แมลงจำพวกผึ้ง และตัวต่อเมื่อต่อยคนแล้ว นอกจากจะทำให้เกิดอาการปวด บวมบริเวณที่ถูกต่อยแล้ว
บางครั้งอาจจะทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรงได้
ข้อแตกต่างระหว่างผึ้ง และตัวต่อ ก็คือเมื่อผึ้งต่อยแล้วจะปล่อยเหล็กในซึ่งมีสารพิษต่างๆ
ฝังอยู่ที่ผิวหนังด้วย หลังจากนั้นผึ้งตัวนั้นก็จะตาย ส่วนตัวต่อเมื่อต่อยแล้ว ตัวต่อจะสามารถดึงเหล็กในกลับไป
และต่อยซ้ำได้อีก หลายครั้ง
ปฏิกิริยาเมื่อถูกผึ้งหรือตัวต่อต่อย แบ่งได้เป็น 2 ประการ คือ
1. ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันที ได้แก่ อาการปวด บวมแดง เฉพาะบริเวณที่ถูกต่อย
บางครั้งอาจจะบวมทั้งแขนหรือบริเวณข้างเคียงด้วยก็ได้ นอกจากนี้แล้ว
อาจเกิดปฏิกิริยาการแพ้อย่างรุนแรงทั่วร่างกาย เช่น ถูกต่อยบริเวณแขน แต่มีตาบวม
ปากบวม หน้าบวม อาจเกิดผื่นลมพิษทั่วตัว บางรายอาจมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก
เคืองตา หลอดลมบวม บางรายอาจจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน
ถ้าถูกต่อยหลายครั้งมาก ก็อาจเกิดปฏิกิริยารุนแรงสารพิษต่างๆ
ที่เข้าร่างกายทำให้เม็ดเลือดแดงแตกเป็นจำนวนมาก ไตวายเฉียบพลัน
การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
2. ปฏิกิริยาที่เกิดภายหลัง อาจเกิดภายหลังจากถูกต่อย 2-3 วัน จนถึง 1 สัปดาห์
อาจจะทำให้มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ระบบประสาทผิดปกติ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้
วิธีการดูแลรักษา
1. ถ้าเห็นเหล็กในฝังอยู่ในผิวหนัง ต้องรีบปัดออก ไม่ควรใช้การคีบหรือบีบออก
เพราะจะทำให้สารพิษเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น
2. อาการบวม บริเวณที่ถูกต่อย ควรใช้น้ำแข็งประคบบ่อยๆ ร่วมกับการรับประทานยาแก้ปวด
ไม่ควรใช้ยาหม่องหรือยาทาถูนวด เพราะจะทำให้สารพิษเข้าสู่ร่างกายเร็วขึ้น ยาแก้แพ้ชนิดรับประทาน
และยาทาที่มีสเตียรอยด์เป็นยาที่แพทย์ส่วนใหญ่ให้แก่ผู้ป่วย แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่า
ได้ผลมากน้อยเพียงใด
3. ถ้าถูกต่อยเป็นจำนวนมาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
เพื่อหลีกเลี่ยงโรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรง ในบางกรณีแพทย์อาจจะแนะนำให้อยู่ในโรงพยาบาลด้วย
4. ในกรณีที่โดนตัวต่อต่อย อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อใต้ผิวหนังได้
แพทย์อาจจะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะด้วย
การป้องกัน
1. ดูแลบริเวณบ้านอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีรังผึ้ง หรือรังต่อ ต้องพิจารณากำจัดออกไป
2. ให้ความรู้กับลูกหลานว่า ห้ามไปเล่นใกล้กับรังผึ้ง ไม่รบกวนรังผึ้งหรือรังต่อ
3. เวลาไปเที่ยวในป่า ไม่ใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด ซึ่งจะล่อให้แมลงเหล่านี้มาเข้าใกล้
ควรสวมเสื้อผ้าแขนยาว ขายาว ติดกระดุมให้มิดชิด
4. ในกรณีที่ผู้ป่วยเคยมีปฏิกิริยาแพ้ที่รุนแรงแล้ว แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยพกยาฉีดบางชนิด
เพื่อใช้เวลาฉุกเฉิน
(update 23 กันยายน 2002)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 10 ตุลาคม 2544 ]
|