มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

เพื่อน พี่ อา น้า นี่แหละนักข่มขืนหื่นเซ็กซ์


ถ้าระบุออกมาเป็นคำๆ อย่างที่เห็น ว่าเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้า เป็นอา นี่แหละ
คือคนที่มีโอกาสจะข่มขืนได้มากที่สุด ก็ฟังดูน่าตกใจกลัว แต่ที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้น
ซึ่งสังคมปัจจุบันนี้ได้รับรู้กันอยู่มากแล้ว เป็นอีกนามที่ไม่ได้ขึ้นหัวไปแต่แรกก็คือ พ่อ

นี่คือความเป็นจริงที่น่ากลัวและน่าเวทนาพร้อมกันไป สำหรับลูกผู้หญิงที่ตกทุกข์ เพราะรายงานเกี่ยวกับการข่มขืนโดยทั่วไป ไม่เฉพาะแต่ที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ยอมรับกับเปอร์เซ็นต์ที่เกิดขึ้นแล้วว่า ส่วนใหญ่ของผู้ข่มขืนนั้น ซึ่งเป็นตัวเลขเกือบ หรือกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของคดี

เกิดจากคนรู้จักหรือคนใกล้ตัวทั้งหลายนี่เอง คือบรรดาเพื่อน พี่ น้า อา อย่างที่ว่านั่นแหละ อาจจะแถมพ่อวิปริตเข้าไปอีกราย ที่มักข่มเหงลูกตั้งแต่เด็กๆ หรือครูซึ่งเป็นสถานะที่เด็กอาจจะเรียก ตามวัยเป็นพ่อ เป็นน้า เป็นอาได้อย่างที่ว่า

ที่เหลือ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์หรือ 30 เปอร์เซ็นต์จึงเป็นโอกาสที่เกิดจากคนไม่รู้จัก สภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ปัจจุบันทันด่วน หรือจากการล่อลวง ฯลฯ

นี่เป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งเป็นอีกเหตุผล ที่สนับสนุนว่า หากเด็กได้มีการเรียน การสอนเพศศึกษามาแต่ต้น นอกเหนือจากชีวทัศน์ทางเพศของแต่ละเพศแต่ละฝ่าย ที่เด็กหญิงชายต้องเรียนรู้แล้ว

ตัวอย่างหรือเหตุอันเอื้อโอกาสให้เกิดการข่มขืนขึ้น ก็ต้องถูกถ่ายทอดให้เข้าใจ ให้ระมัดระวังตัว ให้สามารถประเมินความคิดและสถานการณ์ ที่บังเอิญไปตกอยู่ลักษณะใดลักษณะหนึ่งได้

นี่คือประโยชน์ของการเรียนรู้ รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม แทนที่จะปล่อยให้เด็กของเรามืดมน งมงายเป็นเหยื่ออยู่วันยังค่ำ เพราะไม่ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับเพศ (ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สุดเรื่องหนึ่ง) เลย

ยกเว้นขวบปีแรกที่เด็กยังพูดไม่ได้ ต้องแสดงออกทางอื่น ให้พ่อแม่รู้ว่าหิวหรือไม่สบาย ฯลฯ ด้วยอาการเช่น การร้องไห้เป็นอาทิ มนุษย์ไม่ใช่สัตว์ที่มีสัญชาตญาณ มนุษย์เป็นสัตว์ต้องเรียนรู้ ต้องเข้าอกเข้าใจ ประสบการณ์ที่มีมาก่อน การให้ความรอบรู้จึงเป็นความจำเป็น ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกหลานของเรางมโข่ง

เป็นสัตว์โลกที่น่าเวทนา ที่พ่อแม่เข้าใจว่าเลี้ยงด้วยความรัก ที่หามาให้จับจ่ายใช้สอย แต่กลายเป็นคุณสมบัติที่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อไปเสียจำนวนหนึ่ง และไม่มีอะไรทางปัญญาได้งอกเงยขึ้นเลย

ยิ่งบ้านเมืองใช้ความสาวความเด็ก ล่อหลอกกันบริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ขายรถก็ต้องมีเด็กสาวนุ่งสั้น ไปยืนประกบ จนชั้นแต่ธนาคารก็ต้องมีหญิงงามมาเชิญชวน อย่าว่าไปถึงการประกวดต่างๆ ไม่ว่ามิสทีน หรือมิสท้วยอะไรทั้งหลาย แม้แต่นักเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังกระโดดฉีกแข้งฉีกขาประกวดมิสยูลีก โดยมิได้แสดงปัญญาทางอื่นๆ ให้ปรากฏ สมเป็นปัญญาชน

เมืองไทยจึงไม่ต้องไปเถียงใครที่ไหนว่าไม่ใช่เมืองทำลายเด็ก มิใช่เมืองปูอนาคตให้กับเด็ก

เข้าใจสถานการณ์เรื่องเพศในสังคมกันเสียใหม่ แล้วดูแลลูกหลานให้ดีในทางที่ถูกที่ควร


(update 8 สิงหาคม 2001)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน   ประจำวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600