ตาต้อ


ไม่เคยมีใครปฏิเสธความสำคัญของอวัยวะที่ช่วยให้เรามองเห็นที่เรียกว่า ลูกตา แต่เมื่อเวลาผ่านไป อายุที่เพิ่มมากขึ้นพร้อมๆ กับการใช้งานของดวงตาที่มากเป็นเงาตามตัว ก็อาจนำมาซึ่งการเป็น " ต้อ" ได้

" ต้อ" ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 เขียนไว้ว่า เป็นโรคอย่างหนึ่ง เกิดที่ตา ทำให้ตาพิการมองไม่เห็นชัดเจนหรืออาจทำให้ตาบอดได้ มีหลายชนิด : เช่น ต้อกระจก (Cataract) โรคตาที่เกิดจากแก้วตาขุ่น ต้อเนื้อ ต้อลิ้นหมา (Pterygium) โรคตาที่เกิดจากเยื่อตางอกไปบนกระจกตา ต้อลำไย (Leucoma corneae) โรคตาที่เกิดจากกระจกตาขุ่น และต้อหิน (Glaucoma) โรคตาที่เกิดจากความดันภายในตาสูง เป็นผลที่ทำให้ประสาทตาเสีย

เหตุที่ในพจนานุกรมมีคำนี้ ก็พอที่จะอนุมานได้ว่า " ต้อ" น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ได้ประสบพบเห็น หรือเป็นจำนวนไม่น้อย

ลองมาทำความรู้จักกับตอแต่ละชนิดรวมถึงสาเหตุ อาการ และการรักษา


  • ต้อกระจก
เป็นต้อที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ทั้งชายและหญิง เนื่องจากเป็นต้อที่มีสาเหตุมาจากอายุการใช้งานของเลนส์แก้วตานั้นเอง เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับพลาสติกใส ที่ใช้ไปนานเข้าก็ย่อมที่จะขุ่นมัวกันไปบ้าง เลนส์แก้วตาของคนก็เช่นกัน ส่วนใครจะขุ่นเร็วหรือช้า ก็อยู่ที่ว่าการใช้งานและการดูแลรักษาลูกตา ถนอมรักษากันเพียงไร แต่ก็มีสาเหตุอื่นที่ผลักดันให้เป็นต้อกระจกเร็วขึ้น เช่น โรคเบาหวานหรือเกิดอุบัติเหตุการกระทบกระเทือนอย่างแรงต่อดวงตา

อาการของต้อกระจก ก็คือ สายตาจะค่อยๆ มืดมัวลง เนื่องจากเลนส์แก้วตาขุ่นเป็นฝ้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้แสงสว่างไม่สามารถผ่านเข้าไปถึงจอตาหรือ เรตินา ได้เต็มที่ ภาพที่สายตาเห็นจะเป็นภาพที่มัวๆ เหมือนมองผ่านม่านหมอก เวลามองดวงไฟก็เหมือนมีรัศมีอยู่รอบๆ

โดยปกติแล้วตอกระจก มักจะเริ่มเป็นเมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคนบางรายอาจจะเป็นอย่างช้าๆ หลายปี ก็ยังไม่รู้สึกว่าตาจะมัวเท่าไร แต่ถ้าเป็นโรคเบาหวานก็จะเป็นได้เร็วขึ้น ถ้าปล่อยไวนานๆ เลนส์แก้วตาก็จะขุ่นขาวจนมองเห็นได้ และถ้าไม่รักษาก็อาจทำให้เป็นต้อหิน ประสาทตาเสียและตาบอดได้ในที่สุด ชาวบ้านบางส่วนเรียกต้อกระจกว่า "ต้อสุก"

การรักษา ใช้วิธีผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตา

  • ต้อเนื้อหรือต้อลิ้นหมา (Pterygium)
เป็นต้อที่เกิดเนื่องจากเยื่อตางอกจากด้านไดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้านของลูกตาด้านข้าง ล้ำเข้าไปในกระจกตา ถ้าลุกล้ำเข้าไปจนบังรูม่านตา (lris) ก็จะรบกวนต่อการมองเห็นแต่ต้อชนิดนี้ไม่มีอันตรายรุนแรง นองจากสร้างความระคายเคืองให้กับลูกตา และเป็นต้อที่รักษาได้ง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับต้อชนิดอื่นๆ โดยทำการลอกเยื้อตาออกและจี้ด้วยยา เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่องอกออกไปอีก

อาการของต้อเนื้อและต้อลิ้นหมานั้น จะระคายเคืองในตา หรือรู้สึกแสบตา เวลาที่ถูกลม ชาวบ้านจึงนิยมเรียกต้อชนิดนี้ว่า "ต้อลม" เป็นต้อมี่พบบ่อยในผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ที่ตาต้องถูกลมหรือฝุ่นบ่อยๆ

  • ต้อลำใย (Leucoma Corneae)
เป็นโรคตาที่เกิดเนื่องจากกระจกตาขุ่นมัวแสงผ่านไม่ได้ โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากสาเหตุการอักเสบของกระจกตา (Keratitis) ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากอุบัติภัยหรือโรคติดเชื้อ จนกระจกตาขาวขุ่นมองดูคล้าเนื้อลำใย (ในสมัยก่อน สาเหตุที่พบบ่อยมาจากการอักเสบจากแผลซิฟิลิส)

ต้อชนิดนี้ส่วนใหญ่ทำให้ตาบอด แต่ถ้าประสาทยายังไม่เสีย และสามารถหากระจกตามาเปลี่ยนได้ ก็ถือว่าเป็นวิธีการรักษาที่ช่วยให้สามารถมองเห็นได้อีกครั้ง สำหรับกระจกตาที่นำมาเปลี่ยนนั้น คือกระจกตาที่ได้รับจากผู้ที่อุทิศดวงตาภายหลังที่เสียชีวิตแล้ว

  • ต้อหิน (Glaucoma)
เป็นโรคตาที่เกิดจากความดันในลูกตาสูง กดดันต่อประสาทตา ต้นเหตุเกิดการถ่ายเทน้ำ หรือของเหลวในลูกตาขัดข้อง ไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากมุมของลูกตาแคบหรือกว้างกว่าปกติ รวมทั้งอาจเกิดจากการใช้ยาหยอดตาบองชนิดบ่อยเกินไป เช่น ยาหยอดตาที่ผสมสเตียรอยด์ หรือยาหยอดตาขยายม่านตา ที่หยอดเพื่อให้ตาหวานคม

โรคต้อหิน มักเกิดในผู้สูงอายุมากว่าคนหนุ่มสาว เหตุที่เรียกว่า "ต้อหิน" เพราะผู้ที่เป็นจะมีลูกตาแข็ง เมื่อลองกดดูจะคล้ายกับลูกหิน ผู้ที่เป็นจะมีอาการตาฝาง และปวดศีรษะอย่างรุนแรง ชนิดที่ยาแก้ปวดธรรมดาเอาไม่อยู่ ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องประสาทตาก็จะเสียอาจทำให้ตาบอดได้

การรักษาต้อหิน ทำโดยการลดความดันในลูกตาลง โดยในระยะแรกจะเป็นยาที่มีคุณสมบัติขับน้ำ แต่ถ้าเป็นมาก ก็ต้องผ่าตัดระบายความดันในลูกตา

คำแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดตา
ระหว่างดูโทรทัศน์

  • อย่าเปิดไฟหรือวางโคมไฟใกล้จอโทรทัศน์ เพื่อจะได้ไม่มีแสงมากระทบตา
  • นั่งหางอย่างน้อย 7 ฟุต อย่านั่งราบชนิดต้องเงยหน้ามองจอ
  • แสงสว่างในห้องควรจะมาจากด้านหลังของจอ และไม่สะท้อนใส่จอ

เทคนิคการผ่อนคลาย
เพื่อป้องกันอาการปวดตาเวลาทำงาน

  • หลับตา 5 นาที ทุกชั่วโมง
  • ถูมือไปมา 2-3 ที เพื่อให้อุ่น พิงพนักเก้าอี้ เอาอุ้งมือปิดตา ความร้อนจะทำให้ตาผ่อนคลาย มองออกไปนอกหน้าต่างหรือมองไปในห้องโถงไกลๆ ทำตัวให้สบายๆ มองกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นเวลาหนึ่งนาที จะช่วยผ่อนคลายดวงตาได้
  • ถือดินสอไว้ในมือ ค่อยๆ รั้งมาใกล้ตาจนมองเห็นเป็นสองแท่ง ทำซ้ำหนึ่งนาที วิธีนี้จะทำให้กล้ามเนื้อตาแข็งแรง


(update 3 กันยายน 2002)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 12 เดือนธันวาคม 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600