สิว เป็นโรคสำหรับคนหนุ่มสาวก็ว่าได้ เพราะเรามักพบเห็นคนเป็นสิวเมื่ออยู่ในช่วงวัยรุ่น
และจะค่อยๆ ลดน้อยลงเมื่ออายุพ้น 25 ปีไปแล้ว แต่ข้อสรุปนี้
ใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกคนเนื่องจากบางคนเกิดมา
สิวสักเม็ดบนใบหน้าก็ไม่เคยได้สัมผัส ในขณะที่บางคนต้องควักกระเป๋าจ่ายค่ายา ค่ารักษาสิวกันแบบจะล่มจะจมกันไปเลยก็มี
สำหรับคนเป็นสิว เรามักมีคำพูดปลอบใจติดปากที่ติดหูมาจากโฆษณาชิ้นหนึ่งว่า สิว
เป็นเรื่องธรรมชาติ
ซึ่งก็ช่วยลดความกังวลใจเบื้องต้นลงได้ระดับหนึ่ง
แต่ถ้าต้องการลดทั้งความกังวลใจและปริมาณสิว ก็ลองมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคกันดูสักตั้ง
เผื่ออะไรอะไรบนใบหน้าจะดีขึ้นมาบ้าง
เพราะสิวมีความสัมพันธ์กับผิวหน้าที่มีความมัน และความมันที่เกิดขึ้นบนใบหน้าก็มีความสัมพันธ์กับอาการการกิน
ผิวหน้าที่มีความมันนั้น เกิดจากต่อมไขมันบนใบหน้าผลิต Sebum (ไขมันที่ถูกขับจากต่อมที่เรียกว่า Sebaceousglamg)
มากเกินไป ซึ่งการผลิต sebum ในปริมาณมากนั้นเป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศชายหรือที่เรียกว่า เทสโทสเตอโรน
ซึ่งสร้างจากอัณฑะผู้ชายและต่อมหมวกไตในผู้หญิง ฮอร์โมนตัวนี้เองที่เป็นตัวกระตุ้นต่อมน้ำมันที่ผิวหน้าให้สร้างน้ำมันออกมามาก
จนทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันและเกิดเป็นสิวในที่สุด
ฉะนั้น หากคุณรับประทานอาหารไขมันมาก Sebum ก็จะถูกผลิตมาก สิวก็จะมากตามไปด้วย ถ้าคุณเป็นคนผิวธรรมดา Sebum
ก็จะถูกผลิตไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นคนผิวมัน ก็เห็นได้ชัดเจนถึงการผุดเพิ่มของเม็ดสิว อันเนื่องมาจากการรับประทานอาหารมัน
คนเป็นสิวจึงไม่ควรรับประทานอาหารมันมาก
นอกจากนี้ ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหรที่ประกอบด้วยไขมันชนิดอิ่มตัว เช่น น้ำมันหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ นม เนย ครีม
เพราะไขมันอิ่มตัวทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนบนใบหน้าได้ง่าย ด้วยเหตุนี้ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านจึงมักแนะนำให้คนที่เป็นสิวมาก
เลือกใช้น้ำมันพืชชนิดที่มีไขมันไม่อิ่มตัว ลดไขมันสัตว์และน้ำมันพืชชนิดไฮโดรจิเนต (Hydrogenated Vegetable Oil) หรือที่เรียกว่า
ไขมันแปลงสภาพ ซึ่งนิยมใช้ในกระบวนการผลิตอาหารสำเร็จรูป เพราะช่วยให้อาหารมีหน้าตาดีและรสชาติดีกว่าการใช้น้ำมันพืช
และในผู้ชายยังพบว่า การรับประทานอาหารหวาน แป้ง น้ำตาล โดยเฉพาะพวกขนมอย่างเช่น ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง
ในปริมาณมากนั้น จะเพิ่มการผลิตไขมันที่หน้าได้อย่างน่ากลัว ของหวานๆ
จึงเป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่คนเป็นสิวควรหลีกเลี่ยง
สำหรับคนที่เป็นสิวบางคน อาจแสลงกับอาหารบางอย่างที่คนอื่นๆ ไม่แสลง เช่น กาแฟ ช็อกโกแลต เม็ดมะม่วงหิมพานต์
ถั่วลิสง น้ำอัดลม เรียกได้ว่า เป็นอาหารแสลงเฉพาะบุคคล ซึ่งก็ต้องอาศัยการสังเกตตัวเอง ว่าตนแสลงกับอาหารประเภทไหน
ก็พยายามหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนั้น
เมื่อหลีกเลี่ยงหรือลดอาหารแสลงสิวกันได้แล้ว ก็ลองมาเพิ่มอาหรที่ช่วยบรรเทาการเกิดสิวกันดูบ้าง
ด้วยการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงๆ เช่น ข้าวกล้องหรือพืชผักผลไม้
2 แรงแข็งขันกันขนาดนี้ แล้วยังจะเป็นสิวเต็มหน้าอีก ก็เห็นทีต้องพาสิวไปพบหมอกันแล้วแหละ
แต่ก่อนไปก็อย่าลืมว่า
สุขภาพดีต้องเริ่มที่ตัวเรา
(update 9 สิงหาคม 2002)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2544 ]
|