มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam


ผิวหนังอักเสบ 2


มีโรคผิวหนังอักเสบกลุ่มหนึ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับแสงแดด เกิดเมื่อรับประทานสารเคมี หรือผิวหนังสัมผัสกับสารเคมีบางชนิดที่มีฤทธิ์ก่อปฏิกิริยาเมื่อผิวถูกแสงแดด ทำให้ผิวของเรา มีความไวต่อแสงเป็นพิเศษขึ้นมา พอโดนแสงผิวหนังก็จะเกิดอักเสบขึ้นตรงที่ถูกแสงครับ


ปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดการอักเสบมี 2 แบบคือ

แบบแรก เกิดเหมือนการอักเสบที่เกิดจากผิวหนังสัมผัสสารที่มีฤทธิ์ระคายเคือง แต่มีแสงแดดเป็นตัวเหตุให้เกิดปฏิกิริยาเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป ไม่เกี่ยวกับภูมิแพ้ แม้ถูกสารนั้นเป็นครั้งแรกก็เกิดได้ เมื่อสารที่สัมผัสมีความเข้มข้นสูงพอและถูกแสงที่แรง และนานพอ

สารที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาแบบนี้ได้แก่
1. ยารับประทาน เช่น ยากลุ่มซัลฟา, ยาเตตราไซคลินบางชนิด, ยาขับปัสสาวะบางชนิด, ยาฆ่าเชื้อราบางชนิด, ยากล่อมประสาทกลุ่มบาร์บิทูเรต เป็นต้น
2. ยาทา เช่น ยาที่มีส่วนผสมของน้ำมันดิน
3. สารจากพืชบางชนิด อาจเป็นยาของพืชหรือน้ำมันระเหย เช่น จากผิวสัม ผิวมะกรูด ผิวมะนาว ยางหัวแครอท หรือจากหญ้าบางชนิด เป็นต้น
4. สีอินทรีย์บางชนิด เช่น อีโอซิน ฟลูออเรสซิน อะคริดีน
อาการอักเสบ
ผิวหนังบริเวณที่โดนแสงจะเป็นรอยคล้ำ แดง บวม คล้ายผิวหนังไหม้จากแสงแดด
ถ้าปฏิกิริยารุนแรงจะพองเป็นตุ่มน้ำใสๆ ขึ้นมา คล้ายถูกน้ำร้อนลวกหรือไฟลวกเลยทีเดียว
ผิวหนังบริเวณที่เป็นเมื่อหายจะมีสีคล้ำอยู่หลายวันกว่าจะกลับเป็นปกติ
แบบที่สอง เกิดเหมือนการอักเสบที่ผิวหนังสัมผัสกับสารเคมีที่ร่างกายมีภูมิต้านทาน โดยมีแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้

สารที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาแบบนี้ได้แก่
1. ยารับประทาน เช่น ยากลุ่มซัลฟา, ยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทพวกคลอโปรมาซีน
2. ยาฆ่าเชื้อโรค ที่อาจใช้ผสมอยู่ในสบู่อาบน้ำ สบู่ยา ยาระงับกลิ่นตัว น้ำมันแต่งผม เป็นต้น
3. ยากันแดด เช่น ยากันแดดที่มีส่วนผสมของพาราอมิโนเบ็นโซอิคแอซิด (PABA)
4. ควินิน สารนี้พบผสมอยู่ในน้ำมันแต่งผม และเครื่องดื่มบางชนิด
อาการอักเสบ
บริเวณที่ถูกแสงจะขึ้นเป็นผื่นแดงพบมากบริเวณหน้าอกส่วนบน, หลังมือและแขนด้านนอก
บริเวณที่ไม่ถูกแสง แถวใต้คางหรือหลังหูจะไม่เกิดผื่น แต่ในรายที่แพ้มากผื่นอาจลามไปถึง บริเวณที่ไม่โดนแสงด้วย
ผิวหนังที่เกิดขึ้น บางส่วนอาจมีตุ่มน้ำขึ้นด้วย
การปฐมพยาบาล
ผิวหนังบริเวณที่เป็นผื่นอักเสบถ้าทำให้เย็นและชุ่มชื้นจะช่วยลดอาการอักเสบและอาการคันได้ครับ
วิธีง่ายๆ คือ ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำที่ผสมเกลือเล็กน้อย เช่น น้ำ 1 แก้ว ผสมเกลือสักครึ่งช้อนชา ทำน้ำนี้ให้เย็น แล้วเอาผ้าชุบน้ำวางบริเวณผื่น หมั่นชุบน้ำบ่อยๆ ให้เปียกชุ่มอยู่เสมอ
ยาแก้คัน อาจใช้ยาแก้หวัดหรือแก้แพ้พวกคลอเฟนิรามีน รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2-4 ครั้ง

การรักษา
1. หลักการที่สำคัญ คือ หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่เราแพ้ครับ
2. หลักเลี่ยงการถูกแสงแดด ถ้าจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ให้ใช้ยากันแดดที่ไม่แพ้ทาก่อน
3. คงต้องปรึกษาแพทย์ด้วยเพื่อหาสาเหตุ วินิจฉัยโรค และให้ยารักษา
ยาที่ใช้อาจมีทั้ง ยาทา ยารับประทาน ยาแก้คัน ยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านทานการอักเสบต่างๆ ตามความเหมาะสมครับ

เห็นจะต้องพูดถึงโรงผิวหนังอักเสบกลุ่มใหญ่อีกสักกลุ่มครับ เป็นกันได้ทุกเพศทุกวัย เป็นความผิดปกติที่เป็นมาแต่กำเนิด ที่ทำให้ผู้นั้นแพ้สารบางชนิดเกิดเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังขึ้นมา อาการสำคัญคือ คัน คันจริงๆ ครับ

สาเหตุของการเกิดโรคยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด พบว่าเกี่ยวข้องกับสายเลือดหรือกรรมพันธุ์ค่อนข้างสูง มีมูลเหตุหลายอย่างที่พบว่าทำให้อาการของโรคกำเริบ เช่น ภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง, เป็นไข้หวัด คออักเสบ, ความเครียดทางอารมณ์และจิตใจ, หรือสัมผัสกับสิ่งระคายเคืองผิว

โรคผิวหนังชนิดนี้ส่วนมากเริ่มเป็นตอนอายุ 2-6 เดือน แต่อาจเริ่มตอนอายุมากถึง 50 ปี ก็ได้


ลักษณะอาการแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะคือ
ระยะทารก, ระยะเด็ก, และระยะผู้ใหญ่


  • โรคระยะทารก
ผิวหนังจะขึ้นเป็นผื่นแดง แห้งเป็นขุย อาจแห้งกรัง หรือมีน้ำเหลืองซึมเยิ้ม มักไม่ขึ้นเป็นตุ่มน้ำ เมื่อติดเชื้อแบคทีเรียจะเฟอะเป็นหนองได้
ผื่นจะเริ่มที่หน้า แก้ม และหน้าผาก อาจลามไปถึงคอและหน้าอก ทารกในวัยคลาน จะเกิดผื่นบริเวณแขนและขาที่เสียดสีกับพื้น
มีอาการคันมากจะเป็นๆ หายๆ อาการอาจกำเริบตอนฟันขึ้นหรือมีอาการอักเสบของจมูก คอ หรือหลอดลม
ราวครึ่งหนึ่งของเด็กที่เป็นโรคนี้จะหายตอนอายุราว 18 เดือนทีเหลือจะเป็นต่อไปครับ
  • โรคระยะเด็ก
อาจเพิ่งมาเริ่มเป็นตอนอายุราว 18 เดือน หรือเป็นต่อเนื่องมาจากระยะทางรกก็ได้
ลักษณะโรคจะเป็นผื่นผิวหนังหนามีรอยเกา มีขุย พบมากบริเวณข้างคอ แขนพับ ขาพับ ข้อมือ และข้อเท้า บางรายอาจไม่มีผิวหนังหนา บางรายเป็นตุ่มเล็กๆ ตามรูขุมขนอยู่กันเป็นกลุ่มๆ แถวหน้าอก หลัง และแขน
โรคระยะเด็กนี้ จะเป็นๆ หายๆ อยู่ 3–4 ปี แล้วค่อยๆ หายไป หรืออาจกลับมาเป็นใหม่ เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ครับ
  • โรคระยะผู้ใหญ่
ลักษณะอาการจะคล้ายผื่นในระยะเด็กคือ มีผิวหนังหนาบริเวณข้อพับ ถ้ากำเริบมาก อาจขึ้นผื่นที่ใบหน้าหรือขึ้นทั้งตัวได้ อาจมีอาการคันอวัยวะเพศและทวารร่วมด้วย
การแปรปรวนทางอารมณ์มีผลต่อการกำเริบของโรคครับ ยิ่งเครียด ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งกังวลมาก จะยิ่งคันมาก พอคันมากก็เกามาก เมื่อเกามากเข้าผิวหนังก็จะหนาขึ้นทุกที วนเวียนเป็นวัฏจักรอยู่อย่างนี้
มีสิ่งที่น่าสังเกตบางอย่างที่พบร่วมกับโรคผิวหนังอักเสบชนิดนี้ คือ
1. ลักษณะผิวหนังของผู้ที่เป็นโรคนี้จะซีด แห้ง และไม่ค่อยมีเหงื่อ
2. ถ้าขีดผิวหนัง จะเกิดเส้นสีแดงตามด้วยเส้นสีขาว ในคนปกติเมื่อขีดผิวหนัง จะเกิดเส้นสีแดงก่อน ตามด้วยรอยแดงขยายออกไปรอบๆ และตามด้วยการบวม
3. แพ้ง่าย ผู้ที่เป็นโรคนี้มักเกิดอาการแพ้ง่าย เช่น แพ้ยา แพ้อาหาร แพ้แมลง แพ้ใบไม้ เป็นต้น
4. ความผิดปกติทางตา เช่น เป็นต้อกระจก
การดำเนินโรค
โรคนี้พยากรณ์ได้ยากครับว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร มีความผันแปรสูงไม่แน่นอน มีปัจจัยกระทบมาก เช่น สิ่งแวดล้อม บุคลิกลักษณะ สภาพร่างกาย สภาพจิตใจและอารมณ์ การเลี้ยงดูของผู้ปกครอง
ความรุนแรงของโรคไม่สัมพันธ์กับระยะที่เป็นครับ
การปฐมพยาบาล
ใช้วิธีการเดียวกับที่กล่าวมาข้างต้นได้เลยครับ เสริมได้อีกหน่อย ก็ตรงพยายามช่วยให้เกิดอารมณ์ และจิตใจที่สงบและเย็น จะช่วยได้มากครับ
การรักษา
1. แพทย์คงต้องอธิบายมากหน่อยครับ เพราะต้องทำให้ผู้ป่วยและผู้ปกครองเข้าใจถึงการดำเนินโรค และสาเหตุที่โรคกำเริบเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงได้ถูก เช่น
  • อาหารที่แพ้ง่าย
  • ยาที่มักจะแพ้
  • สบู่ ผลิตภัณฑ์ที่แพ้ง่าย
  • เสื้อผ้าที่แพ้ง่าย
  • การใช้น้ำร้อน
  • การเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้อง เช่น ไข้หวัด คออักเสบ
  • ภาวะอากาศที่มีผลกระทบ
  • ภาวะทางจิตใจและอารมณ์
2. การใช้ยาทา เพื่อลดอาการคัน การอักเสบ และรักษาการติดเชื้อ ในรายที่มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม ให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาวางบนผื่นด้วย
3. ยารับประทานได้แก่ ยาแก้แพ้ ยากล่อมประสาท และยาปฏิชีวนะตามความจำเป็นครับ

สรุป

โรคผิวหนังอักเสบที่ผมกล่าวมาทั้งหมด ครอบคลุมโรคผิวหนังที่พบมากที่สุด และบ่อยที่สุดในประชากรทุกวัย ความเข้าใจเรื่องสาเหตุ การดำเนินโรค และการดูแลรักษาตนเองเบื้องต้น คงจะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านและผู้สนใจทั่วไปตามสมควร


(update 12 กรกฎาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 3 มีนาคม 2544


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600