กำจัดจุด (หย่าร้าง)


อัตราการหย่าร้างทุกวันนี้ สูงขึ้นกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับสิบปีที่ผ่านไป !!

น่าตกใจ ที่สถาบันครอบครัวไทย เริ่มเปราะบางถึงเพียงนั้น ทางเลือก...ที่อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไปของชีวิตคู่ ปัจจุบันหลายคู่ขอจบ ด้วยการแยกทางกันเดิน

ทั้งที่วันซึ่งปลงใจจะนอนร่วมเตียง หลายคู่ยืนยันหนักแน่นว่า จะรักกันจนตราบสิ้นลมหายใจ

แต่ด้วยเหตุผลนานัปการ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด ความในใจทั้งหลายทั้งปวงของสามีภรรยาจึงถูกเก็บงำ ไม่กล้าระบายให้คู่ชีวิตรู้ ต่างคนต่างแบกความรู้สึกต่างๆ ไว้ไม่แพ้กัน
แม้ส่วนใหญ่ จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องไม่ดี แต่ทั้งคู่ขอเก็บเรื่องนั้นไว้กับตนเอง ทำให้เหมือนกำลังสร้าง " ม่าน" ระหว่างกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนที่สุดนำไปสู่การไม่กล้าเปิดใจเข้าหากัน

ว่ากันว่า รากฐานของความรักก่อตัวจากความเข้าใจ แต่ถ้าจะพูดถึงรากฐานของครอบครัว น่าคิด...ว่าเราจะยึดสิ่งใดเป็นบรรทัดฐานในการครองเรือนอันดับต้นๆ มี " ความซื่อสัตย์" อยู่ในแนวหน้านี้ด้วยไหม

นิตยสารรีดเดอร์ส ไดเจสท์ สรรสาระ ฉบับประจำเดือนมิถุนายน ได้ออกแบบสำรวจหัวข้อ " สามีภรรยาซื่อสัตย์ต่อกันแค่ไหน" สำรวจทัศนคติและพฤติกรรมการใช้ชีวิตคู่ของคนไทย จำนวน 1,164 คู่ มีทั้งจดทะเบียนสมรสและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียน ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีสำนักวิจัยเอแบค โพลล์ ดำเนินการสำรวจ

ผลปรากฏว่าร้อยละ 53 ของผู้หญิงเป็นผู้เปิดเผยและหยิบยกปัญหาขึ้นมาพูดก่อน ส่วนร้อยละ 35 ผู้ชายบอกว่าภรรยาเป็นผู้เริ่ม

การสำรวจครั้งนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นภาพความซื่อสัตย์ การปกปิดความลับ การเปิดเผยความในใจ ของสามีภรรยาที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน โดยที่อีกฝ่ายไม่เคยรับรู้เลยว่าสามีหรือภรรยาของตนนั้นมีความรู้สึกเช่นไร แต่ถ้ามีโอกาสเปิดใจได้พูดคุณอยากบอกเขาหรือเธอว่าอย่างไร

กรุงเทพวันอาทิตย์ อาสาเป็นสื่อกลางนำไปสู่การเปิดประตูใจอีกครั้ง เชื่อว่าหากเลือกบทสรุปชีวิตคู่ ในทุกช่วงจังหวะของชีวิตได้ ใครๆ ก็อยากจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ไม่ต่างจากเทพนิยาย แม้จะยุคดิจิทัลก็ตาม

ประตูแห่งความปรารถนาของผู้หญิง...

เสียงระฆังวิวาห์ดังก้องกังวานขึ้นอีกครั้งเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เมื่อหญิงชายวัย 29 ปี คู่หนึ่ง ตกลงตัดสินใจเข้าสู่ประตูวิวาห์ เลือกที่จะใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยา หลังจากที่ใช้เวลาคบหาดูใจกัน มาเป็นระยะเวลา 4 ปี เขาและเธอบอกว่า เวลา 4 ปีที่คบหากัน เป็นเวลาที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิ

ฝ่ายหญิงมีดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์ ส่วนฝ่ายชายสำเร็จปริญญาโท ประกอบกับทั้งสองมีหน้าที่การงานที่พร้อม ฝ่ายหญิงเป็นเจ้าหน้าที่อยู่องค์การเภสัช สถาบันวิจัยและพัฒนา ฝ่ายชายช่วยคุณพ่อดูแลธุรกิจ

ส่วนคู่อื่นระยะเวลาของการคบหา จะมีส่วนช่วยในการตัดสินใจมากน้อยแค่ไหน " ขึ้นที่ความพอใจและโอกาสของคู่นั้นมากกว่า" คู่สามีภรรยากล่าว "สำหรับวัยรุ่นที่เปลี่ยนคู่ครองบ่อยๆ นั้นเพราะวุฒิภาวะยังน้อยมากกว่า" ฝ่ายชายกล่าวเสริม

คุณปู-อรุณี ตั้งคารวคุณ (วิทยานุกูลลักษณ์) กับคุณโอ-จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ เป็นคู่ที่เพิ่งเป็นข่าวไปหมาดๆ เพราะฝ่ายชายคือ ทายาทเจ้าของสี TOA ประจักษ์-ละออ ตั้งคาวรคุณ ส่วนฝ่ายหญิงก็เป็นสาวสวยมีดีกรี ฉะนั้นการใช้ชีวิตร่วมกัน อาจจะถูกจับตามากกว่าคู่อื่นๆ แต่เขาและเธอบอกว่า " เรายังคงใช้ชีวิตแบบธรรมดา คงไม่หวือหวาไปกว่านี้"

ผลของการสำรวจที่ว่าฝ่ายหญิงเป็นผู้เปิดใจมากกว่านั้น สำหรับคู่นี้ดูท่าว่าจะเป็นจริงตามโพลล์ เพราะคุณโอเกี่ยง ให้ภรรยาสาวเป็นผู้เริ่มเปิดใจกับ กรุงเทพวันอาทิตย์

คุณปู เริ่มเปิดฉากถึงเรื่องราวก่อนที่จะมีวันนี้ วันที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝัน เธอวางแผนชีวิตคู่ตั้งแต่ปีที่แล้ว ตกลงจะแต่งงานกันหลังเรียนจบ ความรู้สึกของเธอคือฝ่ายชายเป็นคนมีน้ำใจ เอาใจใส่คนรอบข้าง ทำให้รู้สึกอบอุ่นและมัดใจเธอในที่สุด

เมื่อพูดถึงสารทุกข์สุกดิบ ฝ่ายหญิงให้เครดิตฝ่ายชายเต็มที่ว่า สามีเป็นคนเอาใจใส่ ดูแล ถามไถ่ความรู้สึกอยู่เสมอ ส่วนเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย ฝ่ายชายก็มีมากว่า เธอว่าอย่างนั้นพร้อมกับเสียงหัวเราะ

หากมีเรื่องกลุ้มใจ ไม่สบายใจ ส่วนใหญ่เธอจะเป็นคนพูดก่อน แต่ดูที่เวลาและโอกาสด้วย กระนั้นปัจจุบันผู้หญิงมีความมั่นใจสูงขึ้น ทำอะไรได้ไม่แพ้ผู้ชาย แต่ความมั่นใจเกินไปนั้น เธอว่าอาจทำให้ชีวิตคู่อับปางได้ ซึ่งไม่สมควรนักหากจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้น

คู่นี้ไม่ต่างไปจากคู่อื่นๆ คือมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งบ้างเป็นธรรมดา เพื่อรสชาติของชีวิต แต่ฝ่ายหญิงก็สามารถทำให้ฝ่ายชายประทับใจได้คือ ความสนุกสนานร่าเริง และมีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์เป็นหลัก

เปิดใจด้วยภรรยาแล้ว เปลี่ยนเป็นเสียงของฝ่ายชายบ้าง เขาว่าการเปิดใจเป็นเรื่องสำคัญของใช้ชีวิตคู่ แต่บางครั้งไม่จำเป็นต้องเปิดเผยทุกเรื่อง หากเรื่องนั้นๆ ไม่ก่อผลเสียหายต่อชีวิตคู่ ด้วยว่าทุกคนย่อมมีเรื่องราวที่เป็นส่วนตัว แม้จะถือว่าการเป็นคู่สามีภรรยา หมายถึงการเป็นบุคคลเดียวกันก็ตาม

เรื่องที่สามีมักจะปิดบัง ไม่บอกให้ภรรยารู้ ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่การงานมากกว่า เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้ชายมักจะแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ไม่อยากให้ภรรยารับรู้
คุณโอกล่าวว่าเหล่านี้คือสัญชาตญาณของผู้ชาย เพื่อแสดงให้ภรรยาเห็นว่า สามารถเป็นผู้นำของครอบครัวได้ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาใดๆ ก็ตาม

เรื่องราวของสามีภรรยามือใหม่คู่นี้ เพิ่งจะเริ่ม แต่ทั้งคู่ก็เห็นความเป็นหนึ่งเดียว " ความซื่อสัตย์ซึ่งกันและกันมีผลอย่างมากในการที่ให้ชีวิตคู่ราบรื่นเหมือนที่ฝันร่วมกันไว้ คิดแต่เพียงว่าวันนี้พรุ่งนี้จะทำอะไร และทำให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ"

ประสบการณ์ในการใช้ชีวิตคู่

14 ปี ในการใช้ชีวิตคู่ของ คุณเมย์-มาริสสา มหาวงศ์ตระกูล กับสามี ประทักษ์ มหาวงศ์ตระกูล เธอใช้เวลาคบหากับฝ่ายชายเพียงปีเศษๆ ก่อนตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน จนปัจจุบันมีลูกสาว 2 คน ร่วมเป็นประจักษ์พยานความหวาน โดยเฉพาะยามที่ทั้งคู่ควงกันออกงานสังคม หลายคนต้องแอบอิจฉา

ฝ่ายหญิงเล่าถึงการใช้ชีวิตฉันสามีภรรยาว่า ส่วนใหญ่เธอจะผู้เปิดประเด็นซักถามความเป็นอยู่ของฝ่ายสามี แต่ด้วยระยะเวลาที่อยู่ร่วมกันมานาน ระยะหลังอาจจะพูดน้อยลง ฟังกันมากขึ้น

ฟังดูเหมือนสโลแกนโทรศัพท์ยี่ห้อหนึ่ง แต่เธอว่าเป็นจริงอย่างนั้น ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่สบตาก็รู้ว่าฝ่ายชายต้องการอะไร สิ่งที่เธอพูดประโยคแรกคือ " ผู้ชายไม่ชอบเรื่องกระหยุมกระหยิมจุกจิกกวนใจ เราต้องเข้าใจเพราะเขาต้องการพักสมองหลังจากที่กลับมาจากที่ทำงาน อย่าเอาเรื่องปวดหัวเล็กๆน้อยๆ ไปใส่เขาอีก ควรพูดแต่เรื่องดีๆ ทำให้เขาสบายใจพูดด้วยเหตุผล พยายามใช้อารมณ์ให้น้อยที่สุด ไม่อย่างนั้นชีวิตคู่ของเราอาจไม่อยู่ด้วยกันไม่ยืดถึงวันนี้ได้"

ปัจจัยในการครองรักของเธอ เธอว่าขึ้นอยู่สไตล์การดำเนินชีวิตของแต่ละคู่มากกว่า " สำหรับตนเองกับสามีจะเปิดอก พูดคุยกันเสมอหากมีเรื่องคับข้องใจ ไม่เข้าใจกันในบางเรื่อง ทะเลาะเบาะแว้งมีบ้าง แต่ไม่เก็บงำปัญหานั้นๆไว้ อาจทำให้เก็บกดซึ่งจะกลายเป็นปัญหาที่สามีภรรยา กำลังเป็นประสบอยู่ เพื่อนๆ หลายคนก็เจอปัญหานี้เช่นกัน"

การปรับทุกข์สำคัญไม่น้อยในการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ควรหันหน้าเข้าหากันพูดคุยแต่ต้องหาเวลา และโอกาสที่เหมาะสม

เรื่องเซ็กซ์..สำคัญแค่ไหน บางคนฟังดูอาจจะเข้าข่ายเรทเอ็กซ์ แต่ใครจะรู้ว่า ปัญหานี้เป็นประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การหย่าร้าง ในระดับต้นๆ ทีเดียว

แต่สำหรับสามีภรรยาคู่นี้เธอบอกว่า " เราถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ควรปกปิดกัน จะหาเวลาพูดคุย แม้ไม่ใช่หลักสำคัญในการดำเนินชีวิต แต่นี่ก็ถือเป็นสีสันของมนุษย์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลย " เธอว่าอย่างนั้น ส่วนความลับที่มีต่อกันนั้น เธอบอกเพียงว่า " ทุกคนมีความลับบางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยกับใครได้ แม้กระทั่งสามีตนเอง เพราะถึงแต่งงานไป บางครั้งคนเราก็ยังต้องการความไพรเวท มีเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากบอกใคร แต่นั่นต้องไม่ใช่สิ่งเลวร้ายและเก็บไว้ส่วนตัวไม่ส่งผลกระทบถึงใครๆ"

ส่วนเรื่องที่อยากบอกสามี แต่ไม่เคยบอก ส่วนใหญ่เธอว่าจะเป็นเรื่องท่องเที่ยว อนาคตข้างหน้าอยากทำงานน้อยลง เดินทางรอบโลก ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ สามีของเธออยากเลี้ยงนกกระจอกเทศ แต่ตอนนี้ยังติดภาระเรื่องลูก ฟังดูเป็นชีวิตคู่ในฝันของอีกหลายๆ คู่

หากตื่นเช้ามา พบว่าเป็นโสดอีกครั้ง ชีวิตจะเป็นอย่างไร

ชายและหญิงร้อยละ39 ที่ตอบแบบสอบถามนี้ ตอบว่าเคยคิดเช่นนั้น แต่สำหรับคุณเมย์ เธอบอกว่า " ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองเป็นโสด คิดเพียงว่าจะทำอย่างไร เคยอยู่กับสามีมาตลอด ลูกๆ จะเป็นอย่างไร ผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียวคงเป็นอันตรายและน่าวิตก"

เธอว่าการใช้ชีวิตคู่นั้น มีเทคนิคมากมาย ผู้หญิงแต่ละคนจะมีมารยา 108 เล่มเกวียนเป็นอาวุธ เพียงแต่หยิบมาให้ถูกเล่มและถูกโอกาส รู้หน้าที่ของภรรยา ใช้ชีวิตแบบเป็นกลาง ดูคู่รักคู่อื่นเป็นครูสอน ทำอะไรคิดถึงลูกมากๆ ที่สำคัญอยู่ที่ความซื่อสัตย์ต่อกัน

ผู้หญิงกับการหย่าร้าง..

" ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ เพราะในชีวิตคิดว่าเป็นลูกผู้หญิงเกิดมาเพื่อแต่งงานครั้งเดียว ตัดสินใจที่จะสละโสด เพื่อใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายดีๆ สักคน และนั่นคือคนที่เราเลือกแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกอยากเป็นแม่ม่าย "

วริศริยา งามเกิดศิริ หรือคุณจิ๊ก (เคยรู้จักในแวดวงสังคมในนามมลิวัลย์ มงคลยศ) มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตคู่มากกว่า 18 ปี แต่แล้วเวลาก็ไม่สามารถหยุดการตัดสินใจของเธอได้ สุดท้ายเธอเป็นผู้หญิงใจแกร่งอีกคนที่เลือกแยกทางเดินกับสามี หลังจากมีปัญหาแคลงใจกันอยู่นานพอควร เธอว่าถ้าไม่ถึงที่สุด ผู้หญิงก็ไม่อยากจดทะเบียนหย่า เพราะปัญหาต่างๆ จะตามมาอีกมากมาย

เธอไม่อยากให้ลูกสาววัย 2 และ 5 ขวบ ต้องมารับรู้เรื่องแบบนี้ แต่อนาคตจะช้าหรือเร็วเด็กๆ ก็ต้องรับรู้อยู่ดี สำหรับตอนนี้เธอบอกกับลูกๆ เพียงว่า "พ่อต้องทำงานหนัก กลับถึงบ้านหนูๆ ก็หลับแล้ว มีเวลาจะพาไปส่งคุณพ่อเขาพาเที่ยวบ้าง ทานข้าวบ้าง เพราะไม่อยากให้ผิดปกติมากนัก ห่วงความรู้สึกลูกๆ มากกว่าตัวเอง " เสียงของความเป็นแม่คนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

" ใจหายจริงๆ เมื่อรู้ว่าต้องมีวันนี้เกิดขึ้น ไม่ทันตั้งตัวและรู้สึกเสียดายผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเคยรู้จักว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นผู้ให้และเสียสละทุกอย่างเพื่อเรามาก แต่บางครั้งเวลาก็ทำให้จิตใจคนเปลี่ยนได้เหมือนกัน "

สาเหตุของการหย่าร้างเธอว่า สะสมมาเรื่อยๆ ต่างคนต่างใช้ความเงียบเป็นที่ตั้ง ความห่างเหินเริ่มมีมาก จากนั้นพูดกันน้อยลง ปัญหาเล็กๆ บานปลายเป็นเรื่องใหญ่ หากพูดจากันให้เข้าใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วช่วยกันแก้ไข เธอคิดว่าอาจจะไม่ลงเอยเช่นนี้ เธอบอกว่า "ความซื่อสัตย์" จะนำไปสู่ความเชื่อมั่น เชื่อใจ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้อภัยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สามีภรรยาและคู่รักอีกจำนวนมากมายควรต้องมี เวลาคบหาบวกกับเวลาที่ใช้ชีวิตชายคาเดียวกัน อาจไม่มีค่าใดๆ เลย ถ้าปล่อยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซื่อสัตย์เพียงฝ่ายเดียว

" กว่าจะทำใจยอมรับได้ ใช้เวลาอยู่นานพอควร บอกได้เลยว่าไม่กล้าสู้หน้าเพื่อนๆ ไปพักใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้กลับมาเป็นแม่ที่แกร่งให้กับลูกๆ มากกว่าเดิมก็คือประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมดนั่นเอง เพื่อนๆ และสังคมยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น "

เธอว่าอยู่เฉยๆ อาจทำให้ชีวิตฟุ้งซ่าน จึงหันเข้าหางานช่วยเหลือสังคม ทำกิจกรรมตลอดเวลา ทำให้ลืมปัญหาเก่าๆ ไปได้มาก ปัจจุบันคุณจิ๊กเป็นนายกสโมสรซอนต้า เบญจศิริ นี่คือสิ่งเธอภูมิใจในหน้าที่ซึ่งหลายคนยอมรับความสามารถแต่ถ้าจะให้แต่งงานอีกครั้ง ต้องคิดทบทวนหลายตลบ ใช้เวลาอีกนานทีเดียว เธอว่าอย่างนั้น

น่าเสียดายที่เธอไม่มีโอกาสได้พูดในสิ่งที่คิดฝัน และอยากทำกับสามี คือ " มีบ้านอยู่ต่างจังหวัด มีสวนหญ้าวิ่งเล่นกับลูกๆ ไม่มีเสียงโทรศัพท์รบกวน อาบแดดให้ตัวดำอยากเดินทางท่องเที่ยวไปกับสามีที่น่ารักเท่านั้นเอง" แต่ตอนนี้เธอขอทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับลูกๆ และแม่ของเธอ เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก

ไม่อยากให้บ้านมีจุดอ่อน ก็ต้องลุกขึ้นมากำจัดจุดหย่าร้าง เรื่องที่ผู้มีชีวิตคู่ทั้งหลาย ไม่อยากให้เกิด



10 อันดับจากผลสำรวจของนิตยสารรีดเดอร์ ไดเจสท์
1. ผู้ที่เริ่มต้นพูดปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวก่อน ชายร้อยละ 37.8 หญิงร้อยละ52.5
2. มีประสบการณ์เกี่ยวกับความลับที่ไม่บอกคู่ครอง 61.1 / 52.2
3. สิ่งที่เคยปกปิดหรือไม่บอกให้คู่ครองทราบ/ค่าใช้จ่าย 43.7 /48.6
4. ประสบการณ์ที่เคยปกปิดหรือไม่บอกคู่ครอง/มีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนอื่น 40.0 /8.3
5. สิ่งที่ต้องการบอกคู่ครอง/อยากให้ไต่ถามเรื่องต่างเกี่ยวกับตัวท่าน 60.0/65.1
6. สิ่งที่เคยคิดอยากโน้มน้าวคู่ครอง/ความซื่อสัตย์ 42.9/58.
7. รับรู้เรื่องชีวิตรักในอดีตของคู่ครอง/รู้บางเรื่อง 37.0/34.7
8. ความฝันหรือสิ่งที่อยากทำแต่ไม่ได้บอกคู่ครอง/มี 60.8/58.0
9. ระบุความฝัน/สิ่งที่อยากทำ/ไปเที่ยวด้วยกันกับคู่สมรส 61.0/60.9
10. อยากตื่นนอนขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองยังโสดอยู่/ไม่เคยคิด 55.5/47.5
ข้อมูล : จากนิตยสารรีดเดอร์ไดเจทส์ ฉบับเดือนมิถุนายน 2545


(update 22 กรกฎาคม 2002)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600