มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam


ทฤษฏี วี-1 อิมมูนิเตอร์ แก้เอดส์


คำถามที่ว่า วี-1 อิมมูนิเตอร์ รักษาโรคเอดส์ได้จริงหรือไม่
หลายๆ คนคงอยากรู้คำตอบ ทฤษฎีอะไรอยู่เบื้องหลังยานี้


ในร่างกายมนุษย์จะมีเซลล์แม่อยู่ตัวหนึ่งที่ชื่อ T cell ซึ่ง T cell ก็เหมือนกับเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว ชนิดหนึ่ง จุดประสงค์ของมันก็คือสร้างเซลล์ที่จะ ปกป้อง ร่างกายไม่ให้เชื้อโรคเข้ามา T cell นี้เป็นตัวแม่ซึ่งสามารถ ออกลูกมาได้ 2 ตัว ซึ่งก็แล้วแต่ความต้องการของร่างกาย โดยเรียกว่า CD-4 และ CD-8 โดย CD-4 ทำหน้าที่สร้าง ภูมิคุ้มกัน ขณะที่ CD-8 ทำหน้าที่ฆ่าสิ่งแปลกปลอม เปรียบได้กับเมื่อเวลาข้าศึกบุกเข้ามาในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคอะไร CD-8 ก็เหมือนกับการเป็น ทหารหน้าเพื่อฟาดฟัน ซึ่งบางทีก็ชนะ บางทีก็แพ้


ตัวอย่างเช่น ถ้าเชื้อวัณโรคเข้ามาในร่างกาย ทหารหน้าเข้ามาต่อสู้กับวัณโรคแล้วแพ้ วัณโรคก็ยึดครองปอดไป เมื่อมาหาแพทย์ แพทย์ก็ฉีดยาให้ ฆ่าเชื้อโรคให้หมด ซึ่งสิ่งที่เหลืออยู่ในร่างกายก็คือ ภูมิคุ้มกันวัณโรค (CD-4) แต่ไม่มีทหารเอาไว้ฆ่า (CD-8) แต่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงถึงขนาดที่ฆ่าเชื้อโรคจำนวนเยอะๆ ได้


เมื่อ HIV เข้ามาในร่างกายไม่ว่าทางไหนก็แล้วแต่ สิ่งทีเกิดขึ้นคือ T cell จะเข้ามาล้อม แต่ HIV เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้จาก RNA เป็น DNA ได้ เพราะฉะนั้นมันสามารถที่จะกิน T cell เป็นอาหารได้ และ T cell ที่เปลี่ยนเป็น CD-4 นั้น เชื้อ HIV ชอบมาก จึงเกิดการเจริญเติบโต แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว

สำหรับยารุ่นเก่า ทราบกันอยู่ว่าถ้า T cell ทำงานดีภูมิคุ้มกันก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ต้องดูว่า CD-4 เพิ่มหรือไม่ CD-4 ยิ่งเพิ่มก็แสดงว่าภูมิคุ้มกันยิ่งเพิ่มขึ้น นี่คือหลักทั่วไปของแพทย์อันเดิม แต่ปรากฎว่ายาที่มากระตุ้น T cell ให้สร้าง CD-4 นั้นใช้มาร่วม 20 ปีแล้ว เชื้อ HIV ก็ไม่ตาย และกำจัดไม่ได้

HIV ที่เข้าไป มีเอนไซม์ที่สามารถกิน CD-4 ได้ นักวิทยาศาสตร์รุ่นเก่าบอกว่า CD-4 ยิ่งเพิ่มยิ่งดี แต่ปรากฎว่าก็ไม่หาย เพียงแต่ช่วยยืดชีวิตออกไปเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งก็แสดงว่าภูมิคุ้มกันอาจไป จัดการกับเชื้อบางเชื้อได้ แต่ไม่สามารถจัดการกับ HIV ต่อมานักวิทยาศาสตร์กลุ่มใหม่ก็ให้ความเห็นว่า แทนที่จะไปกระตุ้น CD-4 ก็ไปกระตุ้น CD-8 แทนให้ CD-8 เข้าไปกินเชื้อ HIV เลย ซึ่งอันนี้ เป็นแนวความคิดที่ต่างออกไป

ต่อมากลุ่มของพวกที่สร้าง วี-1 อิมมูนิเตอร์ ก็เอาเลือดจากผู้ที่ติดเชื้อ HIV ซึ่งมีเชื้อ HIV เขาก็ทำเชื้อให้ตาย และเอาไปเข้าวิธีการทางเทคนิค และเอาเซลล์ที่ตายนี้เอามาผสมกับแคลเซียม แล้วทำเป็นเม็ด สาเหตุที่ต้องนำเนื่องจากเซลล์ที่ตายแล้วมีขนาดเล็กมากจึงทำเป็นเม็ด หรือน้ำไม่ได้จึงต้องนำมาผสมกับแคลเซียมหรือแมกนีเซียม ฉะนั้นตัวที่รักษาจริงๆ ก็คือ ไวรัสที่ตายไม่ใช่แคลเซียมหรือแมกนีเซียม จริงๆ แล้วชื่อยาไม่ใช่ ' วีหนึ่ง ' แต่เป็น ' วีไอ' มาจาก HIV แต่ตอนนี้เรียกเป็น ' วีหนึ่ง'


เมื่อคนไข้กินยา 'วีหนึ่ง' เข้าไปแล้ว T cell ก็กินเชื้อที่ตายแล้วเข้าไป แต่เมื่อ T cell กินเข้าไปแล้ว ก็จดจำไว้ และเปลี่ยนตัวเองให้เป็น CD-8 ซึ่งกินหรือกำจัดเฉพาะ HIV เพราะว่าตอนแรก T cell บริสุทธิ์เมื่อกินสิ่งแปลกปลอมคือไวรัส HIV ที่ตายเข้าไป เพราะฉะนั้นก็รู้จักเชื้อ HIV และฆ่าเฉพาะเชื้อ HIV

สาเหตุที่ใช้ยาเดิมแล้วโรคที่ไม่หายก็เพราะว่า ยาเดิมนั้นจะเข้าไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันนี้ จะอยู่เฉพาะในเลือด แต่ว่า T cell ที่กินเชื้อ HIV ที่ตายแล้วเข้าไปและกลายเป็น CD-8 นั้น จะแทรกเข้าไปถึงต่อมน้ำเหลืองได้ ส่วนยาชนิดเก่านั้นอยู่แต่เฉพาะในเลือดจึงฆ่าเชื้อ HIV ที่อยู่ตามต่อมน้ำเหลืองไม่ได้ CD-8 จริงๆ แล้วก็เหมือนเซลล์ต่อมน้ำเหลืองอันหนึ่ง ซึ่งสามารถฆ่าไวรัส ทั้งที่อยู่ในเลือดและอยู่ในต่อมน้ำเหลือง เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค CD-8 จึงสูงกว่า

ตามทฤษฎีของผู้คิดค้นยานี้นั้น การให้ยา 'วีหนึ่ง' ก็คือการเพิ่ม CD-8 ที่เป็นตัวฆ่า ไวรัสที่กิน CD-4 ซึ่งเมื่อตรวจแล้วเนื่องจากยานี้ไม่ได้กระตุ้น CD-4 ระดับของ CD-4 จึงลดลง แต่ระดับของ CD-8 จะสูงขึ้น ตรงนี้ก็คือที่ องค์การอาหารและยา (อย.) บอกว่ายานี้ไม่ได้ผล เพราะอย.ยังติดอยู่กับทฤษฎีเก่าที่ว่ายานี้กินแล้ว CD-4 ไม่เพิ่มขึ้น นอกจากไม่เชื่อแล้วยังขัดขวาง ไม่ให้พิสูจน์ผลของยานี้อีกด้วย

ในทฤษฎีใหม่ ต้องไม่เพิ่ม CD-4 เนื่องจากการเพิ่ม CD-4 ก็คือการเพิ่มอาหารให้กับเชื้อ HIV ขณะที่เมื่อเรายิ่งให้ยาเข้าไป CD-8 ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปฆ่าไวรัสให้ตายไป ยิ่งตายไปมากเท่าไหร่ การกิน CD-4 ก็น้อยลง ซึ่งพอถึงจุดหนึ่ง CD-4 จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่ถูกกิน ซึ่งเมื่อใช้ยานี้แล้ว CD-4 จะเพิ่มในเดือนที่ 8-9 หลังจากกินยาไปแล้ว ดังนั้นการที่ให้เวลาพิสูจน์ 90 วันนั้นไม่เพียงพอ เพราะต้องใช้เวลานับปี

สำหรับในต่างประเทศที่มีการใช้ทฤษฎีเดียวกันในการทดลองนั้นมีอยู่ 4 ที่ในโลก ซึ่งสหรัฐอเมริกาก็กำลังมีการทดลองอยู่ แต่ที่อื่นยังทำไม่สำเร็จ แต่นักวิทยาศาสตร์ไทยทำได้แล้ว และต่างประเทศก็ยอมรับว่า วีหนึ่ง นี้เป็นยาลำดับ 12 ในการรักษาโรคเอดส์ และได้ผลที่สุด


(update 12 มิถุนายน 2001)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน   วันที่ 7 มิถุนายน 2544]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600