มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam


รู้จักและเข้าใจวัยทอง

นาวาอากาศเอก แพทย์หญิง สุรีย์พร บุญจง
กองสูตินรีกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช


วัยทอง หรือวัยหมดระดู คือระยะเวลาที่ผู้หญิงหยุดการมีระดู หยุดความสามารถที่จะตั้งครรภ์ ซึ่งอายุเฉลี่ยของวัยหมดระดูในหญิงไทยคือ 45 – 51 ปี

แต่ระยะเวลาเกือบสิบปีก่อนที่จะหมดระดูจริงๆ นั้น รังไข่จะเริ่มทำงานน้อยลง ระดับฮอร์โมนลดลง บางเดือนไม่มีการตกไข่ ในช่วงการเปลี่ยนแปลงนี้จะค่อยๆ เกิดขึ้น ผู้หญิงก็จะเริ่มมีอาการเนื่องจากการพร่องฮอร์โมน ได้ตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยกลางคน แม้จะยังคงมีระดูอยู่


มีระดูได้อย่างไร และสำคัญอย่างไร


การมีระดู

เมื่อแรกเกิด รังไข่ทั้ง 2 ข้างมีไข่อยู่ประมาณ 1-2 ล้านฟอง รังไข่ในช่วงวัยเด็กยังไม่ทำงาน ยังไม่ผลิตฮอร์โมนเต็มที่ แต่ไข่จำนวน 1-2 ล้านฟองนั้น จะทยอยเจริญขึ้นระดับหนึ่ง แล้วฝ่อไปอยู่เรื่อยๆ เมื่อเด็กหญิงอายุประมาณ 8 ขวบ รังไข่จะผลิตฮอร์โมน เอสโตรเจน ในระดับต่ำๆเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสูงขึ้นและเริ่มมีลักษณะของวัยสาว เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น รังไข่เริ่มทำงานเต็มที่จนเกิดการตกไข่ และเด็กสาวมีระดูในที่สุด เมื่อเข้าสู่วัยสาวเต็มที่นี้ รังไข่จะเหลือไข่อยู่เป็นจำนวนแสนฟองในขณะที่ตลอดชีวิตของผู้หญิงจะมีไข่ตกเพียงประมาณ 400 ฟองเท่านั้น เพราะนอกนั้นจะฝ่อไปหมด

ขณะที่ไข่กลุ่มหนึ่งเจริญขึ้น รังไข่จะผลิตฮอร์โมน เอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ออกฤทธิ์กระตุ้นอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย กระตุ้นให้เยื่อบุมดลูกหนาตัวขึ้น จนกระทั่งไข่ฟองหนึ่งสุกและเกิดการตกไข่ รังไข่จะผลิตฮอร์โมน โพรเจสเตอโรน เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชนิด ฮอร์โมนสองชนิดนี้ จะทำงานร่วมกันกระตุ้นให้เยื่อบุมดลูกสมบูรณ์ พร้อมที่จะรองรับตัวอ่อนให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไป แต่ถ้าไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นไข่ฟองนั้นก็จะฝ่อไป ฮอร์โมนทั้งสองชนิดจะลดระดับลง เยื่อบุมดลูกก็ขาดฮอร์โมน เกิดการเสื่อมและลอกหลุดจากผนังมดลูก ทำให้มีเลือดออกจากผนังมดลูก เป็นเลือดระดู ไข่ชุดแล้วชุดเล่าจะทยอยกันเจริญขึ้น ตกไข่ ฝ่อไปเช่นนี้ จนกระทั่งย่างสู่วัยกลางคน เมื่ออายุประมาณ 40 ปี จำนวนไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่จะน้อยลงมาก ทำให้รังไข่ผลิตเอสโตรเจนได้น้อยลง หญิงวัยนี้จะเริ่มมีอาการของการขาดฮอร์โมน มากน้อยต่างกัน สุดแต่ภาวะร่างกาย และจิตใจของแต่ละคน บางเดือนอาจไม่มีการตกไข่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรอบระดู บางครั้งมาเร็วขึ้น ต่อมาเริ่มขาดหายไป บางคนระดูมานานและกะปริดกะปรอย การผิดปกติเกิดมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปจนไม่มีไข่เหลือในรังไข่ และระดูไม่มาในที่สุด ถ้าระดูขาดติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 ปี นั่นเป็นสัญญาณว่า เข้าสู่วัยหมดระดูแล้ว

ระดูสำคัญอย่างไร

ระดูคือเลือดที่ออกจากผนังมดลูก เกิดจากการลอกของเยื่อบุมดลูก ดังนั้นเลือดระด ูจึงมิได้มีประโยชน์ใดๆ ต่อสุขภาพเลย กลับจะก่อให้เกิดผลเสียอีกด้วยซ้ำ ผู้หญิงจะต้องเสียเลือดไปทุกเดือน ทำให้เลือดของผู้หญิงมีความเข้มข้นน้อยกว่าผู้ชาย แต่ระดูเป็นกระจกเงาสะท้อนสุขภาพของผู้หญิง เมื่อไรที่ระดูผิดปกติไปไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม แสดงว่ามีความผิดปกติในสุขภาพเกิดขึ้นแล้ว เช่น ถ้าขาดระดูอาจจะตั้งครรภ์ ระดูออกมากไปเป็นอาการแสดงของเนื้องอกมดลูก เป็นต้น ดังนั้นผู้หญิงจึงโชคดีที่มีระดู


วัยหมดระดู


การหมดระดูเนื่องจากรังไข่หยุดสร้างฮอร์โมนเป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่ถือว่าเป็นความผิดปกติแต่อย่างใด แต่มีความเปลี่ยนแปลงในร่างกายเกิดขึ้นหลายอย่าง เนื่องจากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ ต้องมีชีวิตในวัยหมดระดูอย่างลำบาก ตนเองเป็นทุกข์ ก่อภาระให้แก่ลูกหลานและสังคม

เนื่องจากปัจจุบันนี้คนเราอายุยืนขึ้น อายุขัยเฉลี่ยของผู้หญิงไทยคือ 72 ปี ดังนั้นผู้หญิงไทยจะใช้ชีวิตในวัยหมดระดูถึงเกือบ 20 ปี หรือเท่ากับ 1 ใน 3 ของทั้งชีวิต ถ้ามีสุขภาพไม่ดีจะเป็นที่ทุกข์ทรมานมากทั้งกับตนเองและคนรอบข้าง การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เนื่องจากการขาดฮอร์โมนนั้นสามารถชะลอและป้องกันได้ ผู้หญิงวัยหมดระดู สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ สามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ต่อไปอีก เนื่องจากวัยนี้เป็นวัยที่พร้อมแล้วด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิ ถ้ามีสุขภาพดีด้วยวัยนี้จึงเป็น วัยทอง

จงมาทำชีวิตในวัยหมดระดูให้เป็นวัยทอง ไม่ใช่วัยไม้ใกล้ฝั่งที่นับแต่จะรอวันตาย กันดีกว่า


อาการของผู้หญิงวัยหมดระดู


เป็นอาการที่เกิดเนื่องจากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง แยกได้เป็นอาการในระยะสั้น และอาการในระยะยาว

อาการที่เกิดขึ้นในระยะแรก

คือ อาการที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่หมดระดู หรือเพิ่งหมดระดูไปไม่เกิน 1 ปี อาการเหล่านั้นได้แก่
1. อาการร้อนวูบวาบ หนาวง่าย ร้อนง่าย ร้อนมากกว่าคนหนุ่มสาว เหงื่อออกมาก อาการมักเกิดตอนกลางคืน ทำให้นอนหลับไม่สนิท
2. อ่อนเพลีย อ่อนล้า หงุดหงิดง่าย ใจน้อย ร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล อารมณ์แปรปรวน หลงลืมง่ายโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ความต้องการทางเพศลดลง
3. อาการทางระบบอวัยวะสืบพันธุ์ และระบบปัสสาวะ ช่องคลอดแห้ง เจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
4. ผิวแห้ง ผมแห้ง ผมร่วง เล็บเปราะ
อาการในข้อ 1 จะเกิดขึ้นในระยะสั้น ส่วนมากอาการนี้จะหายไปหลังจากหมดระดู ไปได้ 1 – 2 ปี อาการเหล่านี้ไม่มีอันตรายต่อสุขภาพกายมากนัก แต่ทำให้หญิงวัยหมดระดู เป็นคนมีสุขภาพจิตไม่ดี เป็นคนน่ารำคาญ ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ส่วนอาการในข้อ 2 ถึงข้อ 4 อาจเป็นอยู่นาน และมีอาการมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

อาการที่เกิดในระยะหลัง

คือ การเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ เกิดขึ้น เมื่อเริ่มแรกจะไม่มีอาการใดๆ จนเมื่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเกิดมาก จนไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้จึงแสดงอาการขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถป้องกันได้ และถ้าปล่อยให้เกิดขึ้นจนแสดงอาการแล้ว จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้แก่
1. กระดูกพรุน
2. โรคหัวใจและหลอดเลือด
3. โรคความจำเสื่อม

  • กระดูกพรุน
เมื่อเข้าสู่วัยหมดระดู รังไข่หยุดผลิตฮอร์โมน แคลเซี่ยมจะละลายออกจากกระดูก ทั่วร่างกายมากขึ้น ขณะที่การสร้างซ่อมแซมกระดูกลดลง มีผลให้กระดูกบางลงบางลง จนเกิดกระดูกพรุนในที่สุด กระดูกที่พรุนนี้ไม่สามารถแบกรับน้ำหนักของร่างกายได้ดี ผู้หญิงวัยหมดระดูจึงเกิดกระดูกหักได้ง่าย กระดูกพรุนมักเกิดกับกระดูกสันหลัง รองลงมาพบที่กระดูกสะโพก และกระดูกข้อมือ จะเห็นได้ว่าผู้หญิงสูงวัยมักหลังโกงและตัวเตี้ยลง หรือเรามักได้ยินเสมอว่าคุณย่า คุณยายหกล้ม กระดูกสะโพกหักเดินไม่ได้ เมื่อเกิดกระดูกหัก ที่สะโพกการรักษาให้กลับสู่สภาพเดิมนั้นยากมาก มักจะกลายเป็นคนทุพลภาพ ต้องนอนอยู่กับเตียง ช่วยตัวเองไม่ได้ ทนทุกข์ทรมานและเป็นภาระหนักทีเดียว
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
เมื่อวัยสาวผู้หญิงมีฮอร์โมนเอสโตรเจน ในระดับสูง ฮอร์โมนนี้ช่วยควบคุม ให้ระดับโคเลสเตอรอลไม่สูงเกินปกติและทำให้มีโคเลสเตอรอลชนิดดีในระดับสูง โคเลสเตอรอลชนิดเลวในระดับต่ำ มีผลให้ผู้หญิงในวัยสาวมีโอกาสเป็นโรคหัวใจ น้อยกว่าผู้ชายที่อายุเท่ากันแต่เมื่อเข้าสู่วัยหมดระดู ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ระดับโคเลสเตอรอลจะสูงขึ้น โคเลสเตอรอลชนิดดีน้อยลงและโคเลสเตอรอลชนิดเลวมากขึ้น ผู้หญิงวัยหมดระดูจึงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจเท่าๆ กับผู้ชายในวัยเดียวกัน

การปฏิบัติตัวเพื่อสุขภาพดีในวัยหมดระดู


1. การดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง
- รับประทานถูกต้อง
  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ลดอาหารมันและอาหารหวาน
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูง
  • เพิ่มกากใยโดยเพิ่มการรับประทานผัก – ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงวัยกลางคนและวัยหมดระดู ควรเป็นการออกกำลังกายที่เป็นแอโรบิก เพื่อประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด และควรเป็นการออกกำลังกายที่มีการรับน้ำหนักเพื่อเสริมสร้างกระดูก ได้แก่การวิ่งเหยาะ การเดินเร็ว การเต้นรำและการเต้นแอโรบิกชนิดพิเศษสำหรับผู้หญิงสูงวัย ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที สัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง

การออกกำลังกายสม่ำเสมอยังมีประโยชน์อื่นๆอีก คือ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง คลายความเครียด กล้ามเนื้อแข็งแรง ทำให้นอนหลับดี กระตุ้นกระแสโลหิต และช่วยลดความดันโลหิตได้ระดับหนึ่ง
- งดสิ่งอันตรายต่อสุขภาพ
งด การสูบบุหรี่ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มโซดาต่างๆ หลีกเลี่ยง สารพิษ และสารก่อมะเร็งต่างๆ เช่น ของหมักดอง อาหารย่างเกรียม

2. การดูแลสุขภาพ    วิธีบรรเทาอาการต่างๆ ด้วยตนเอง
- อาการร้อนวูบวาบ
สังเกตว่าอะไรทำให้อาการรุนแรงขึ้นพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น เช่น น้ำชา กาแฟ เครื่องเทศ สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย เช่นผ้าฝ้าย ชุดหลวมๆ จัดที่อยู่อาศัยและที่ทำงานให้โปร่งสบาย ไม่ต้องอายที่จะใช้พัด แม้แต่พัดลมเล็กๆ พกติดตัว การออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ช่วยได้มาก ถ้าทำอย่างไรก็ไม่ทุเลาควรปรึกษาแพทย์
- อาการนอนไม่หลับ
พยายามนอนให้ตรงเวลา ไม่รับประทานอาหารมากเกินไปในมื้อเย็น เลือกรับประทานอาหารย่อยง่าย งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มคาเฟอีนต่างๆ พยายามไม่ใช้ยานอนหลับ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ปรึกษาแพทย์ถ้าไม่ดีขึ้น
- อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ซึมเศร้า
เข้ากลุ่มปรึกษากับเพื่อนหรือญาติสนิทรุ่นราวคราวเดียวกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งกันและกัน หากิจกรรมยามว่างที่เหมาะสมไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ว่างๆ นานๆ และพยายามมองโลกในแง่ดีและให้อภัยเสมอ
- ตรวจร่างกายตนเอง
ชั่งน้ำหนักตัว วัดรอบเอว รอบสะโพก ให้สม่ำเสมอ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเอง อาจสำรวจร่างกายขณะอาบน้ำ ผู้หญิงสามารถตรวจดูอวัยวะของตนเองด้วยกระจกเงาได้ทุกส่วน รู้จักการตรวจเต้านมด้วยตนเอง
- พบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ
ควรไปพบแพทย์ปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจเต้านม ตรวจภายใน ตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจระดับไขมันในเลือด ตรวจแมมโมกราฟฟี และตรวจอื่นๆ ถ้าจำเป็น เพื่อการป้องกันภาวะอันตรายต่างๆ และทำให้ตรวจพบโรคที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระยะเริ่มเป็น และแพทย์สามารถให้การรักษาที่เหมาะสม ทั้งนี้บางรายอาจจำเป็นต้องรับฮอร์โมนทดแทน และท่านสามารถใช้ฮอร์โมนทดแทนได้อย่างปลอดภัยในการดูแลของแพทย์
เมื่อท่านก้าวสู่วัยหมดระดูอย่างถูกต้อง ท่านจะเป็นหญิงสูงวัยที่มีคุณภาพถึงพร้อมด้วยวัยวุฒิ และคุณวุฒิ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ลูกหลาน ทำประโยชน์ให้แก่สังคมไปได้ตลอดชีวิตวัยทองของท่าน


(update 5 กันยายน 2001)


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600