ปัญหาของริมฝีปากก็ไม่แตกต่างจากปัญหาผิวพรรณในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
และสิ่งที่ก่อความกังวลให้หญิงสาวจำนวนมากก็คือ ปัญหาริมฝีปากคล้ำ ริมฝีปากแห้งและแตก
หรือลอกเป็นขุย ซึ่งหากดูแลไม่ดีพอหรือแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ริมฝีปากก็จะยิ่งดำคล้ำทำให้ดูหน้าเกลียด
และบั่นทอนความงามของใบหน้าลงไปมากเลยที่เดียว
สวยงามตามธรรมชาติ
สีของริมฝีปากตามปกติมีตั้งแต่สีชมพูสด สีแดง ไปจนถึงสีคล้ำ การเปลี่ยนแปลงสีที่ริมฝีปากเป็นลักษณะเฉพาะบุคคล
เช่น คนผิวคล้ำก็มีโอกาสที่จะมีริมฝีปากเข้มมากกว่าคนผิวขาว
นอกจากนั้นก็ยังเป็นไปตามวัย และสภาพแวดล้อมด้วย ที่ธรรมชาติได้กำหนดไว้ว่าเมื่ออายุมากขึ้น
ริมฝีปากก็จะเริ่มมีสีคล้ำขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับสีของผิวหนังส่วนอื่นๆ ในร่างกาย
เพราะฉะนั้นก็อย่าไปกังวลเลย
ปัญหาของริมฝีปาก
ริมฝีปากอวัยวะบนใบหน้าที่ยื่นนูนออกมาเช่นเดียวกับจมูก และโหนกแก้ม ดังนั้นจึงได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม
และความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ร้อน หนาวและแห้งแล้ง ไม่ต่างจากใบหน้าที่ต้องเจอปัญหาจากฝ้า กระ
และจุดด่างดำต่างๆ
นอกจากนี้ อาหารเครื่องดื่ม ยาบาง ชนิด การสูบบุหรี่ ยาฟัน ลิปสติก และความเจ็บป่วย
ก็มีส่วนในการทำให้ริมฝีปากมีสีคล้ำขึ้นด้วย
- ริมฝีปากดำคล้ำ เกิดจากปัญหาหลายอย่าง ลองพิจารณาว่าปัญหาของคุณเกิดจากปัญหานี้หรือเปล่า
- ลักษณะเฉพาะบุคคล ดังที่กล่าวแล้วว่า คนผิวคล้ำจะมีริมฝีปากสีเข้มมากกว่าคนผิวขาว
ซึ่งเป็นเรื่องของคน คนนั้น
- อุณหภูมิ อาจมีผลทำให้ริมฝีปากเปลี่ยนแปลงได้ เช่นช่วงที่อากาศหนาวเย็น ปากอาจจะมีสีคล้ำขึ้น
เพราะเส้นเลือดหดตัวและมีสีดำมาคั่งค้างมากกว่าปกติ
- ผู้ที่สุขภาพไม่สมบูรณ์ เช่นเลือดจาง เจ็บป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยระยะฟื้นไข้
ปริมาณเลือดที่ไหลมาเลี้ยงริมฝีปากมีน้อย จึงทำให้ริมฝีปากดูซีดเซียว ไม่มีสีสัน
หรือผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจที่เลือดมีความเข้มข้น ก็จะทำให้ริมฝีปากดูคล้ำกว่าคนปกติได้
- อาหารที่เรากินอยู่ทุกวัน ก็มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้เกิดปัญหาปากคล้ำ ตัวอย่างเช่น ผักขึ้นฉ่าย ผักชี ฝรั่ง หอม
กระเทียม ขิง หรือผลไม้รสเปรี้ยวพวกส้ม สับปะรด มะม่วง ฯลฯ เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีสารที่ชื่อว่า
โซราเลน (psoralen) สารดังกล่าวเมื่อตกค้างตามริมฝีปากก็ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาแต่อย่างไร
แต่ถ้าสารเหล่านี้สัมผัสกับสารอัลตราไวโอเลตในแสงแดด ก็จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้ริมฝีปากอักเสบ
และมีการกระตุ้นเซลล์สร้างให้สร้างเม็ดสีออกมามากๆ จนปากดำคล้ำ(ทางการแพทย์เรียกว่าปฏิกิริยาแพ้แดด)
- ยาบางชนิด ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้แดดได้ เช่น เบาหวาน ยาขับปัสสาวะ ยารักษาเชื้อรา
ยารักษาหวัดหรือโรคภูมิแพ้
- ริมฝีปากแห้ง ปากแตก หรือลอกเป็นขุย ส่วนใหญ่เกิดจากสิ่งที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนั้นเอง
โดยที่หลายคนคิดไม่ถึง เช่น
- ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ซึ่งมีส่วนผสมของฟลูออไรด์หรือแอลกอฮอล์ในปริมาณสูง
รวมถึงสารที่ทำให้เกิดฟอง
และสารที่ทำให้เกิดความสดชื่นที่มีรสเผ็ดซ่าในยาสีฟันด้วย
- ลิปสติก ซึ่งสารประกอบที่ทำให้เกิดปัญหาที่สุดคือ สี กลิ่น น้ำหอม ลาโนลิน
(ที่ให้ความชุมชื้น) และสารกันบูด
- สิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น อากาศ ที่เย็นและแห้งในหน้าหนาว
หรือการทำงานในห้องปรับอากาศตลอดเวลา และการดื่มน้ำน้อย
เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากแห้ง
- การเลียริมฝีปาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ใช้วิธีแก้ไขปัญหาปากแห้งและแตก
แต่ความเป็นจริงที่ค้านกับคนทั่วไป กลับกลายเป็นว่าหากเลียริมฝีปากบ่อย
เอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารในน้ำลายจะยิ่งรบกวนริมฝีปากให้แห้งมากยิ่งขึ้น
- การใช้ลิปปาล์ม เป็นเวลานานจนติดเป็นนิสัย เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากแห้ง
ลิปปาล์มอาจช่วยเบาเทาให้ริมฝีปากแห้งได้ชั่วคราว แต่ในระยะอาจทำให้ริมฝีปากแตกแห้งมากขึ้น
เพราะสารสำคัญที่ผสมอยู่ในลิปปาล์มทั่วไปจะดูดความชื้นของริมฝีปาก จนทำให้ต้องทาลิปปาล์มอยู่บ่อยๆ
แก้ไขได้ไม่ยาก
หากสำรวจตัวเองจนได้คำตอบแล้วว่า ต้นตอของปัญหาริมฝีปากดำคล้ำ แห้ง แตก และลอกเป็นขุย
เกิดจากสาเหตุใด วิธีแก้ไขก็ไม่ใช้เรื่องยากเย็นอะไรเลย โดยปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ คือ
1. ดื่มน้ำมากๆ มากจนเพียงพอที่จะให้ความชุมชื้นถึงทุกส่วนของผิวหนัง รวมทั้งริมฝีปาก
เพราะยิ่งอายุเพิ่มขึ้น เซลล์ในร่างกายจะเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยลง
2. เมื่อกินผักผลไม้เสร็จแล้วล้างปากให้สะอาดทุกครั้ง
3. เปลี่ยนยาสีฟันที่มีฟองมาก รสเผ็ดซ่า เป็นยี่ฮ้อที่มีฟองน้อยลง และเผ็ดน้อย หรือใช้ยาสีฟันเด็ก
หรืออาจใช้วิธีทาวาสลินขาวเคลือบริมฝีปากก่อนแปรงฟัน เพื่อป้องกันฟองยาสีฟันรบกวนริมฝีปาก
ถ้าไม่มีวาสลินขาวอาจใช้เบบี้ออยล์ (baby oil) แทนก็ได้
4. อย่าเลียริมฝีปากแม้ว่าจะช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื่นขึ้น (ชั่วคราว) แต่เมื่อความชื้นระเหยกลับ
จะทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้น
5. ทาริมฝีมากบ่อยๆ ด้วยวาสลินขาวแทนลิปกลอสหรือลิปมันที่แห้งหรือแข็งเกินไป
หรืออาจใช้ลิปปาล์มที่มีสารจากธรรมชาติ และมีสารป้องกันแสงแดดอยู่ด้วย
การย้อมสีริมฝีปากให้แดงสดแม้จะมีให้บริการในร้านเสริมสวยหลายแห่ง ก็ไม่แนะนำให้แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้
เพราะนอกจากจะไม่คงทนและถาวรและไม่เป็นธรรมชาติแล้ว อาจเกิดอันตรายจากสารเคมีเหล่านั้นได้
สู้สวยจากข้างใน สวยที่ใจ และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเหมาะสมไม่ได้ เพราะวิธีนี้จะทำให้คุณดูดีตลอดไป
(update 5 สิงหาคม 2002)
[ ที่มา...หมอชาวบ้าน ปีที่ 23 ฉบับที่ 271 พฤศจิกายน 2544 ]
|