ถ้าไม่อยากเปียกฝนควรอยู่ในบ้านจะดีกว่า
เพราะว่าแม้เราจะกางร่มหรือสวมเสื้อกันฝนก็ยังไม่วายจะถูกละอองฝนอยู่นั่นเอง
เมื่อถูกฝน ผมเปียก เสื้อผ้าเปียก ถุงเท้าและรองเท้าเปียกชื้นด้วย
ก็จะนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้หลายๆ อย่าง เริ่มตั้งแต่
ผมและศีรษะ เมื่อตากฝนผมเปียก วิธีที่ดีที่สุดคือ ควรสระผมเสียเลยจะดีกว่า
เนื่องจากเมฆฝนลอยมาเป็นระยะทางไกลมาก และหอบเอาเชื้อโรคต่างชนิด ได้แก่ ไวรัส
จากถิ่นอื่นที่เราไม่คุ้นเคยมาด้วย โดยเฉพาะเชื้อหวัดชนิดต่างๆ เมื่อสระผมจะเป็น
การกวาดล้างเอาเชื้อไวรัสออกจากเส้นผมและศีรษะออกไปได้มากทำให้เราไม่เป็นหวัด
เมื่อผมเปียก แต่ไม่สระผม ปล่อยให้แห้งเองโดยธรรมชาติหรือบางทีเผลอนอนหลับไปเลย
ก็อาจเป็นโรคหวัดดังกล่าว แล้วแต่ถ้าผมเปียกซ้ำซากและหมักหมมหลายๆ วันตือต่อกัน
อาจเป็นบ่อเกิดของเชื้อราบนศีรษะ ทั้งนี้เพราะเชื้อราชอบอาศัยอยู่ในที่อบชื้นโดยเฉพาะเด็กๆ
ที่มีผมยาว ข้อสังเกตว่า อาจติดเชื้อราบนศีรษะ คือพบว่ามีสะเก็ดแห้งๆ บนหนังศีรษะ
ผมบริเวณนั้นหักออกเหลือเป็นตอสั้นๆ ติดหนังศีรษะ แต่เด็กที่ความต้านทานต่ำ
จะมีอาการรุนแรงมากจนถึงเป็นก้อนคล้ายฝีหนองขนาด 3-5 เซนติเมตร
และมีความเจ็บปวดร่วมด้วย ถ้าทำการถอนผมบริเวณนั้นตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์
จะพบสายใยเชื้อราเกาะอยู่รอบๆ และภายในเส้นผม อาหารที่เชื้อราใช้หล่อเลี้ยงตัวเองก็คือ
สารอาหารจากหนังศีรษะและเส้นผมนั่นเอง จึงพบเสมอว่าอาการตกสะเก็ดและผมร่วง
ลามกว้างออกไปเรื่อยๆ เพราะเชื้อราจะแสวงหาอาหารจากผิวและเส้นผมใหม่ๆ
โดยรอบจุดติดเชื้อดั้งเดิม
สำหรับใบหน้าที่เปียกฝนก็ควรล้างออกโดยเร็วด้วยน้ำสะอาดไม่ควรขยี้ตา
ขณะที่ใบหน้าหรือมือเปียกฝน เพราะน้ำฝนในปัจจุบันจะปนเปื้อนฝุ่นละอองมากมาย
อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ดวงตา โดยเป็นตากุ้งยิงหรือตาแดง เมื่อล้างหน้า
และล้างมือให้สะอาดแล้วควรเช็ดให้แห้งทันทีจึงขยี้ตาได้
ส่วนตามร่างกาย นั้นเมื่อเสื้อผ้าเปียกฝน เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ควรถอดเสื้อผ้าออกซัก
ทั้งเสื้อชั้นใน กางเกงใน ถุงเท้า ควรซักตากแดด อบแห้ง หรือรีด การทำเพียงนำเสื้อผ้า
ผึ่งให้แห้งแล้วสวมใส่ใหม่อาจไม่ปลอดภัยต่อการติดเชื้อหนองและเชื้อรา ด้วยเหตุผลเดิม
คือฝนตกลงมาจากฟากฟ้าสูงลิบ ได้หอบเอาเชื้อโรคต่างๆ ติดตามมาหลายอย่าง ที่พบบ่อยคือ
เชื้อหวัดและการใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นทำให้เกิดเชื้อรา เช่น เกลื้อน และโรคกลาก
เสื้อเปียกชื้นแล้วใส่หมักหมม ประกอบกับเหงื่อออกมากด้วยจะก่อให้เกิดโรคเกลื้อน
ส่วนมากจะเป็นบริเวณหลัง อกส่วนตรงกลาง เริ่มด้วยจุดขาวเล็กๆ ขยายกว้างออกประมาณ
1 เซนติเมตร และเพิ่มจำนวนถ้าไม่ส่องกระจกดูแผ่นหลัง จะไม่ทราบว่าเป็นโรคเพราะเกลื้อน
เมื่อเป็นและปรากฏจุดด่างขาวแล้วจะไม่มีอาการคันหรือเจ็บแต่อย่างใด ทำให้ผู้เป็นโรคไม่รู้ด้วยว่า
เป็นโรคจนกว่าบังเอิญส่องกระจกแล้วมองเห็นจุดขาวๆ หรือคนใกล้เคียงบอก ซึ่งจะพบว่า
มักจะเป็นหลายจุดแล้วนั่นเอง โรคนี้เป็นได้ทุกอายุแต่พบมากในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่
ส่วนรายที่อ้วนมากๆ และมีเต้านมขนาดโต ถ้าใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นอาจเป็นเชื้อราใต้ราวนม
โดยมีผื่นแดงๆ คลุมด้วยฝ้าขาวบางๆ คันเล็กน้อย เมื่อเป็นเต็มที่อาจขยายวงกว้างและเพิ่มจุดแดงๆ
เล็กๆ ในบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคเบาหวานอยู่เดิม เมื่อเป็นเชื้อรา
จะลามเร็วกว่าปกติ
จุดของผิวกายที่อ่อนแออีกแห่งคือ บริเวณขาหนีบ 2 ข้างมักเกิดจากการสวมใส่กางเกงใน
ที่เปียกชื้นอยู่เป็นเวลานาน อาการเริ่มด้วยจุดแดงตกสะเก็ดบางๆ แล้วขยายวงกว้างออก
โดยมีขอบแดงส่วนผิวกลางผื่นอาจมีสีผิวคงเดิม มีอาการคันร่วมด้วย ชายเป็นมากกว่าหญิง
เพื่อเป็นการป้องกันโรคดังกล่าว เมื่อเสื้อผ้าเปียกฝนควรนำมาซักตากแดดให้แห้ง
จึงสวมใส่ใหม่จะปลอดภัยจากโรคต่างๆ ดังกล่าว
เรื่องใหญ่ของฝนตก คือน้ำท่วมขัง และต้องเดินลุยน้ำ ปรากฏการณ์นี้เกิดทั่วประเทศ
การเดินลุยน้ำท่วมขังในปัจจุบันค่อนข้างอันตราย เพราะเกิดโรคภัยได้หลายอย่าง
ตั้งแต่ร้ายแรงจนถึงไม่ร้ายแรงเริ่มตั้งแต่ โรคฉี่หนู เหยียบของมีคม โรคฮ่องกงฟุต
ควรจำใส่ใจไว้เลยว่า ควรมีรองเท้าบูทประจำบ้านสัก 2-3 คู่ ไว้สวมใส่เมื่อฝนตกน้ำท่วม
บูทจะเป็นเกราะป้องกันเท้าจากน้ำท่วมขังได้ดี แต่ถ้าภาวะจำยอมบางอย่างถึงคราวต้องลุยน้ำแล้วละก็
ควรล้างเท้าฟอกสบู่ทันทีที่มีโอกาส แต่ถ้าภายหลังเดินลุยน้ำแล้วสักระยะต่อมาเริ่มมีไข้สูงเรื้อรัง
ตาเหลือง ให้สงสัยว่าติดโรคฉี่หนูเสียแล้ว ควรรีบพบแพทย์เป็นการด่วน
สำหรับถุงเท้าและรองเท้าที่เปียกฝน โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นขณะนักเรียนเดินทาง
ไปโรงเรียนตอนเช้า ครูควรอนุญาตให้นักเรียนถอดถุงเท้า และรองเท้าออกตากแดดในทันที
ไม่ควรมีกฎให้นักเรียนต้องสวมใส่ถุงเท้าและรองเท้าที่เปียกชื้นด้วยน้ำฝนตลอดวัน
เพราะกฎเกณฑ์นี้ทำให้สุขภาพเท้าเสียไป เมื่อถอดออกผึ่งแห้งแล้วจึงใส่ใหม่จะดีกว่า
เมื่อถึงบ้านแล้ว ถุงเท้าและรองเท้าควรนำไปซักล้างตากแดดให้แห้ง เท้าควรฟอกสบู่
ล้างน้ำปริมาณมาก ซอกนิ้วเท้าและซอกเล็บควรทำความสะอาดให้เกลี้ยงและโรยแป้งสักเล็กน้อย
เพื่อเป็นการหล่อลื่นบริเวณเท้า การสวมใส่รองเท้า ถุงเท้าเปียกชื้น จะทำให้นิ้วเท้าเหี่ยวย่น
สีซีด และอาจเกิดเชื้อราซอกนิ้วเท้า โดยเริ่มด้วยมีอาการคัน ซอกนิ้วเปื่อยลอกเป็นขุยขาวๆ
มีกลิ่นเหม็นอับ ถ้าขูดผิวเบาๆ ส่องกล้องจุลทรรศน์จะพบสายใยเชื้อราจำนวนมาก
เมื่อถูกฝนจนส่วนต่างๆ ของร่างกายชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝนควรทำตามคำแนะนำดังกล่าว
เพื่อป้องกันโรคภัยต่อร่างกาย ผม และผิวพรรณ การดูแลที่ถูกต้อง จะทำให้ท่านมีสุขภาพที่ดี
และแข็งแรง เพื่อต่อสู้กับอุปสรรคในการทำงานและการดำรงชีวิตต่อไปค่ะ
ถ้าไม่อยากเปียกฝน วิธีที่ดีที่สุดก็คือ อยู่ในบ้าน แต่ถ้าเราเดินออกไปกลางฝน
แม้จะกางร่มหรือสวมเสื้อกันฝน ร่างกายก็ยังเปียกชื้นได้
พญ.เยาวเรศ นาคแจ้ง
(update 12 ตุลาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2544 ]
|