๆ ก็มีเยอะนะครับ
ดูผมเป็นตัวอย่างได้)
สามีก็เปรียบเหมือนแปรงสีฟันที่เราใช้แปรงฟันทุกวันนี่แหละครับ มันเป็นของส่วนตั๊วส่วนตัว
ใช้อยู่ของเราคนเดียว วันดีคืนดีมีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้เมาเอาแปรงสีฟันเราไปใช้ถูเข้าออก ถึงเวลาเราต้องใช้แปรงบ้าง
หยิบมาใช้อีกทีมันก็ไม่สนิทใจแล้วครับ เดี๋ยวปากเปื่อย เป็นแผลอะไรขึ้นมาก็ต้องโทษแปรงสีฟันตัวดีนี่ไว้ก่อน
ผู้หญิงเราก็เหมือนกัน อะไรที่มันเกี่ยวกับอวัยวะเพศของหวง หากมีตกขาว เป็นแผล ปวดท้อง
หรือมีอะไรผิดปกติขึ้นมา ก็ไม่วายนึกเอาไว้ก่อนว่าสามีตัวดีแอบเอาโรคอะไรมาติดหรือเปล่า
ก็ไม่รู้ล่ะ
ของฉันก็อยู่ของฉันดีๆ แล้วทำไมถึงเป็นโรคอะไรขึ้นมาได้ล่ะ เลยเป็นสาเหตุทะเลาะเบาะแว้งกัน
ทั้งๆ ที่บางทีมันเป็นของมันขึ้นมาเอง ไม่ได้ติดอะไรมาจากใครด้วยซ้ำไป
ตกขาวมา
เป็นเรื่องปกติ
ผู้หญิงเรามักจะมีตกขาวกันอยู่แล้ว ตกขาวปกติต้องเป็นสีขาวใส ไม่เขียว ไม่เหลือง ไม่คัน ไม่มีกลิ่นเท่านั้น
แต่จะมีผู้หญิงที่มีปัญหาตกขาวไม่ปกติเกิดขึ้นได้ประมาณ 10 คนในร้อยต่อปี โดยตกขาวที่ไม่ปกติมักมีสีเขียว
สีเหลือง มีอาการคัน หรือมีกลิ่น ที่ตรวจภายในกันอยู่ทุกวันนี้ก็มักจะเป็นตกขาวที่เกิดขึ้นเองทั้งนั้น
ตกขาวเพราะติดโรคจากสามีแทบจะไม่ค่อยเจอเลยครับ พูดจริงๆ นะ เดี๋ยวจะหาว่าเข้าข้างผู้ชายด้วยกัน !
ถ้าหากว่ามีตกขาวคัน คันมากทั้งข้างใน ทั้งข้างนอก ตกขาวสีขาวเป็นก้อนๆ ไม่มีกลิ่น
ตกขาวแบนี้ก็มักจะเกิดจากเชื้อรา โรคนี้เป็นโรคของผู้หญิงโดยเฉพาะ เพราะผู้หญิงจะมีตกขาว
หรือน้ำหล่อเลี้ยงภายในช่องคลอด ซึ่งมีแป้งเป็นส่วนประกอบหลักเหมือนขนมปังที่ตั้งทิ้งไว้สองสามวันก็จะมีราขึ้นได้
ถ้าอาบน้ำชำระล้างไม่สะอาดหมดจด มีตกขาวตกค้างตามหลืบตามร่องสะสมอยู่หลายๆ วันก็จะเป็นเชื้อราได้เช่นกัน
ผู้ชายไม่มีตกขาว ผู้ชายเลยไม่เป็นเชื้อรา สบายไป ดังนั้นถ้ามีอาการตกขาวแสบๆ คันๆ อย่าไปสงสัยเลยคุณสามีเลยครับ
เป็นของผู้หญิงเราเองแท้ๆ
ตกขาว
จากเชื้อแบคทีเรีย
แต่ถ้าตกขาวสีเทาๆ หม่นๆ เป็นฟอง ที่เด่นชัดที่สุดก็คือมีกลิ่นคาวๆ อับๆ เหมือนกลิ่นหัวปลา มีแสบๆ คันๆ
ได้นิดหน่อย แต่ไม่หนักเท่าเชื้อรา อาการนี้มักเป็นตกขาวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มาจากทวารหนักใกล้ๆ
กันกับช่องคลอดนั่นแหละครับ ถ้าหากเป็นตกขาวแบบนี้ก็ตัดสินกันยากหน่อย ว่าเป็นมาเองหรือสามีเอามาติด
บางทีเราอาจทำความสะอาดไม่ดีเองก็ได้ เช่น เช็ดก้นไม่ถูกวิธี ซึ่งปกติต้องเช็ดจากหน้าไปหลัง แต่อาจหลงลืม
เช็ดจากหลังขึ้นมาข้างหน้า ทำให้แบคทีเรียจากทวารหนักปนเปื้อนเลอเทอะเข้าไปในช่องคลอด
ก็เป็นเหตุทำให้เป็นตกขาวแบบนี้ได้ ยิ่งหากสามีเป็นประเภทชอบมีเพศสัมพันธ์ทั้งทางช่องคลอด
ทั้งทางทวารหนักด้วยก็ยิ่งเป็นกันใหญ่ แต่ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่ผู้หญิงที่คุณสามีไปยุ่งด้วย
เขาเป็นตกขาวแบบนี้ แล้วสามีเราก็อมเอาเชื้อนี้เก็บไว้ในหนังหุ้มปลาย
(ถ้าเอาของเขามาดมดูก็จะมีกลิ่นอับๆ คาวๆ
เหมือนกัน) พอกลับเข้าบ้านมาเป็นสามีเราก็เลยทำให้เราเป็นตกขาวตามเขาไปด้วย
ถ้าเป็นตกขาวแบบนี้แล้วจะให้หมอตัดสินว่าติดโรคจากสามีมาหรือเปล่าก็คงจะบอกยากมากๆ
จะเอาเชื้อไปตรวจว่าเป็นเชื้อของใครก็บอกไม่ได้ เพราะเชื้อโรคมันหน้าตาเหมือนกันหมด
ถ้าเป็นตกขาวแบบนี้ก็คงต้องยกประโยชน์ให้จำเลยไปซะ เพราะถ้าจะบอกว่าติดโรคจากสามีก็ดูจะเป็น
การกล่าวหากันมากเกินไป
ตกขาว
แบบไม่ปกติ
ถ้าตกขาวหน้าตาเหมือนนมข้นหวาน แต่สีออกจะอมเขียวนวลกว่าหน่อยๆ มีอาการปวดท้องน้อย
หรือปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้อย่ารอช้า ให้รีบไปหาหมอเลยนะครับ ซึ่งอาการนี้หมอก็มักตรวจพบว่า
เป็นหนองใน สมัยก่อนเป็นกันเยอะแยะ แต่เดี๋ยวนี้ค่อนข้างจะหายากพอควร พอมีโรคเอดส์ระบาด
ถึงจะชอบสนุกแต่ก็ยังกลัวตาย แม้แต่สาวบริการทั้งหลายยังต้องบังคับให้แขกใส่ถุงยางทุกรายกันไว้ก่อน
เลยทำให้มีการติดโรคหนองในกันน้อยลง
และหากรู้แน่ชัดแล้วว่าเป็นหนองใน ก็กลับไปสำเร็จโทษคุณสามีได้เลย
เพราะโรคนี้ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น การได้เชื้อมาทางอื่นพบได้น้อยมาก
ตกขาว
เพราะเป็นแผล
หากเป็นแค่ตกขาว ผู้หญิงเราอาจไม่กังวลสักเท่าไหร่ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าบางทีมันก็เป็นเองได้
แต่ถ้าเกิดเป็นแผลขึ้นมานี่สิ คงต้องเข้าใจไว้ก่อนว่าติดโรคจากสามีแน่นอน ก็ของของเรามีสามีใช้อยู่คนเดียว
จะไปติดมาจากใครได้ล่ะครับ แต่อย่างไรก็ตามต้องไปให้หมอดูก่อนว่ามันเป็นอะไร แผลที่ว่ามันเป็นได้
ตั้งแต่แผลที่เกิดจากการเสียดสีเวลามีเพศสัมพันธ์ธรรมดาๆ ซึ่งอาจเป็นเองได้ หายเองได้ แต่เป็นแผลประเภท
แผลเริม แผลซิฟิลิส แผลริมอ่อน ฟังดูแล้วก็เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งนั้น คงต้องให้คุณหมอเขาตรวจดู
ให้ชัดเจนก่อน แล้วอย่าลืมถามหมอล่ะว่าติดมาจากไหนได้บ้าง บางโรคก็ติดกันได้เฉพาะทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น
คุณหมอก็มักจะแนะนำให้พาสามีมาตรวจด้วย แต่รับรองยังไม่ทันได้พามาก็ฉะกันเรียบร้อยไปแล้ว
ถ้าเป็นแผลซิฟิลิสหรือแผลริมอ่อน สามีมักจะเป็นมาก่อน แต่แผลเริมนี่สิที่ทางทฤษฎีบอกว่า
ติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ก็เจอบ่อยๆ ว่าเมียเป็นคนเดียว สามีไม่เป็นอะไรเลย ถ้าตรงไปตรงมา
คนไข้ไม่ได้หลอกหมอ ก็อาจเป็นไปได้วาอาจติดมาจากการใช้ห้องน้ำสาธารณะที่คนก่อนหน้าเรา
อาจเป็นแผลเริมอยู่ มือไปสัมผัสโดนแผลแล้วมาจับที่ลูกบิดประตูหรือคันกดชักโครก แล้วเราเข้าต่อ
จับไปจับมาเลยได้ของแถมออกมาด้วย
ดังนั้นหากตรวจพบว่าสามีเป็นแผลด้วย หรือเคยเป็นแผลมาก่อน แล้วเป็นคนเอาโรคมาติดเรา
ก็คงต้องไปจัดการกันเอาเองนะครับ ผู้ชายทุกคนก็เหมือนกันหมดแหละ ชอบสนุก ชอบความตื่นเต้น
ต่างกันที่ความยับยั้งชั่งใจใครจะมากกว่ากันเท่านั้นเอง ก็คงต้องอบรมเรื่องความยับยั้งชั่งใจให้เยอะเป็นพิเศษ
แต่ถ้าผู้หญิงเป็นโรคแล้วผู้ชายไม่เป็นคงต้องหาคำอธิบายดีๆ ไว้ด้วย ทางที่ดีต้องอาศัยคนกลาง
ช่วยอธิบายให้สามีทราบทุกครั้ง คนกลางที่ดีที่สุดก็เห็นจะเป็นหมอที่ตรวจนั่นแหละครับ
คงต้องให้สามีเขารู้ด้วยว่ามีความเป็นไปได้ที่ได้รับเชื้อนี้มาจากทางไหนได้บ้าง หากสามีไม่เข้าใจ
ก็อาจทำให้เกิดความหวาดระแวงและนำไปสู่ปัญหาครอบครัวตามมาได้ในที่สุด
ผู้หญิงอาจติดโรคจากสามีโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยก็ได้ เช่น โรคซิฟิลิส แล้วก็เอดส์ในระยะเริ่มแรก
จะไม่มีอาการอะไรเลย ถ้าโชคดีหน่อยเป็นแค่ซิฟิลิสก็สามารถรักษาให้หายได้ไม่ยาก แต่ถ้าโชคร้ายเป็นเอดส์
ก็คงต้องทำใจ เพราะถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มียาที่จะรักษาได้ ดังนั้นถ้าไม่ไว้ใจสามีก็คงต้องตรวจเลือดเป็นประจำด้วย
คนเป็นเมียอยู่ที่บ้านก็ต้องคอยสังเกตสามีตัวเองไว้บ้าง สามีบางรายก็เก็บความลับเก่งมาก
ไปมีเมียน้อยอีกคน มีลูกมีเต้าโตจนเข้าโรงเรียนแล้ว บ้านใหญ่ยังจับไม่ได้เลย แต่ถ้าบ้านไหน
สามีเก็บความลับไม่เป็นนี่สิ ถือว่าโชคดี ไปทำอะไรมา สบตาทีเดียวก็รู้แล้ว ไม่ต้องไปเสียเวลาคอยจับผิด
สำหรับความเห็นของผมแล้ว หากผู้หญิงมีความคิดหวาดระแวง กลัวว่าจะติดโรคจากสามี
ผมคิดว่าครอบครัวนี้เริ่มมีวิกฤติการณ์เล็กๆ ขึ้นแล้วล่ะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า "ความไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน"
ซึ่งจะคอยบั่นทอนความรัก ความสุขในครอบครัวทีละเล็กทีละน้อย หากมีความคิดนี้ขึ้นมาอย่าเก็บความรู้สึกสงสัย
เอาไว้เลยครับ
มันไม่ดี เดี๋ยวอกจะแตกตายเสียก่อน ที่สำคัญมันเป็นการเก็บความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกันเอาไว้
รีบไปหาหมอให้รู้แล้วรู้รอดเลยครับ ดูว่าติดโรคจากสามีมาหรือเป็นเองกันแน่ ถ้าเป็นขึ้นมาเองก็จะได้ไม่ไปโทษใคร
ความหวาดระแวงวิตกจริตจะได้หมดไป แต่ถ้าพบว่าติดโรคจากสามีมาจริงก็คงต้องคุยกันให้รู้เรื่องไปเลย
ถ้าคุยไม่รู้เรื่อง แค่เอามูลิเน็กส์กับมีดโกนวางไว้บนหัวเตียง
รับรองวันเดียวก็จะสามารถกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้
ผู้ชายน่ะ
แม้ไม่เคยกลัวอะไรแต่ก็กลัวโดนตัดใส่มูลิเน็กส์ที่สุด
พูดแล้วขนลุก
(update 25 กุมภาพันธ์ 2002)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 7 ฉบับที่ 74 ธันวาคม 2544 ]
|