เคยเห็นแต่คำว่า " การแพทย์ทางเลือก" หลายคนไม่เคยเห็นคำว่า " โภชนาการทางเลือก"
ก็เลยไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ขออธิบายตรงนี้ก็แล้วกันครับ แต่ก่อนอื่นคงต้องย้อนกลับไปดู
เรื่องการแพทย์ทางเลือกให้เข้าใจตรงกันเสียก่อน
การแพทย์ทางเลือก หมายถึง แนวทางการรักษาโรคนอกเหนือไปจากแนวทางที่ใช้กันตามปกติ
คนเราเวลาป่วยแล้วไปโรงพยาบาลหรือไปหาแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์จะรักษาโดยใช้เทคโนโลยี
ทางการแพทย์สมัยใหม่ ซึ่งได้แก่ การใช้ยา หรือการผ่าตัดหรือการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์
มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไม่อยากจะรักษาด้วยการแพทย์แผนใหม่สักเท่าไหร่
หรือเคยรักษามาแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือว่าเคยชินกับการรักษาแบบเก่า ผู้ป่วยเหล่านี้เขามีสิทธิเต็มที่
ที่จะใช้การแพทย์แผนอื่นนอกเหนือจากการแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนอื่นที่จะใช้รักษาผู้ป่วยนี่แหละครับ
ที่เรียกกันว่าการแพทย์ทางเลือก คือผู้ป่วยหรือญาติสามารถที่จะเลือกมาใช้ได้
การแพทย์ทางเลือกก็อย่างเช่น การแพทย์แผนไทย แผนจีน การฝังเข็ม การจัดกระดูก การนวด
การใช้สมุนไพร การใช้โภชนบำบัดหรือใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การใช้แนวทางอายุรเวท การใช้ความร้อน
การทำโยคะ และอีกหลากหลายแนวทาง
ข้อดีของการแพทย์ทางเลือกไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าเทคนิคไหนดีกว่าเทคนิคไหนหรอกครับ
เพราะเรื่องเทคนิควิธีการนั้นต่างฝ่ายต่างก็อ้างว่าของตนเองดีทั้งนั้นแหละ ข้อดีของมันอยู่ตรงที่
การมีทางออกหรือทางเลือกให้กับผู้ป่วย ไม่ใช่ยัดเยียดบริการว่าจะต้องเป็นการแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น
สมัยก่อนใครที่ลองการแพทย์ทางเลือกนอกเหนือไปจากแนวทางปกติหรือแนวทางการแพทย์ยุคใหม่
เป็นต้องถูกแพทย์บางท่านค่อนแคะประชดประชันไม่จบไม่สิ้น แพทย์จำนวนไม่น้อยที่ไม่เชื่อว่า
การแพทย์ทางเลือกจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง แพทย์เหล่านั้นมักมองว่าการแพทย์ทางเลือก
หรือบางครั้งเรียกว่าการแพทย์รอง เป็นแนวทางที่เหลวไหลไร้สาระ ไม่มีเหตุไม่มีผล
ปัจจุบัน วงการแพทย์ก้าวหน้ามากขึ้น ความรู้ความเข้าใจทางด้านสรีรวิทยาของมนุษย์มีมากขึ้น
ความสนใจการแพทย์ทางเลือกมีมากขึ้น ข้อมูลการแพทย์ทางเลือกได้รับความสนใจค้นคว้า
เป็นวิชาการที่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์การแพทย์แผนใหม่ ปรากฏว่าแพทย์แผนใหม่ยอมรับ
แนวทางการแพทย์ทางเลือกมากขึ้น คำประชดประชันก็เลยค่อยๆ จางหายไป
เดี๋ยวนี้คนที่ฝักใฝ่กับการแพทย์ทางเลือกไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกแล้วล่ะครับ
เมื่อการแพทย์ยังมีทางเลือก เรื่องของโภชนาการหรือเรื่องการกินก็ไม่แตกต่างกันหรอกครับ
โภชนาการทางเลือกหรือ alternative nutrition ก็มีได้ไม่ต่างจาก alternative medicine เหมือนกัน
เสน่ห์ของวิชาการทุกสาขาอยู่ตรงที่มีทางออกหรือทางเลือกนี่แหละครับ ในเรื่องโภชนาการนั้น
หากเราเป็นคนไม่กินเนื้อ เราก็สามารถหาพืชผักประเภทถั่วหรือสาหร่ายที่ให้โปรตีน
ทำให้ร่างกายไม่ขาดโปรตีนแม้ว่าจะไม่กินเนื้อ ถั่วหรือสาหร่ายเป็นโภชนาการทางเลือกให้กับคนไม่กินเนื้อครับ
มีคนหลายคนไม่ดื่มนม เพราะกลัวท้องเสีย หรือกลัวนม เพราะมีคนไปพูดจาใส่ร้ายนมอยู่บ่อยๆ
เมื่อไม่ดื่มนมโอกาสขาดแคลเซียมย่อมมีสูง คนผู้นั้นสามารถเลือกปลาที่กินทั้งกระดูก กุ้งแห้ง ผักใบเขียว ถั่ว
เป็นแหล่งโภชนาการทางเลือกสำหรับแคลเซียมได้ หากไม่ยอมกินปลาเพราะมันเหนียวหรือมีกระดูกมาก
ไม่กินผักเพราะไม่ชอบรสชาติ ไม่ยอมเคี้ยวกลัวผักเหนียว คนประเภทนี้เรายังมีผลิตภัณฑ์แคลเซียม
ในรูปยาเม็ดหรือยาน้ำหรือเม็ดฟู่ให้เลือก
คนไม่กินปลาเพราะเหม็นกลิ่นปลา รู้สึกว่ามันคาว ประโยชน์จากการได้กรดไขมันโอเมก้าสามหายไป
ก็อาจเลือกแคปซูลกรดโอเมก้าสามหรือน้ำมันปลาทดแทนได้ ประเด็นของอาหารอื่นก็มีทางเลือกไม่ต่างกัน
ดังนั้น การที่มีโอกาสได้เลือกอาหารได้หลากหลายนี่แหละครับคือหัวใจของโภชนการทางเลือก
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เรียกกันว่าอาหารเสริม รวมทั้งอาหารพันธภาพหรืออาหารฟังก์ชั่นที่กล่าวอ้าง
ว่าช่วยเสริมสุขภาพได้ รวมทั้งอาหารบางอย่างมีการกล่าวอ้างว่าช่วยป้องกันโรคได้
อาหารประเภทนี้เป็นได้ทั้งโภชนาการทางเลือกและการแพทย์ทางเลือกไปในเวลาเดียวกัน
มีนักโภชนาการรวมไปถึงแพทย์จำนวนหนึ่งมองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคล้ายเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค
โดยเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่มีคุณค่ารวมทั้งราคาก็แพง การมองในลักษณะนี้เป็นผลทำให้ผู้บริโภค
ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ถูกตัดขาดจากแพทย์และนักโภชนาการไปอย่างน่าเสียดาย
อันที่จริงหากเราทำใจให้กว้าง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนับเป็นโภชนาการทางเลือกประเภทหนึ่ง
นักโภชนาการคงต้องแยกประเด็นของการหลอกลวงผู้บริโภคของผู้จำหน่ายบางคนบางกลุ่ม
นักโภชนาการคงต้องพยายามแนะนำผู้บริโภคให้ใช้ผลิตภัณฑ์ในลักษณะของการเสริมจากอาหารปกติ
ที่สำคัญคือให้เป็นโภชนาการทางเลือก ทั้งต้องเตือนไม่ให้ผู้บริโภคมองผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นยา
ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องพูดจาลักษณะโจมตีผลิตภัณฑ์จนเกินเลยไปนัก
เสน่ห์ของวิชาการคือ การมีทางออกหรือทางเลือกให้กับผู้ใช้ประโยชน์จากวิชาการ
โภชนาการหากมีทางเลือกบ้าง ไม่ชอบอาหารหลักก็เลือกอาหารขยะได้บ้าง
หรือเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบ้าง คนก็ไม่เครียด
และรู้จักการดูแลสุขภาพโดยปรับให้เข้ากับพฤติกรรมของตน
สังคมต้องมีทางเลือกครับ การเมืองที่มีพรรคการเมืองให้เลือกหลายพรรคก็อยู่รอด
รักษาประชาธิปไตยของชาติไปได้ ประเทศไหนบังคับให้ประชาชนเลือกพรรคการเมืองพรรคเดียว
แบบประเทศคอมมิวนิสต์ คงอยู่ได้ไม่นานหรอกครับ เรื่องโภชนาการที่บังคับให้เดินแนวทางโภชนาการหลักอย่างเดียว
ไม่มีแนวทางใหม่ให้เลือกบ้าง อาจจะไปไม่รอดก็ได้เหมือนกัน
(update 17 พฤษภาคม 2002)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 11 ฉบับที่ 515 วันที่ 15 - 21 เม.ย. 2545 ]
|