
ชีวิตประจำวันในบ้านของเราต้องใช้พลังงานความร้อน เพื่อประโยชน์หลายๆ อย่าง
เราใช้ความร้อนในการหุงต้มปรุงประกอบอาหารประจำวัน ใช้ความร้อนทำน้ำร้อนสำหรับชงกาแฟ
ใช้ความร้อนทำน้ำอุ่นสำหรับอาบ แหล่งพลังงานที่ใช้เพื่อให้เกิดความร้อนในบ้านเรือนที่ใช้กันมาก
เห็นจะเป็นก๊าซหุงต้ม และไฟฟ้า ส่วนถ่านคงมีใช้บ้าง เพราะชักหายากขึ้น และแพงขึ้นด้วย
เรื่องในบ้านฉบับนี้จะกล่าวถึงการบาดเจ็บ จากความร้อนของก๊าซหุงต้มครับ
เตาหุงต้มอาหารในบ้านมักใช้ก๊าซกันมาก โอกาสที่จะพลาดพลั้งโดนไฟลวก
ก็มีได้ไม่น้อยนะครับ ก๊าซหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงที่นับว่าให้ความร้อนสูง สูงหลายร้อยองศาเซลเซียส
ทีเดียวครับ คุณอาจจำได้ว่าน้ำเดือดมีความร้อนแค่ 100 องศา เอง ความร้อนจากก๊าซ
จึงสูงกว่าน้ำเดือดมาก ด้วยเหตุนี้การบาดเจ็บที่จะเกิดกับผิวหนังหรือร่างกายของเรา
จึงสามารถรุนแรงได้มากๆ ครับ
เราลองมาพิจารณาดูซิว่า
การบาดเจ็บจากความร้อนของก๊าซหุงต้มเกิดจากอะไรได้บ้าง
1. เกิดจากโดนเปลวไฟขณะใช้เตาก๊าซอยู่
2. เกิดจากเปิดก๊าซไว้นานก่อนจุดเตา
3. เกิดจากก๊าซรั่วแล้วติดไฟขึ้นพรึบ
คุณคิดว่ากรณีไหนรุนแรงที่สุดครับ
โดยมากกรณีที่ 3 จะรุนแรงมากทีเดียว โดยเฉพาะถ้าก๊าซรั่วอยู่นาน
และอยู่ในห้องที่อากาศไม่ถ่ายเท อาจถึงกับระเบิดได้ทีเดียวถ้าเกิดติดไฟขึ้นพอๆ
กับระเบิดเพลิงเชียวล่ะ
กรณีที่ 2 จะรุนแรงเพียงใดขึ้นกับปริมาณก๊าซที่สะสมอยู่ก่อนถูกจุดครับ สาเหตุใหญ่ๆ
มักเกิดจากเผลอเปิดก๊าซไว้นานก่อนจุด หรือมีปัญหาที่จุดก๊าซไม่ทำงานเลยจุดอยู่นาน
กว่าจะติดทำให้ปริมาณก๊าซสะสมอยู่มาก
ส่วนกรณีที่ 1 คงเบากว่าเพื่อนครับ โดนไฟลวกแถวมือแถวแขนพบได้บ่อย
คงไม่ถึงกับโดนหน้าตาหรือร่างกายส่วนอื่นเหมือน 2 กรณีที่กล่าวก่อนหน้านี้
บาดเจ็บจากไฟลวกอาจเป็นได้ตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย ปานกลาง ไปจนถึงสาหัสครับ
ขึ้นกับว่าอวัยวะอะไรบาดเจ็บบ้าง และบริเวณไฟลวกกว้างขวางเพียงใดและลึกแค่ไหนด้วย
ยิ่งลึกยิ่งสาหัส ยิ่งกว้างยิ่งรุนแรง
อวัยวะบางอย่างถ้าถูกไฟลวกถือว่าบาดเจ็บรุนแรงครับ เช่น ตา ทางเดินหายใจ
บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ เป็นต้น ไฟลวกบริเวณดวงตาอาจเกิดการบาดเจ็บหรือเสียหาย
ต่อกระจกตา เรื่องใหญ่ทีเดียวครับ ทำให้ตามองไม่เห็นได้ อาจต้องแก้ไขโดยการผ่าตัด
เปลี่ยนเอากระจกตาของผู้บริจาคมาใส่แทน ไฟลวกโดนหน้าถ้าขนจมูกไหม้
ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเกิดความเสียหายต่อทางเดินหายใจครับ เข้าข่ายกรณีสาหัส
หรือรุนแรงที่ต้องดูแลใกล้ชิดครับ บริเวณขาหนีบหรืออวัยวะสืบพันธุ์ถือว่าเป็นกล่องดวงใจ
หรือจุดยุทธศาสตร์ครับ โดนไฟลวกเมื่อไหร่ถือว่ารุนแรงเลยล่ะ เป็นจุดที่มีความละเอียดอ่อน
อีกจุดหนึ่ง ต้องดูแลรักษากันเป็นพิเศษทีเดียว ไฟลวกบริเวณข้อหรือลึกถึงกระดูกถือว่า
รุนแรงอีกกรณีหนึ่ง เกิดความสูญเสียที่ถาวรหรือพิการได้ครับ
อุบัติเหตุจากก๊าซหุงต้มในบ้านเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสนใจ ป้องกันไม่ให้เกิด
ดีกว่าแก้ไข เมื่อเกิดขึ้นแล้ว วิเคราะห์ดูดีๆ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุหนีไม่พ้น 2 สิ่งนี้คือ
การกระทำที่ไม่ปลอดภัย และ สภาวะที่ไม่ปลอดภัย
ผมจะสาธยายให้ฟังว่าเป็นอย่างไรนะครับ
อุบัติเหตุไฟลวกจากก๊าซหุงต้มส่วนใหญ่เป็นเพราะการกระทำหรือพฤติกรรม
ที่ไม่ปลอดภัย 2 กรณีแรกของการเกิดไฟลวกที่ผมกล่าวมาตอนต้นเป็นตัวอย่างที่ตรงเป๊ะเลย
ของการกระทำที่ไม่ปลอดภัย
คุณว่าจริงมั้ยครับ
ลองทบทวนดูนะครับ
ไฟเขาอยู่ที่เตาเฉยๆ เราเอาเมือเอาแขนเข้าไปหาไฟเองเลยโดนไฟลวก
เราไม่ระมัดระวังการกระทำของเราเอง (ของมือ ของแขน) ใช่มั้ยล่ะ การจุดเตาก๊าซ
ก็ทำนองเดียวกัน วิธีการจุด (เท่ากับการกระทำ) ของเราไม่ถูกต้องปล่อยให้ก๊าซออกมา
สะสมในเตามากกว่าจะจุดได้หรือจุดติดเลยเกิดอุบัติเหตุไฟพรึบล้นเตามาลวกมือลวกหน้าเอา
กรณีที่จุดเตาก๊าซไม่ดีจุดไม่ติดเป็นสภาวะที่ไม่ปลอดภัยอย่างหนึ่งครับ
แต่ก็มีการกระทำที่ไม่ปลอดภัยอยู่ด้วยคือ ไม่ปิดก๊าซเสียก่อน เผลอเปิดเตาก๊าซไว้
ขณะหาที่จุดก๊าซอันใหม่ หรือขณะเปลี่ยนถ่านที่จุดก๊าซ ส่วนกรณีก๊าซรั่วมีทั้งสภาวะ
ที่ไม่ปลอดภัยและการกระทำที่ไม่ปลอดภัยผสมกันครับ สภาวะที่ไม่ปลอดภัยคือ
ท่อสายก๊าซหรืออุปกรณ์จ่ายก๊าซชำรุดหรือไม่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์จ่ายก๊าซที่ดีสามารถตัด (ปิด)
ก๊าซโดยอัตโนมัติ เมื่อก๊าซรั่ว ส่วนการกระทำที่ไม่ปลอดภัย เช่น อาจเผลอทำให้ของแหลม
หรือของมีคม ไปโดนสายก๊าซทำให้สายรั่ว
การไม่ตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์ของสายก๊าซตามระยะเวลาอันสมควรก็อาจถือได้ว่า
เป็นการกระทำ (เท่ากับการไม่กระทำ) ที่ไม่ปลอดภัยครับ
การป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุไฟลวก จากก๊าซก็มุ่งไปที่ 2 สิ่งเช่นกันคือ
1. อย่ากระทำหรือประพฤติในสิ่งที่จัดว่าเป็น " การกระทำที่ไม่ปลอดภัย "
2. อย่าหรือป้องกันไม่ให้เกิด " สภาวะที่ไม่ปลอดภัย " ขึ้น
ดูแล้วก็ป้องกันไม่ยากนะครับ พอจะใช้สามัญสำนึกพิจารณาดูได้ หันมาดูเรื่อง
ปฐมพยาบาลกันหน่อยครับ โดนไฟก๊าซลวกจะทำยังไงดี ? เมื่อไหร่ดูแลตนเองได้ ?
เมื่อไหร่ต้องไปหาหมอ ?
กรณีโดนไฟลวกเล็กน้อย ไม่โดนอวัยวะสำคัญ ไม่กว้างมากและไม่ไหม้ลึกถึงเนื้อกระดูก
สามารถปฐมพยาบาลและดูแลรักษาที่บ้านได้ครับ ลดอาการแสบร้อนได้ อาจใช้ผ้าเย็น
หรือถุงน้ำเย็นๆ ก็ได้ อาจใช้น้ำก๊อก เปิดน้ำไหลช้าๆ ชะบนแผลก็ได้เช่นกัน จากนั้น
อาจใช้ยาที่ใช้ทาแผลไฟลวกมาทาแผลครับ ทาเพื่อป้องกันการติดเชื้อไม่ให้แผลเกิดเป็นหนอง
จนกว่าจะมีผิวหนังใหม่ขึ้นมาแทน
กรณีแผลไหม้ลึก หรือเป็นบริเวณกว้าง หรือไหม้อวัยวะสำคัญที่ผมกล่าวมาตอนต้น
ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลรักษาครับ การปฐมพยาบาลที่บ้านคงได้แค่บรรเทาความเจ็บปวด
ลดความร้อนบริเวณถูกลวกด้วยความเย็นตามวิธีที่กล่าวมาแล้ว จากนั้นคลุมปิดแผล
ด้วยผ้าที่สะอาด ควรเป็นผ้าที่ไม่มีขนแล้วก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาลครับ
อย่าลืมถอดแหวน เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าออกจากบริเวณที่ไฟไหม้ด้วย
ทิ้งไว้จะบวมแล้วถอดยาก แต่ถ้าเสื้อผ้าไหม้ติดหนังอยู่ยังไม่ต้องพยายามดึงออกนะครับ
ทิ้งไว้ยังงั้นล่ะรอให้หมอจัดการเอง
(update 15 ตุลาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 6 มิถุนายน 2544 ]
|