
ผู้หญิงกับความสวยงาม เป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก
ใครก็อยากสวยอยากดูดี แต่หากโชคไม่ช่วย พระเจ้าไม่ประทานความงามติดตัวมาให้
การเสริม-เพิ่ม-แต่ง ก็เป็นทางออกที่จำเป็นสำหรับผู้หญิง
การเสริมหน้าอก เป็นหนึ่งในหนทางเพิ่มความงามที่ผู้หญิงหลายคนสนใจ
การเสริมหน้าอกทางการแพทย์มีหลายวิธี และผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอก
ก็มีหลายประเภทตามความประสงค์ที่แตกต่างกัน
- ประเภทผู้ป่วยที่เข้ามารับการเสริมหน้าอกมีอยู่
2 ประเภทด้วยกันคือ
1. ผู้ป่วยมีความต้องการที่จะมีขนาดของหน้าอกใหญ่ขึ้น โดยผู้ป่วยไม่ได้มีโรคใดๆ
มาทั้งสิ้น
2. กรณีที่ผู้ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมและได้รับการผ่าตัดมะเร็งเต้านมออก
กรณีที่ต้องการมาเสริมเพื่อทดแทนเต้านมที่สูญเสียไป
- สำหรับการเสริมหน้าอกมี 2 แบบคือ
แบบแรก จะใช้ถุงซิลิโคน ซึ่งภายในบรรจุด้วยน้ำเกลือ
และสอดเข้าไปใต้กล้ามเนื้อหรือผิวหนังของบริเวณเต้านมของผู้ป่วย
แบบสอง จะใช้เนื้อเยื่อจากตัวคนไข้เอง เช่น เราใช้กล้ามเนื้อ
และไขมันจากหน้าท้อง ซึ่งในกรณีนี้เราจะต้องเลาะเส้นเลือดให้มีเส้นเลือดมาเลี้ยงตัว
กล้ามเนื้อและไขมันด้วย กรณีนี้เป็นกรณีที่เราใช้ในคนที่เป็นมะเร็งเต้านม
และได้รับการผ่าตัดเต้านมทิ้ง
อีกกรณีก็คือ การดูดไขมันจากตำแหน่งอื่นมาฉีดเข้าที่เต้านม
ซึ่งไขมันนี้จะดูดจากตัวคนไข้เอง
วิธีการเสริมหน้าอกด้วยไขมันก็จะคล้ายๆ กับการเสริมในตำแหน่งอื่นๆ ด้วยไขมัน
เราอาจจะเคยได้ยินว่าจะนำไปฉีดบริเวณระหว่างคิ้ว หรือบริเวณร่องแก้มด้วยใช้ปริมาณน้อยๆ
โดยเราจะดูดไขมันจากส่วนต่างๆ ของร่างกายของผู้ป่วยเอง เสร็จแล้วจะนำไปล้างให้สะอาด
แล้วฉีดกลับไปในตำแหน่งที่ต้องการ การเสริมเต้านมด้วยไขมันก็จะทำในแบบเดียวกัน
แพทย์จะต้องตรวจร่างกายและพูดคุยตกลงกับผู้ป่วยก่อนว่า ผู้ป่วยมีความต้องการ
ที่จะให้ดูดไขมันจากส่วนไหน ซึ่งกรณีนี้จะต้องขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ป่วยเป็นส่วนใหญ่
ก็จะเป็นการดูดไขมันส่วนเกินออกด้วยส่วนไขมันที่ใช้บ่อยๆ ก็ได้แก่ บริเวณต้นขาด้านนอก
ต้นขาด้านใน บริเวณเอว บริเวณสะโพก
ส่วนใหญ่รอยแผลที่เกิดจากการดูดจะมีขนาดเล็กมาก ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร
และเราจะซ้อนรอยแผลไว้ในบริเวณขาหนีบ หรือใต้ร่มผ้า ส่วนใหญ่มักจะมองไม่เห็น
จึงไม่เป็นอุปสรรคในการดูด
- ข้อดี-ข้อเสีย ของการเสริมหน้าอกด้วยไขมัน
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการเสริมด้วยไขมันยังไม่ได้เป็นวิธีมาตรฐาน
เพราะวิธีมาตรฐานที่เราใช้ในปัจจุบันก็คือ การเสริมด้วยซิลิโคน ซึ่งภายในใส่น้ำเกลือ
ข้อดีของการเสริมหน้าอกก็คือ
1. เป็นการผ่าตัดเล็ก ซึ่งไม่ต้องใช้ยาสลบ บริเวณที่เราดูดไขมันเราก็จะฉีดยาชาเฉพาะที่
เราจะเสริมด้วยไขมันเราก็จะฉีดยาชาเฉพาะที่เช่นกัน ทำง่าย ค่าใช้จ่ายก็ต่ำ
2. เป็นกระดูกไขมันจากบริเวณที่เราต้องการเอาออก
ข้อเสียที่คิดว่าเป็นข้อบกพร่องที่สุดก็คือ
1. วิธีนี้ไม่สามารถที่จะเสริมให้มีขนาดใหญ่มากได้ เพราะการฉีดไขมันเข้าไปเยอะๆ
ถ้าเข้าไปในที่เล็กๆ เซลล์ไขมันก็จะตายหรือละลายไป ก็คือจะเสริมให้มีขนาดเล็กๆ เท่านั้น
หรือจะใช้วิธีนี้ก็ต่อเมื่อต้องการจะแก้เต้านมสองข้างที่มีขนาดไม่เท่ากัน ซึ่งต่างกันเล็กน้อย
และฉีดเข้าไปในบริเวณด้านที่เล็กเพื่อให้ดูใกล้เคียงกัน
2. เซลล์ไขมันที่เราฉีดเข้าไป บางครั้งอาจจะตาย ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์อะไร
หรือบางทีอาจจะกลายเซลล์เป็นซีส ที่เป็นโรคแทรกซ้อนอีกโรคหนึ่งซ้ำจำเป็นต้องผ่าออก
3. อาจจะมีการแข็งตัวของไขมันที่ดูดเข้าไป ทำให้เกิดการสับสนว่าเป็นก้อน
ที่เกิดจากมะเร็งเต้านมหรือไม่
การเสริมด้วยไขมันอย่างไรก็สู้การเสริมด้วยถุงซิลิโคนไม่ได้ และศัลยแพทย์
จำนวนไม่น้อยที่ค่อนข้างมีความเห็นคัดค้าน เนื่องจากว่ามันจะไปรบกวนกับการตรวจมะเร็งเต้านม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35-40 ปีขึ้นไป ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่ก็ยังลังเล
ไม่กล้าที่จะใช้วิธีนี้ เพราะว่าอาจจะมีปัญหาในการตรวจมะเร็งเต้านมพอสมควร
จะทำให้มีการตรวจค้นพบยากขึ้น
-
การที่จะเลือกใช้วิธีการเสริมด้วยไขมันขึ้นอยู่กับการพิจารณาดังนี้
1. เราต้องการเสริมในขนาดน้อยๆ เช่น เต้านมสองข้างขนาดไม่เท่ากัน
2. คนไข้จะต้องไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
3. อย่างน้อยก่อนเสริมก็ควรจะไปทำแมมโมแกรมก่อน เพื่อจะได้วินิจฉัย
แยกโรคไปว่ามีก้อนใดๆ เกิดขึ้นในเต้านมหรือไม่
- ข้อจำกัดในการเสริมหน้าอกด้วยไขมัน
1. ขนาดที่ฉีดจะต้องไม่มากจนเกินไป เพราะถ้าฉีดเข้าไปมากๆ
เซลล์ไขมันที่เข้าไปจับกลุ่มในบริเวณที่แคบๆ ก็จะตายเกือบหมดก็จะไม่ได้ผลอะไร
2. ต้องไม่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
3. จะต้องมีไขมันให้ดูดพอสมควร
ผู้ป่วยไม่จำเป็นจะต้องพักค้างในโรงพยาบาลโดยขั้นตอนแรกแพทย์จะทำการ
ตรวจร่างกายผู้ป่วยก่อนว่า มีข้อบ่งชี้ว่าจะใช้วิธีนี้หรือไม่และต่อไปก็จะต้องคุยกับผู้ป่วยก่อน
ว่าจะดูดจากตำแหน่งใด ตำแหน่งนั้นเป็นตำแน่งส่วนเกินที่ผู้ป่วยต้องการให้เอาออก
หลังจากนั้นก็จะฉีดยาชาและทำการวาดบริเวณที่เราจะดูดและบริเวณที่เราจะฉีดไขมัน
เสริมเข้าไปและทำความสะอาด ฉีดยาชา จะเริ่มดูดจากบริเวณที่เราต้องการ พอได้ไขมันมาแล้ว
ก็จะนำมาล้างด้วยน้ำเกลือ เสร็จแล้วก็จะนำมาใส่ในหลอดฉีดยา แล้วนำใส่ลงไปในเต้านม
ซึ่งโดยทั่วไปไขมันที่ฉีดเข้าไปในตำแหน่งใดก็ตามในร่างกายระยะปีแรกมันจะมีโอกาส
ที่จะละลายไปประมาณอย่างน้อย 50% ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการฉีดหรือศัลยแพทย์ที่ทำการฉีด
ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาล และการผ่าตัดนั้นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้าเป็น
โรงพยาบาลของรัฐบาลก็จะถูกกว่า อีกประการก็คือ เนื่องจากวิธีนี้ไม่ต้องใช้ถุงซิลิโคน
และเครื่องมือที่พิเศษอะไร เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายก็จะต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่นๆ
ผู้ที่เสริมหน้าอกก็ควรจะพิจารณาถึงความพร้อมทั้งทางร่างกาย จิตใจ และกำลังทรัพย์
โดยเฉพาะทางด้านจิตใจว่ามีความต้องการที่จะเสริมหน้าอกจริงๆ หรือไม่ ก่อนที่จะเสริมหน้าอก
ก็ควรที่จะหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะหามาได้ เช่น อาจจะถามได้จากหลายๆ คน โดยทั่วไป
วิธีมาตรฐานก็ใช้ถุงซิลิโคนใส่น้ำเกลืออยู่
(update 15 ตุลาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 6 มิถุนายน 2544 ]
|