คุณรู้จัก ผม  แค่ไหน


ท่านผู้อ่านเกือบทุกท่านคงไม่มั่นใจว่ารู้จัก ผม ของตนเองดีพอ ลองทดสอบโดยการถามตนเองว่า ผมของท่านจัดอยู่ในประเภทใดจาก 4 ประเภทดังนี้
1. ผมมัน   ลักษณะผมดูลีบ ขาดชีวิตชีวา เพราะต่อมไขมันบริเวณหนังศีรษะผลิตไขมันหล่อเลี้ยงมากเกินไป หรือเกิดจากความชื้นในอากาศ นอกจากนี้ความมันของผม ยังอาจมาจากการใช้ครีมนวดผม หรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมมากเกินไป

2. ผมแห้ง   ลักษณะผมจะดูด้าน ขาดความเงางาม ดูแล้วรู้สึกหยาบกระด้าง เพราะหนังศีรษะผลิตไขมันมาหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ หรือสาเหตุจากการดัดและย้อมสีผมบ่อยเกินไป หรือตากแดดมากเกินไป ผมจึงถูกทำลายโดยแสงแดด หรือเป็นเพราะท่านสุขภาพไม่ดี ร่างกายอ่อนล้า ขาดสารอาหารทำให้ผมไม่แข็งแรงไปด้วย

3. ผมธรรมดา   ลักษณะทั่วไปจะง่ายต่อการจัดทรง มีการหล่อเลี้ยงของไขมันบนหนังศีรษะอย่างสมดุล ทำให้เส้นผมเรียบลื่น เงางาม ไม่มันจนเกินไปและยังไม่มีปัญหาเรื่องรังแคหรือหนังศีรษะแห้งด้วย

4. ผมเส้นเล็ก   ลักษณะผมเป็นเส้นเล็กดูกระจัดกระจาย ไร้น้ำหนัก ผมดูลีบแนบหนังศีรษะ และจัดทรงยาก มักเกิดภาวะไฟฟ้าสถิตย์เสมอทำให้ผมดูกระจายไร้ทิศทาง

นอกจากผมทั้ง 4 แบบแล้ว หลายๆ ท่านยังคงคิดว่าทั้ง 4 แบบที่ให้เลือกยังไม่คล้ายคลึงกับผมของท่านนัก เรายังมีผมที่มีปัญหาให้ท่านเลือกอีกหลายแบคือ
  • ผมแตกปลาย  เป็นอีกหนึ่งลักษณะของผมแห้ง ดูขาดชีวิตชีวาและแตกบริเวณส่วนปลายผม เกิดขึ้นเพราะเปลือกด้านนอกสุดของเส้นผม (Cuticle) เสียหายมาก จนกระทั่งแกนผม (Cortex) แห้งและแตกจากการแปรงผมอย่างรุนแรง หรือโดนความร้อนจากไดร์เป่าผม

  • ผมเป็นรังแค  เกิดจากหนังศีรษะที่แห้งและแตกเป็นขุยเนื่องจากความระคายเคือง การชะล้างแชมพูหรือครีมนวดผมออกไม่หมดจนเกิดการระคายเคืองหนังศีรษะ หรือเกิดจากความเครียด ทำให้ภูมิต้านทานลดลงจนเกิดเชื้อราขึ้น เชื้อรานี้จะเป็นสาเหตุของรังแคซึ่งแก้ไขได้ค่อนข้างยาก

  • ผมฟู  ลักษณะผมชนิดนี้จะดูแห้งขาดความชุ่มชื้น ขาดน้ำหนัก

แล้วผมของท่านผู้อ่านจัดอยู่ในประเภทใด ท่านทราบหรือไม่ว่า ควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างไร จึงจะเหมาะกับผมของท่าน
ถ้าท่านเป็นผู้ที่มีผมมัน  ขอแนะนำให้ใช้ครีมนวดผมเฉพาะส่วนปลายผม ไม่ควรนวดบริเวณหนังศีรษะ เพราะจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากขึ้น ผมจะยิ่งมัน และควรเลือกแชมพูและครีมนวดผมสำหรับผมมันโดยเฉพาะ

สำหรับผมแห้ง ขาดน้ำหนัก ผมฟู ผมแตกปลาย  ควรใช้ครีมนวดผมเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มความเงางาม และปกป้องเส้นผมจากสิ่งแวดล้อมมลภาวะต่างๆ ครีมนวดผมจะทำงาน โดยการเคลือบเส้นผมแต่ละเส้นให้นุ่มสลวย ทำให้แผ่นเปลือกผม (Cuticle) แนบสนิทกับโคนผม และช่วยโอบอุ้มความชุ่มชื้นให้เส้นผมด้วย ท่านสามารถใช้ครีมนวดผม ชนิดล้างออกได้ทุกครั้ง หลังสระด้วยแชมพู หรือจะเลือกใช้แบบสเปรย์ที่ไม่ต้องล้างออก (Leave inconditioner) ก็ได้ ข้อแตกต่างก็คือ ครีมนวดผมชนิดล้างออกจะปรับสภาพผมได้ถาวรกว่า สามารถซึมซาบเข้าไปในเปลือกผม ทำให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น ส่วนชนิดสเปรย์ทิ้งไว้โดยไม่ต้องล้างออก ผลิตมาเพื่อรักษาสภาพผมเฉพาะวัน ทำให้ผมหวีง่ายขึ้น ลดการพันกันของเส้นผม ลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของเส้นผมจากแสงแดดและมลภาวะ สามารถใช้ได้ทุกวันแม้ไม่ได้สระผม ถ้าท่านมีผมที่ดูแห้งและแตกปลายมาก ท่านควรใช้ครีมนวดชนิดเข้มข้น หรือครีมหมักผม หรือฮอทออยล์ (Hotoil) นวดหมักผมหลังสระสัปดาห์ละครั้ง ครีมนวดชนิดนี้จะมีเนื้อครีมเข้มข้น เพื่อซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดต่อเส้นผมได้ดีกว่าครีมนวดปกติ นอกจากนี้ควรเลือกใช้แชมพูสระผม สำหรับผมแห้งโดยเฉพาะด้วย

ส่วนผมเส้นเล็ก  ผมลีบติดหนังศีรษะให้เลือกใช้แชมพูและครีมนวดผมสูตรเฉพาะสำหรับผมเส้นเล็กและผมลีบ หลังใช้ควรจัดแต่งทรงผมด้วยผลิตภัณฑ์แต่งผมเข้ามาช่วยจัดแต่งให้ดูดี

ผลิตภัณฑ์สำหรับตัดแต่งทรงผมมีหลายประเภทมีคุณสมบัติและการใช้ต่างกัน คือ
  • สเปรย์แต่งผม   จะเป็นละอองละเอียดสามารถยึดทรงผมให้อยู่ตัว ใช้เพื่อจัดแต่งทรงหรือทำให้ทรงผมอยู่ทรง

  • เจลสเปรย์   เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้อยู่ทรงเป็นพิเศษเฉพาะที่ ใช้ฉีดบริเวณโคนผมเพื่อจัดแต่งให้อยู่ทรง
    เจลช่วยแต่งให้ผมดูสวยเปียก เหมาะกับผู้ที่มีผมยาว ผมหนา และผมหยิก เจลจะช่วยลดความฟูของผมลง และจัดทรงได้ดีขึ้น วิธีการใช้ให้ลูบเจลบนฝ่ามือก่อน จึงค่อยทาจากโคนผมถึงปลายผม ถ้าต้องการให้ดูเปียกให้ทาเจลทับอีกรอบหนึ่งเมื่อรอบแรกแห้งแล้ว

  • มูสส์   ช่วยจัดแต่งทรงผมได้หลายแบบทั้งผมฟู ผมสั้นมาก ช่วยจัดแต่งผมใหม่ระหว่างวัน ช่วยลดการทำลายเส้นผมจากความร้อน เคล็ดลับในการใช้ก็คือ ใส่มูสส์ลงกลางฝ่ามือ ลูบบนผมก่อนเป่าให้แห้ง เมื่อผมแห้งแล้วใส่มูสส์ที่โคนผม จะช่วยให้ผมหนาขึ้นหรือลูบให้ทั่วผม จะทำให้ผมดูหนานุ่ม

  • เซรุ่ม (Serum)   เหมาะสำหรับผมฟู ผมแห้งแตกปลาย ใช้หลังจากจัดแต่งทรงผม หรือผมแห้งแล้ว โดยลูบตลอดแนวผมและปลายผม ไม่ควรให้โดนโคนผม เพราะจะทำให้ผมดูลีบแบน และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์อื่นทาทับเซรุ่มเพราะจะทำให้ผมดูหมอง

  • ขี้ผึ้ง (Wax)   ช่วยเพิ่มความหนาและความเงางามให้เส้นผม จัดแต่งผมให้เป็นปอยหรือเป็นลอนได้ ควรทาลงบนฝ่ามือให้เนื้อขี้ผึ้งอ่อนตัวก่อนแล้วจึงลูบผมอีกครั้ง

เคล็ดลับสำหรับผู้ที่มีเส้นผมเล็กมากและขาดน้ำหนัก ให้ลองใช้มูสส์เพียงเล็กน้อย ทาลงบนผมเปียกแล้วเป่าโคนผมให้แห้ง เพื่อให้ผมพองขึ้นแล้วเป่าตามแนวความยาวถึงปลายผม เพื่อเพิ่มความหนา ท่านสามารถเพิ่มน้ำหนักสวิงตัวแก่ผมด้วยการใช้ลมร้อนและลมเย็นสลับกันขณะเป่าผม

เริ่มจากใช้ลมร้อนเป่าให้ทั่ว จากนั้นใช้ลมเย็นเป่าให้แต่ละส่วนของผม เพียงเท่านี้ผมของท่านก็จะดูหนาขึ้น และมีน้ำหนักสวยงาม

สำหรับคุณแม่ที่ชอบดัดผมและทำสีผม มักจะมีคำถามว่า ทำทั้ง 2 อย่างไปพร้อมๆ กันได้หรือไม่ ขอแนะนำว่าปกติการดัดผมจะเพิ่มอัตราพรุนของเส้นผม (อัตราโพรงอากาศบนเปลือกผม) ทำให้ดูดซับสีผมได้มากกว่าปกติ จึงควรพักผมอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังจากดัด จึงจะย้อมผมได้ และเมื่อท่านดัดผมแล้ว มักพบปัญหาผมยุ่งพันกัน ไม่สวยงาม การแก้ไขคือ เลือกใส่มูสส์ชนิดที่อยู่ทรงเป็นพิเศษ (Extra hold) หรือใช้แว๊กซ์ใส่ผมลดการฟูและคืนความเงางาม นอกจากนี้ยังควรหมักผมหรือนวดผมด้วยครีมนวดผมชนิดเข้มข้นอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

ส่วนคุณแม่ที่ดัดผมเปลี่ยนสีผมบ่อยและยังใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมปนเปกันมาก อาจเกิดการตกค้างของสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเกาะอยู่ตามหนังศีรษะ อันเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการแพ้ คันศีรษะและผมร่วงได้ กรณีนี้ท่านควรใช้แชมพูกำจัดสารตกค้าง (Build up remouer Shampoo) สัปดาห์ละครั้ง เพียงเท่านี้ก็แก้ปัญหาได้ค่ะ

นอกจากนี้ ท่านที่มีปัญหาเรื่องผม เช่น ผมร่วงผมไม่แข็งแรง ผมแห้ง ขาดความเงางาม เป็นต้น ท่านสามารถรับประทานอาหารเสริม ที่มีแร่ธาตุสังกะสี ไบโอติน (Biotin) น้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil) วิตามินอี (Vitamin E) และเซลิเนียม (Selenium) จะช่วยบำรุงผมสวยจากภายในด้วย

ตอนนี้ท่านผู้อ่านคงจะรู้จัก ผม ดีแล้วนะคะ


(update 8 มิถุนายน 2002)
[ ที่มา... นิตยสารแม่และเด็ก   ปีที่ 24 ฉบับที่ 346 ธันวาคม 2543 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600