<2 กันยายน 2002>


ขบวนการหูอักเสบ

อะไรเอ่ย … เป็นแล้วกว่าจะรู้ตัวก็แย่ แถมเด็กๆ ยังเป็นมาก เป็นนาน กว่าผู้ใหญ่ด้วย
ใช้แล้วครับ… หูอักเสบ ...เป็นคำตอบสุดท้าย


ทำไม…หูถึงอักเสบ

หูอักเสบในเด็กส่วนใหญ่ในเด็กเกิดจากการอักเสบของหูชั้นกลางครับ โดยการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ขณะที่ท่อยูสเตเชียนเกิดผิดปกติขึ้นจากสาเหตุ เช่น
  • ต่อมอะดีนอยด์โต
  • การบวมของเยื้อบุท่อ เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหวัดสารระคายเคืองทำให้ท่อยูสเตเชียนตีบแคบลง
  • ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อที่เปิดท่อยูสเตเชียน เช่น เพดานปากโหว่
  • การเจริญผิดปกติของโครงสร้างใบหน้าและกะโหลกศีรษะ
ท่อยูสเตเชียน

ทำหน้าที่เป็นช่องทางถ่ายเทของเหลวที่เกิดในหูชั้นกลางให้ออกไปสู่โพรงหลังจมูก โดยการทำงานของเซลล์เยื้อบุ เพื่อช่วยปรับความดันในหูชั้นกลางทำให้เกิดการไหลเวียนของอากาศ ในบริเวณนี้ทุกครั้งที่กลืนหรือหาวส่งผลให้ช่องหูชั้นกลางมีความดันใกล้เคียงกับสิ่งแวดล้อมป้องกันไม่ไห้สารต่างๆ รวมทั้งเชื้อโรคเข้าไปในหูชั้นกลางได้

เราพบว่าเด็กเล็กๆ มักมีอาการหูอักเสบมากกว่าผู้ใหญ่ เป็นเพราะความแข็งแรงของกระดูกอ่อน ของท่อยูสเตเชียนในเด็กจะน้อยกว่าผู้ใหญ่ เกิดความผิดปกติของเยื้อบุทางเดินหายใจหรือภูมิต้านทานเฉพาะที่ และมีการคลั่งค้างของเหลวในหูชั้นกลาง อาจจะเป็นน้ำมูกหรือหนอง


หูชั้นกลาง…อักเสบ

แบ่งชนิดการอักเสบตามระยะเวลาที่เป็นและลักษณะทางคลินิกได้ 4 แบบ

1. หูชั้นกลางอักเสบชนิดเฉียบพลัน เป็นการอักเสบไม่เกิน 3 สัปดาห์ มักพบหลังการอักเสบของทางเดินหายใจส่วนบน
สาเหตุ
  • พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Hemophilus influenzae และ Moraxella catarrhalis ในเด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี
  • ส่วนเด็กโตและผู้ใหญ่มักเกิดจาก Streptococcus peneumoniae หากเด็กเล็กมาก เด็กเกิดใหม่และผู้ป่วยภูมิต้านทานผิดปกติ อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นซึ่งแตกต่างกัน
สังเกตลูกดูกันหน่อย
  • มีไข้
  • ปวดหู
  • หูอื้อ
  • เด็กใช้นิ้วแหย่รูหู และจะไม่ยอมให้ผู้อื่นจับหรือดูหู
  • ร้องไห้งอแง เวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
  • ถ้ามีหนองไหลจากช่องหูแล้ว อาการปวดมักจะลด
  • เมื่อจับหรือแตะต้องบริเวณใบหู หรือรูหูมักจะไม่เจ็บ
ลักษณะที่แพทย์มักตรวจพบ
  • แก้วหูอักเสบแดง
  • เส้นเลือดของแก้วหูเพิ่มมากขึ้นและมักจะโปร่งนูนออกมา ทำให้มองเห็นส่วนต่างๆ ในหูชั้นกลางไม่ชัดเจน
  • การขยับตัวของแก้วหูลดลง
  • ถ้ามีการทะลุของแก้วหู อาจมีของเหลวเป็นหนองหรือเลือดออกมาที่ช่องหูชั้นนอก
การรักษา
ใช้ยาปฏิชีวนะ โดยดูจากชนิดของแบคทีเรียต้นเหตุ ราคาของยาและผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดจากยาหรือการแพ้ยา เมื่อรักษาไป 48-72 ชั่วโมงแล้วยังไม่ดีขึ้น มีอาการไข้สูง ปวดหูมาก ไม่สบายมาก อาการรุนแรงหรือมีอาการแทรกซ้อน ผู้ป่วยมีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ เช่นโรคเบาหวาน หรือได้รับยากดภูมิต้านทานประเภท สเตียรอยด์ ผู้ป่วยอายุน้อยๆ การเจาะแก้วหูจะช่วยบรรเทาอาการปวดและนำหนองไปเพาะหาเชื้อต้นเหตุ
ถ้ามีอาการคัดจมูกหรือนำมูกไหล จะให้ยาลดน้ำมูกหรือยาลดบวมเพื่อช่วยให้ท่อยูสเตเชียนยุบบวมลง นอกจากนั้นแพทย์มักให้ยาแก้ปวดหรือยาลดไข้

ของเหลวในหูชั้นกลางเกิดขึ้นจากการอักเสบเฉียบพลัน มักจะมีอาการอยู่ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และเด็กโตมักหายได้เร็วกว่าเด็กเล็ก
2. หูชั้นกลางอักเสบชนิดเรื้อรัง เป็นการอักเสบนานเกินกว่า 3 เดือน และแก้วหูทะลุ พบบ่อยในประเทศด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา มักเกิดจากการติดเชื้อที่รุนแรงในหูชั้นกลางหรือภูมิต้านทานลดลง
สาเหตุ
  • แบคทีเรียที่พบคือ Pseudomonas aeroginosa
สังเกตลูกกันหน่อย
  • มีของเหลวไหลจากหู อาจมีอยู่ตลอดเวลาหรือเป็นๆ หายๆ ส่วนใหญ่เป็นหนอง อาจมีกลิ่นเหม็น
  • ไม่ปวดและมีไข้
  • แก้วหูที่ทะลุจะมีขนาดต่างๆกันอาจเห็นเป็นพังผืดหรือเป็นแผ่น
การรักษา
  • รักษาโดยการทำความสะอาดหูเพื่อเอาหนองออก อาจใช้สำลีพันปลายเครื่องมือ เช็ดน้ำหนองออก หรือใช้เครื่องดูดออก
  • ให้ยาปฏิชีวนะเมื่อการอักเสบเฉียบพลันเกิดขึ้นใหม่ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • ให้ยาหยอดหูหากมีหนอง โดยหลีกเลี่ยงยาที่อันตรายต่อหูชั้นใน เช่น neomycin,kanamycin หรือ สเตียรอยด์ เพราะเมื่อใช้นานจะเกิดเชื้อราในหูชั้นนอก
  • ไม่จำเป็นต้องใช้ยากลุ่มแก้แพ้หรือลดบวมในกรณีที่ไม่มีการติดเชื้อหรือโรคภูมิแพ้ของทางเดินหายใจ
  • หากมีการผ่าตัด อายุที่เหมาะสมขณะที่ผ่าตัดควรมากกว่า 8 ปี และควรทำความสะอาดหลังจากหูหายอักเสบและแห้ง แต่แก้วหูยังมีรูทะลุ เพราะนอกจากการอักเสบติดเชื้อของทางเดินหายใจลดลงแล้ว เด็กก็โตพอที่จะร่วมมือมากกว่า แต่ในรายที่มีอาการปวดหู ปวดศีรษะหนองมีกลิ่นเหม็นและออกมาเรื่อยๆ อาจมีอาการแทรกซ้อน ต้องผ่าตัดโดยเร็ว
3. หูชั้นกลางอักเสบชนิดมีของเหลวขังอยู่ ภาวะที่มีการคั่งค้างของ ของเหลวในหูชั้นกลาง ซึ่งอาจเป็นน้ำใสหรือน้ำมูก และมักมีการติดเชื้อในหูชั้นกลางมาก่อน
สังเกตลูกกันหน่อย
  • ไม่มีอาการติดเชื้อที่ชัดเจน
  • หูอื้อ
  • ไม่ปวดหู
  • ไม่มีไข้
  • ไม่มีของเหลวไหลจากหู
  • เด็กชอบแคะหรือแยงหูบ่อยๆ หรือเปิดวิทยุหรือโทรศัพท์เสียงดังมาก
  • ไม่ปวดเมื่อแตะต้องบริเวณหู
ลักษณะที่แพทย์มักตรวจพบ
  • ตรวจพบแก้วหูถูกดึงรั้งเข้าไปสู่หูชั้นกลางไม่พบการอักเสบ
  • บางรายเห็นน้ำขังหรือเห็นฟองอากาศในหูชั้นกลาง
  • การขยับตัวของแก้วหูลดน้อยลง
  • ตรวจการได้ยินลักษณะแบบการนำเสียงบกพร่อง
การรักษา
  • ยาปฏิชีวนะไม่มีความจำเป็น นอกจากกรณีที่ เป็นๆ หายๆ หรืออักเสบเฉียบพลันบ่อยๆ
  • ให้ยาแก้แพ้หรือยาลดบวมเมื่อมีอาการติดเชื้อหรือภูมิแพ้ของทางเดินหายใจส่วนบน
  • แพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วยให้ใช้วิธีการเปิดท่อยูสเตเชียน โดยการเปิดจมูกทั้ง 2ข้างแล้วอักลมแรงๆ ไปสู่ส่วนของหู หรือปิดจมูกข้างเดียวแล้วสั่งน้ำมูกอย่างแรง
  • หลีกเลี่ยงการดำน้ำ การอยู่ที่ที่มีระดับความสูง หรือเครื่องบินที่กำลังขึ้นหรือลง
  • ทำการผ่าตัดเจาะแก้วหูเมื่อเด็กมีการได้ยินเสียงลดลง
4. การอักเสบเฉียบพลันของหูชั้นกลางชนิดเฉียบพลันซ้ำซาก บางรายต้องผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์ แต่ไม่ต้องผ่าต่อมทอนซิล รายที่เป็นนานโดยไม่รักษา แก้วหูจะแนบติดกับผนังของหูชั้นกลางหรือกระดูดหู เกิดการเก็บกักของของเหลวในส่วนนอกแก้วหูที่เป็นแอ่งลึก ไม่สามารถมองเห็นและทำความสะอาดส่วนในสุดของแอ่งควรรักษาโดยการผ่าตัด ในรายที่มีปัญหาการได้ยินให้ใส่เครื่องช่วยฟังแทน
ตามปกติแล้วเมื่อมีอาการผิดปกติของรางกาย เด็กเล็กๆ จะยังคงบอกถึงความผิดปกตินั้นๆ ไม่เป็น ต้องอาศัยการหาข้อมูลความรู้และการสังเกตความผิดปกติต่างๆ จากตัวคุณพ่อคุณแม่เป็นสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับช่องหู ทางที่ดีหากมีอาการผิดปกติดังกล่าวข้างต้น รีบพาลูกไปพบแพทย์จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดครับ

อาการแทรกซ้อนของหูชั้นกลางอักเสบ

ส่วนใหญ่มักเกิดจากโรคหูชั้นกลางอักเสบชนิดเรื้อรัง โดยเฉพาะกรณีที่มีเนื้อเยื้อจากหูชั้นนอก เลื่อนเข้าไปในหูส่วนกลาง อาการแทรกซ้อนดังกล่าว เช่น
  • มักเกิดอักเสบของโพรงอากาศกระดูกหลังหู
  • ปวดหลังหูมาก อาจเกิดฝีหนองหลังใบหู กด เจ็บ
  • เมื่อดึงใบหูจะปวดมากขึ้น
  • ใบหูอาจกางออกซึ่งเห็นได้ชัดเจนเมื่อมองทางด้านหลัง
  • หนองไหลออกจากหูมากขึ้นและมีกลิ่นเหม็นต้องผ่าตัดเอาหนองออก
  • มีการอ่อนแรงของประสาทสมองเส้นที่ 7
การรักษา
โดยการผ่าตัดเพื่อป้องกันไม่ให้โรคประสาทเสื่อมจนใช้การไม่ได้ การอักเสบของอวัยวะควบคุมการทรงตัว ซึ่งมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน การติดเชื้อของระบบประสาทส่วนกลาง ทั้งเยื้อหุ้มสมองอักเสบและฝีในเนื้อสมอง
การวินิจฉัย
ต้องกระทำอย่างเร่งด่วน ทั้งการติดเชื้อในหูและภาวะแทรกซ้อนการติดเชื้อระบบส่วนกลางให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีด ผ่าตัดเอาฝีหนองในสมอง และผ่าตัดเอาส่วนที่มีเชื้อในหูชั้นกลาง บางรายมีการติดเชื้อของเส้นเลือดในกะโหลกศีรษะ และมีความผิดปกติของระบบไหลเวียนน้ำไขสันหลัง


(update 2 กันยายน 2002)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่  ปีที่ 6 ฉบับที่ 71 กันยายน 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600