ฟันทั้งหมดมีจำนวน 32 ซี่ ฟันซี่ในสุด เรียกว่า ฟันกรามซี่ที่สาม (Third Molar)
ในช่องปากของเรามีฟันอยู่ทั้งหมด 32 ซี่ แบ่งเป็นกลุ่ม ได้แก่ ฟันหน้า ฟันเขี้ยว ฟันกรามน้อยและฟันกรามใหญ่
ฟันหน้าและฟันเขี้ยวใช้สำหรับกัดและฉีกอาหาร ฟันกรามน้อยและฟันกรามใหญ่จะใช้สำหรับบดเคี้ยวอาหาร
ฟันกรามในแต่ละข้างจะมีจำนวน 3 ซี่ ฟันที่อยู่หน้าสุดติดกับฟันกรามน้อย เรียกว่าฟันกรามซี่ที่หนึ่ง ซี่ถัดไปจึงเรียกว่า
ฟันกรามซี่ที่สอง และสามตามลำดับ ฟันกรามที่อยู่ในสุดของปาก จะเรียกว่า ฟันกรามซี่ที่สาม หรือฟันวิสดอม (Wisdom)
ฟันกรามใหญ่ซี่ที่สามนี้โดยปกติจะเริ่มโผล่ขึ้นมาในช่องปากเป็นซี่สุดท้าย คือเมื่อตอนเราอายุประมาณ 18-19 ปีหรือประมาณ 20 ต้นๆ
มีความเชื่อว่า มนุษย์สมัยโบราณมีกระดูกขากรรไกรใหญ่กว่ามนุษย์ในปัจจุบัน เนื่องจากต้องเคี้ยวอาหารที่หยาบ
และเหนียวกว่า ฟังทั้ง 32 ซี่ จึงขึ้นได้ครบถ้วนดี แต่เนื่องจากวิวัฒนาการของการกินอาหารเปลี่ยนไป เป็นอาหารที่เคี้ยวง่าย
จึงทำให้มนุษย์ในสมัยนี้มีขากรรไกรขนาดเล็กลง ฟันซี่สุดท้ายหรือฟันกรามซี่ที่สาม ซึ่งเป็นฟันที่งอกช้าที่สุด ไม่มีที่ว่างเหลือ
จึงมักจะขึ้นไม่ได้ดีนัก
ลักษณะการขึ้นของฟันกรามซี่ที่สาม มักจะผิดปกติ
ถ้าขากรรไกรและฟันมีขนาดสัมพันธ์กัน กล่าวคือ ขนาดของกระดูกขากรรไกรใหญ่พอ และขนาดฟันไม่ใหญ่เกินไป
ฟันกรามซี่ที่สามนี้ก็จะสามารถขึ้นได้ตรงๆ เหมือนฟันซี่อื่นในช่องปาก แต่ส่วนใหญ่ฟันกรามซี่ที่สามนี้มักจะขึ้นได้ไม่เต็มซี่
จะมีบางส่วนที่โผล่พ้นเหงือกขึ้นมาในลักษณะเอียงๆ บางทีอาจจะฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกรบางส่วนเรียกว่า ฟันคุด (Impacted)
หรือถ้าอยู่ในกระดูกทั้งซี่ จะเรียกว่า ฟันฝัง (Embedded)
ปัญหาของ ฟันกรามซี่ที่สาม
- ฟันเอียง และมีบางส่วนขึ้นมาพ้นเหงือก เศษอาหารจะเข้าไปติดอยู่ใต้เหงือกหรือบริเวณซอกฟัน
ซึ่งจะทำให้ฟันผุหรือเกิดการอักเสบของเหงือกนานเข้า จะลุกลามเป็นโรคปริทันต์
เกิดมีหนองติดเชื้อกระดูกรอบรากฟันข้างเคียงละลายไป จนต้องถอนฟันไปในที่สุด
- ฟันกรามซี่ที่สามขึ้นไม่ได้ อาจจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ โดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะฟันกรามซี่ที่สามนี้
จะพยายามดันขึ้นมาในช่องปากตามธรรมชาติของฟัน ทำให้เกิดแรงไปเบียดฟันข้างเคียง
ผู้ป่วยบางรายปวดตึงมาถึงฟันที่อยู่ด้านหน้า เมื่อถอนฟันกรามซี่ที่สามออกอาการก็หายไป
- ฟันกรามซี่สุดท้ายที่ฝังตัวอยู่ใต้กระดูกจะมีเนื้อเยื่อหุ้มฟันอยู่ ซึ่งเนื้อเยื่อนี้อาจจะเกิดเป็นถุงน้ำ (Cyst)
แล้วโตขึ้นเรื่อย ทำให้เกิดการทำลายกระดูกรอบข้าง หรืออาจมีการติดเชื้อร่วมด้วย การรักษาต้องถอนฟัน
และผ่าตัดเอาถุงน้ำออกด้วย
- ฟันขึ้นไม่เป็นระเบียบ ฟันกรามซี่ที่สามบางซี่สามารถขึ้นพ้นเหงือกได้ ก็มักจะขึ้นนอกแนวของฟันซี่อื่น
มักจะอยู่ชิดแก้ม ทำให้แก้มเป็นแผลอยู่เสมอ การเรียงตัวไม่เป็นระเบียบของฟันที่ขึ้นมานี้จะทำให้เศษอาหารติดง่าย
ถ้าละเลยไม่ดูแล ฟันข้างเคียงก็จะผุด้วย หรือเกิดเหงือกอักเสบ ลุกลามเป็นโรคปริทันต์
- ฟันยื่นยาว ฟันกรามซี่สุดท้ายที่ไม่มีฟันตรงข้ามยันเอาไว้จะยื่นยาวออกมาตามธรรมชาติของฟัน
เกิดปัญหากัดเหงือกที่อยู่ตรงข้ามเป็นแผล เศษอาหารก็จะติดง่าย สร้างความรำคาญและเกิดมีกลิ่นปาก
ประโยชน์ของฟันกรามซี่ที่สาม
อาจจะดูเหมือนว่าฟันกรามซี่ที่สามนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์ ที่จริงฟันซี่นี้ก็เหมือนฟันซี่อื่น ถ้าขึ้นได้ปกติ
ก็สามารถใช้เคี้ยวอาหารได้ นอกจากนั้นอาจจะใช้เป็นหลักยึดของฟันปลอม เพื่อช่วยให้ฟันปลอมติดแน่นได้ยิ่งขึ้น
ประโยชน์ของฟันกรามซี่ที่สามอีกประการหนึ่งก็คือ ถอนออกแล้วอาจจะใช้ปลูกแทนที่ฟันกรามซี่อื่นที่เสียไป
เป็นการทดแทนเพื่อจะได้ไม่ต้องใส่ฟันปลอม
ฟันกรามซี่ที่สามนี้ควรถอนออกดีกว่า
เนื่องจากฟันซี่นี้มักจะทำให้เกิดปัญหาหลายประการตามที่ได้กล่าวมาแล้ว อีกทั้งไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
เพราะอยู่ลึกที่สุดในช่องปากไม่ได้ช่วยในการเคี้ยวอาหาร ซึ่งตามปกติการเคี้ยวอาหารจะใช้เฉพาะบริเวณฟันกรามน้อย
และฟันกรามใหญ่ซี่ที่หนึ่งและซี่ที่สองเท่านั้น
การถอนฟันกรามซี่ที่สามไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการก่อน
ฟันกรามซี่ที่สามมักเป็นสาเหตุทำให้ปวดฟัน หรือเกิดอาการอักเสบของเหงือกรอบๆ ฟัน
ฉะนั้นการถอนฟันกรามซี่ที่สามจึงไม่น่าเสียดาย หรือรอให้มีอาการก่อน ช่วงอายุที่เหมาะสมที่ควรจะถอนคือ
ตั้งแต่ 18-25 ปี
การถอนฟันซี่นี้จะทำได้ยากกว่าซี่อื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะของฟันว่า ขึ้นตรงๆ หรือเอียง
ขึ้นกับตำแหน่งที่ฝังอยู่ใต้กระดูก ลักษณะของกระดูกรอบรากฟัน ว่าแข็งแน่นหรือไม่
คนไข้อ้าปากได้กว้างเต็มที่หรือไม่ ตลอดจนความชำนาญของทันตแพทย์ ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก
หลังการถอนฟันอาจจะมีอาการปวด หรือบวมบ้างเล็กน้อย ทันตแพทย์จะให้ยารับประทาน
และแนะนำวิธีการที่จะปฏิบัติหลังถอนฟันให้แก่เรา
ฟันกรามซี่ที่สามอาจจะไม่ต้องถอนออกทุกซี่
ถ้าฟันขึ้นได้เต็มที่เป็นปกติ ไม่คุด เรียงตัวดี ไม่เกิดปัญหาดังที่กล่าวข้างต้น ก็ไม่จำเป็นต้องถอนออก
แต่ก็ต้องดูแลก็เหมือนกับฟันซี่อื่นๆ โดยแปรงฟันให้สะอาดเสมอ และใช้เส้นใยขัดฟัน
ทำความสะอาดบริเวณซอกฟันด้วย
ปรึกษาทันตแพทย์
ฉะนั้นถ้าท่านไม่เคยถอนฟันกรามซี่สุดท้าย หรืออายุเกิน 20 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีฟันซี่นี้ขึ้น
ก็ควรจะไปปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อตรวจเอกซเรย์ และถ้าตรวจพบก็ควรจะถอนออกก่อนที่จะมีปัญหาจะดีกว่า
(update 13 สิงหาคม 2002)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ปีที่ 25 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2544 ]
|