สถานการณ์
เอดส์
'44
สถานการณ์โรคเอดส์ในประเทศไทยประจำเดือนมราคม 2544 มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีอาการ
จำนวน 61,703 ราย เสียชีวิตแล้ว 6,416 ราย และมีจำนวนผู้ป่วยทั้งสิ้น 162,813 ราย
เสียชีวิตแล้ว 38,634 ราย จากรายงานนี้ พบว่าแนวโน้มของผู้ป่วยโรคเอดส์สูงสุดในปี พ.ศ. 2540
และเริ่มชะลอตัวลงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้ติดเชื้อรายเก่าที่ยังไม่ปรากฏอาการและกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์
อยู่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการรายงาน จึงอาจมีผลทำให้แนวโน้มของผู้ป่วยโรคเอดส์
ดูเหมือนจะลดลง
ปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อของผู้ป่วยเอดส์
จากรายงานของกองระบาดวิทยา พบว่า
- ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 83.24 ซึ่งประกอบด้วยชายรักต่างเพศ
ร้อยละ 61.41 หญิงรักต่างเพศ ร้อยละ 19.59 และชายรักร่วมเพศ/รักสองเพศ
ร้อยละ 0.71/0.40 ตามลำดับ
- ปัจจัยเสี่ยงจากการติดเชื้อจากมารดา พบร้อยละ 4.70
- สำหรับกลุ่มผู้ป่วยเอดส์ที่มีปัจจัยเสี่ยงจากการรับเลือด พบร้อยละ 0.02
- กลุ่มผู้ป่วยเอดส์ที่ไม่ทราบปัจจัยเสี่ยง พบร้อยละ 7.07
อายุของผู้ป่วยเอดส์ จากรายงานของกองระบาดวิทยา พบว่า
- ในกลุ่มอายุ 25-29 ปี ร้อยละ 27.98
- รองลงมาอายุ 30-34 ปี ร้อยละ 24.49
- อายุ 35-39 ปีร้อยละ 14.73
- อายุ 20-24 ปี ร้อยละ 11.22
- อายุ 40-44 ปี ร้อยละ 7.77 ปี
- และเด็กที่มีอายุ 0-4 ปี ร้อยละ 4.03 ตามลำดับ
- สำหรับในกลุ่ม อายุอื่นๆ มีการกระจายเพียงเล็กน้อยและใกล้เคียงกัน
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ
- กรรมกร/ผู้ใช้แรงงาน/รับจ้าง ร้อยละ 46.85
- เกษตรกรรม ร้อยละ 21.07 ว่างงาน ร้อยละ 4.78
- เด็กต่ำกว่าวัยเรียน ร้อยละ 4.56
- ค้าขาย ร้อยละ 4.25
- งานบ้านร้อยละ 3.20
- ไม่ระบุอาชีพ ร้อยละ 4. 74 ตามลำดับ
พื้นที่การระบาด
ในปี พ.ศ. 2543 พบว่า
- อัตราความชุกของโรคส่วนใหญ่พบมากในภาคเหนือ 37.7 ต่อประชากรแสนคน
- ภาคกลาง 34.7 ต่อประชากรแสนคน
- ภาคใต้ 20.6 ต่อประชากรแสนคน
- และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11.7 ต่อประชากรแสนคน
- สำหรับภาคเหนือ พบมากที่สุดในจังหวัดพะเยา 118.5/ ประชากรแสนคน
- ภาคกลางพบมากที่สุดในจังหวัดระยอง 95.6/ประชากรแสนคน
- กรุงเทพมหานคร 34.52/ประชากรแสนคน
- ภาคใต้พบมากที่สุดในจังหวัดภูเก็ต 96.5/ประชากรแสนคน
- และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบมากที่สุดในจังหวัดเลย 26.31/ประชากรแสนคน
สถานการณ์การเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อเอชไอวี
เฉพาะพื้นที่ในประเทศไทย พ.ศ.2532 - มิถุนายน 2543
- กลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น มีอัตราความชุกอยู่ในระดับสูงมาตลอด และสูงสุดในปี พ.ศ.2542
พบร้อยละ 50.77 และ มีแนวโน้มที่ลดลงในปี พ.ศ.2543 ร้อยละ 47.17
- กลุ่มชายหญิงขายบริการทางเพศทางตรงและกลุ่มหญิงขายบริการทางเพศแฝง
พบในช่วงก่อนปี พ.ศ.2537-2539 ทั้งสองกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงขายบริการทางเพศโดยตรง มีอัตราความชุกสูงสุด ในเดือนธันวาคม 2537
พบร้อยละ 33.15 และมีแนวโน้มลดลงจนถึงปัจจุบัน อยู่ร้อยละ 18.09 กลุ่มหญิงขายบริการทางเพศ
แฝงมีแนวโน้มเช่นเดียวกัน
- สำหรับกลุ่มชายที่มาตรวจกามโรค พบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 ถึง พ. ศ.2538 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอด
แต่หลังจากปี พ.ศ.2538 เริ่มคงที่และไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ในปี พ.ศ.2543
กลุ่มชายที่มาตรวจกามโรคมีแนวโน้มที่ลดลง พบว่า มีอัตราการติดเชื้อเอชไอวี ร้อยละ 5.90
- กลุ่มหญิงที่มาฝากครรภ์ และกลุ่มเลือดบริจาคพบว่า อัตราความชุกของการติดเชื้อเอชไอวี
มีแนวโน้มของการติดเชื้อเอชไอวีลดลง ทั้ง 2 กลุ่ม โดยพบอัตราความชุกของการติดเชื้อ
เอชไอวี ร้อยละ 1 .46 และร้อยละ 0.30 ตามลำดับ
- กลุ่มชายไทยที่เข้าเป็นทหารประจำการมีแนวโน้มสูงสุดในเดือนพฤษภาคม 2536 ร้อยละ 4.0
และมีแนวโน้มลดลงในเดือน พฤศจิกายน 2536 ร้อยละ 3.3 จาการสำรวจครั้งล่าสุด
ในเดือนพฤษภาคม 2543 พบอัตราความชุกร้อยละ 1.4 ซึ่งมี แนวโน้มลดลง
แต่หากพิจารณาเป็นรายภาค จะพบว่าแนวโน้ม ของการติดเชื้อเอดส์ในกลุ่มชายไทย
ที่เข้ารับการเกณฑ์ทหาร ส่วนใหญ่พบมากในภาคใต้ และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ
สถานการณ์โรคเอดส์จากการคาดประมาณ
จากการคาดประมาณผู้ติดเชื้อเอดส์และผู้ป่วยเอดส์ในประเทศไทย โดยคณะผู้เชี่ยวชาญ
ได้คาดประมาณตัวเลขผู้ติดเชื้อเอดส์และผู้ป่วยเอดส์ โดยเริ่มตั้งแต่เริ่มมีการรายงานครั้งแรกใน
ปี พ.ศ.2543 พบว่า น่าจะมีผู้ติดเชื้อเอดส์สะสมประมาณ 984,000 ราย ในจำนวนนี้ เสียชีวิตแล้ว 289,000 ราย
เหลือและผู้ป่วยเอดส์ที่ต้องการรักษาพยาบาลจำนวน 55,000 ราย ทั้งนี้ จะมีผู้ติดเชื้อเอดส์
รายใหม่ประมาณ 29,000 ราย
จากการคาดประมาณสถานการณ์ในปี พ.ศ.2549 จะมีผู้ติดเชื้อเอดส์สะสมประมาณ
1,109,000 ราย ในจำนวนนี้จะมีผู้เสียชีวิตประมาณ 601,000 ราย และผู้ป่วยเอดส์ที่ต้องรักษา
พยาบาลประมาณ 48,692 ราย ทั้งนี้จะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 17,000 ราย
ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ได้ในระดับหนึ่ง โดยระดมความร่วมมือ
จากทุกภาคส่วนของสังคมที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ
ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ตำบล จนถึงหมู่บ้าน แต่กระนั้นก็ตามประเทศไทยมิสมควร
ที่จะนิ่งนอนใจต่อการแก้ไขปัญหาเอดส์ต่อไปไม่ว่าในระดับใดๆ
ชายไทยควรตระหนักถึงความเสี่ยงในการใช้บริการทางเพศ ถ้าขาดความตระหนักนี้แล้ว
จะทำให้การใช้ถุงยางอนามัยลดลง ซึ่งจะส่งผลให้ความรุนแรงของการระบาดกลับคืนมา
อย่างรวดเร็ว ในขณะนี้ มีสัญญาณบางประการที่น่าเป็นห่วงและบ่งชี้ว่าอาจมีความจำเป็น
ที่จะต้องเร่งรัดการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ เพื่อรักษาระดับความสำเร็จ
และป้องกันไม่ให้การระบาดกลับมา โดยพิจารณาจากผลการคาดประมาณที่มีสมติฐานว่า
หากภาคส่วนต่างๆ ของสังคมไทยช่วยกันป้องกัน และแก้ไขปัญหาเอดส์อย่างต่อเนื่อง
และสามารถดำเนินการได้ตามมาตรการที่วางไว้ จำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์/ผู้ป่วยโรคเอดส์
จากการวิเคราะห์เบื้องต้นพบว่า ถ้าหากเพิ่มมาตรการป้องกันการติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์
ระหว่างชายหญิง การป้องกัน การติดเชื้อเอดส์ในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
การป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกด้วยการใช้ยาต้านไวรัสควบคู่ไปกับการรณรงค์
การใช้ถุงยางอนามัยระหว่างสามีและภรรยาที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดติดเชื้อเอดส์ รวมทั้งเพิ่มกิจกรรม
ในด้านการให้คำปรึกษา และการตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อโดยสมัครใจ คาดว่าในปี พ.ศ.2549
จะสามารถลดผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่ลงเหลือ 9,400 ราย
โรคแทรกซ้อนจากเอดส์
โรคเอดส์เป็นโรคติดเชื้อชนิดเรื้อรัง (Chronic infectious disease) ที่ไม่สามาถรักษาให้หายขาดได้
ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของระบบประชากร สังคม เศรษฐกิจ ในการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ความรุนแรงของโรคเป็นแล้วรักษาไม่หาย เนื่องจากเชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
โดยตรงทำให้ร่างกายอ่อนแอ และเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นมากมาย จากการรายงานของกองระบาดวิทยาพบว่า
โรคแทรกซ้อนที่พบมากที่สุด ใน 5 อันดับแรก คือ
- Mycobacterium Tubercosis, Pulmonary or extrapulmonary จำนวน
44,899 ราย (ร้อยละ 27.6)
- รองลงมาโรคปอดบวมจากเชื้อ Pneumocystis carini 32,040 ราย (ร้อยละ 19.7)
- Cryptococcosis จำนวน 27,382 ราย (ร้อยละ 16.8 )
- Pneumonia recurrent (Bacteria)มากกว่า 1 ครั้งใน 1 ปี จำนวน 5,949 ราย (ร้อยละ 3.6)
- และToxoplasmosis ในสมอง จำนวน 4,681 ราย (ร้อยละ 2.9)
(update 12 มิถุนายน 2001)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน วันศุกร์ ที่ 8 มิถุนายน 2544]
|