 |
|
คุณผู้อ่านทั้งหลายคงจะสงสัยกันบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับว่า
ทำไมผมถึงบังอาจเขียนแบบฟันธง
จั่วหัวเรื่องว่า ผู้ชายวัยทอง...ขาดรัก
ขอให้มองพวกเขาด้วยความเข้าใจนะครับว่าพวกเขาเป็น
แบบนั้นไม่ว่าเขาจะยอมรับหรือไม่ หรือพยายามจะปฏิเสธอย่างไร
แต่การกระทำทั้งหลายของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการมีรักใหม่
กับราวรุ่นการมีหลายรัก การแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวกราดเกรี้ยว
การแสดงอาหาร ซึมเศร้าอ่อนเพลีย ไม่กระปรี้กระเปร่า ฯลฯ
นั่นเป็นการแสดงออกที่บอกว่าพวกเขา...ขาดรัก |
ไม่ใช่ผมนั่งเทียนเขียน หรือยกเมฆเขียนนะครับ เพราะแม้แต่ประธานสมาคมผู้ชายสูงวัยนานาชาติ
หรือ ISSAM ศาสตราจารย์นายแพทย์บรูโน ลูเนนฟิลด์ ยังได้กล่าวเปิดประชุมนานาชาติว่าด้วยผู้ชายสูงวัยว่า
" พวกเราคงจะต้องเติมความรักให้ตัวเอง... ความรักในการที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี "
ในระหว่างวันที่ 1-4 มีนาคม พ.ศ.2544 ได้มีการประชุมนานาชาติว่าด้วยผู้ชายสูงวัย
หรือที่รู้จักกันในนาม " ผู้ชายวัยทอง " ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
โดยการสนับสนุนขององค์การอนามัยโลก
วันเปิดประชุมนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียได้แสดงวิสัยทัศน์
ในการเป็นผู้นำที่สนใจด้านสุขภาพของผู้ชายวัยทองเป็นอย่างดี และส่วนหนึ่งของสุนทรพจน์ที่จับใจ
ต่อผู้เข้าร่วมประชุมก็คือว่า
" ชีวิตที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีวัยแห่งความเป็นหนุ่มสาวได้เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว
และไม่มีใครจะช่วยคุณได้นอกจากตัวของคุณเองที่อยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยทอง"
ท่านยกตัวอย่างถึงคำพูดของท่านผู้รู้ท่านหนึ่งที่ชื่อวิคาตอส ฮูโก ซึ่งได้กล่าวกับเพื่อน
ในวันที่เพื่อนอายุ 50 ปี แล้วกำลังเสียอกเสียใจที่กำลังจะเข้าวัยชรา คำพูดของวิคเตอร์ฮูโก นั่นก็คือ
" FORTY IS OLD AGE OF YOUTH BUT FIFTY IS YOUTH OF OLD AGE "
แปลเป็นไทยง่ายๆ ก็คงจะได้ความว่า
" อายุ 40 ปี นั้นเป็นวัยชราของความเป็นหนุ่มสาวแต่อายุ 50 ปี
เป็นวัยเริ่มต้นความเป็นหนุ่มสาวใหม่ของผู้สูงวัย "
ผมอยากจะเติมอีกสักนิดว่า จะเป็นแบบนั้นได้ต้องมีความเข้าใจในชีวิตยอมรับสิ่งที่เป็นจริง
เมื่อถึงวัยร่างกายจะต้องเปลี่ยนแปลง เราอาจจะหยุดการเสื่อมตามวัยจากกรรมพันธุ์ไม่ได้
แต่เราสามารถที่จะหยุดการเสื่อมจากสิ่งแวดล้อมการดำเนินชีวิตประจำวันได้หรืออย่างน้อย
ก็ทำให้เสื่อมช้าลง...ด้วยความรัก
จริงๆ นะครับ ลองถามในใจลึกๆ ของคุณดูซิครับ ว่าที่คุณมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้น่ะคุณต้องการอะไรมากที่สุด
แก้วแหวนเงินทองหรือตำแหน่งหน้าที่ยศฐาบรรดาศักดิ์ หรือคฤหาสน์ใหญ่โต หรือของเหล่านั้นมาแล้วก็ไป
ไม่คงทนถาวร และจะมีประโยชน์อะไรถ้ามีของเหล่านั้นอยู่...โดยปราศจากความรักในหัวใจ
เพราะฉะนั้นคำว่า ขาดรักนี้ ไม่ใช่ขาดรักจากคนอื่นนะครับ แต่ขาดความรักที่จะมอบให้คนอื่น
ผู้ชายวัยทองจะมีชีวิตอย่างมีความสุข ถ้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่พร้อมจะมอบให้คนอื่น...
โดยไม่หวังผลตอบแทนไม่ว่าจะเป็นความรักต่อบุตร ภรรยา เพื่อนฝูง เพื่อนบ้าน สังคม
ประเทศชาติความรักเหล่านั้นจะทำให้เขามีชีวิตยืนยาว...และเป็นสุข
สุขจากการเป็นผู้ให้...มากกว่าผู้รับ
เชื่อเถิดครับว่าคนที่สามารถให้ความรักแก่ผู้อื่นได้ตลอดเวลามากบ้างน้อยบ้างนั้น
ชีวิตของพวกเขามีความสุข เพราะเขารู้จักกับคำว่าเพียงพอ และแบ่งปันความรักความสุข
ส่วนที่เหลือให้แก่ผู้อื่น โลกนี้จะน่าอยู่มากขึ้น ...ถ้าทุกคนมีแต่ความรักความเข้าใจ
และแล้วก็มีการกล่าวกันว่า การที่ผู้ชายวัยทองขาดรักก็เพราะผู้หญิงที่เป็นคู่ชีวิตของเขา
ไม่เข้าใจในแบบที่เขาเป็น
แต่พยายามจะใช้เขาเป็นในรูปแบบที่ตัวเองเข้าใจ!!
แม้กระทั่งผู้ชายวัยทองเองบางครั้งยังไม่เข้าใจตนเองเลยว่ามีวัยทองจริงหรือ
คำตอบก็คงจะเป็นจริง เพราะไม่อย่างนั้นองค์การอนามัยโลกคงจะไม่สนับสนุน
ให้มีการดูแลสุขภาพเพศชายในศตวรรษนี้กันหรอก
เรื่องราวเหล่านี้ผู้หญิงที่เป็นคู่ชีวิตของ ผู้ชายวัยทองเท่านั้นที่จะช่วยเขาได้...
นอกจากตัวของเขาเองไม่ว่าจะเป็นรักต่างวัย หรือรักวัยเดียวกันคุณผู้หญิงก็จะต้องเริ่มให้ความเข้าใจ
พวกเขาแล้วไม่อย่างนั้นพวกเขาจะตายจากโลกนี้ไปก่อนคุณเพราะตามสถิตินั้นผู้ชายตายก่อนผู้หญิง
5-7 ปี ด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ ...ไม่ใช่ตายเพราะอดเสน่หาเหมือนที่ผู้ชายวัยทองทั้งหลายคิดกัน
มีผลการสำรวจที่น่าจะนำมาเผยแพร่ให้อ่านกันว่า ผู้หญิงเขาคิดและมองผู้ชายวัยทองกันอย่างไร
- คุณคิดว่า ผู้ชายนั้นจะผ่านวัยที่เรียกว่า วัยทอง เหมือนผู้หญิงไหม ?
- 83 เปอร์เซ็นต์บอกว่า ผ่าน 4 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า ไม่ และ 13 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า อาจจะ
- เหมือนวัยหมดประจำเดือนของผู้หญิงไหม? อาการมากกว่าหรือน้อยกว่า
- 25 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า เท่ากัน 12-3 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า น้อยกว่า และ 59.7 เปอร์เซ็นต์บอกว่า
อาการรุนแรงมากกว่า
- คิดว่าผู้ชายอายุเท่าใดจึงจะเกิดอาการของชายวัยทอง ?
- 50 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า อายุ 50-60 และ 26.5 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า อายุ 40-50 ปี
- อาการที่ผู้ชายวัยทองแสดงออกมีอะไรบ้าง ?
- 82 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า ซึมเศร้า 67 เปอร์เซ็นต์บอกว่า ขี้หงุดหงิด 60 เปอร์เซ็นต์ ตอบว่า
อารมณ์แปรปรวน และ 50 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า มีปัญหาทางเพศ
- เมื่อถามว่าคิดจะพาผู้ชายวัยทองของคุณไปปรึกษาแพทย์ไหม ?
- โอเค 24 เปอร์เซ็นต์ ไม่พาไป 44 เปอร์เซ็นต์ และอาจจะ 32 เปอร์เซ็นต์
- คิดว่าจะแก้ไขอย่างไรให้ผู้ชายวัยทองของคุณ ?
- 40 เปอร์เซ็นต์บอกว่า ให้คำปรึกษา หรือหาคนปรึกษา 32 เปอร์เซ็นต์บอกว่า จะพาไปหาจิตรแพทย์
กว่าครึ่งหนึ่งคือ 55 เปอร์เซ็นต์บอกว่า ไม่รู้
- และ 33 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า คงจะพึ่ง "ไวอะกร้า"???
- คิดว่ามีความหวังไหมที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงผู้ชายวัยทอง...ของคุณ
- ไม่มีทางเป็นคำตอบใน 45 เปอร์เซ็นต์ จะพยายาม 34 เปอร์เซ็นต์ ไม่รู้ซิ.. 21 เปอร์เซ็นต์
- คิดว่าเป็นความผิดของใคร ?
- ไม่ใช่ของใครเลย 7 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ชาย 45 เปอร์เซ็นต์ ของผู้หญิง 7 เปอร์เซ็นต์
ทั้งคู่ 18 เปอร์เซ็นต์
- และ 23 เปอร์เซ็นต์ ตอบว่า เป็นกระบวนการของการเสื่อมสภาพตามอายุพูดง่ายๆ ก็คือ
เป็นอาการของความแก่ชรา
- คิดว่า ผู้ชายวัยทอง เป็นความจริงหรือคิดไปเอง ?
- 17 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า จริง ในขณะที่ 83 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า คิดไปเอง!!!
จากตัวเลขต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น พอจะสรุปเล่นๆ ดูได้ความว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังไม่คิดว่า
ผู้ชายวัยทองมีจริงและคิดว่าอาการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงมาจากความชราภาพ
ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไรที่ประชุมก็เลยสรุปว่า
คงจะต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อที่จะประชาสัมพันธ์ให้มนุษยชาติทราบว่า ปัญหาผู้ชายวัยทองมีจริง...
และมีทางออกเพื่อการมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
- ปัญหาของผู้ชายวัยทอง ไม่ใช่ปัญหาของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
- ปัญหาของผู้ชายวัยทอง ไม่ใช่การขาดฮอร์โมนเพศชายแต่อย่างเดียว
- ปัญหาของผู้ชายวัยทอง คือ การแก้ไขป้องกันโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นจากความชราภาพ
ก่อนวันอันควร อันได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง เบาหวาน
กระดูกบาง สมองเสื่อม รวมทั้งการได้รับยารักษาโรคโดยไม่มีความจำเป็น
- ปัญหาของผู้ชายวัยทองคือ การส่งเสริมสุขภาพให้มีการดำเนินชีวิตถูกต้อง
มีความคิดในทางสร้างสรรค์ มีจิตใจที่แจ่มใสเบิกบาน ไม่เศร้าหมอง มีการรับประทานอาหาร
ออกกำลังกาย พักผ่อนอย่างพอเพียง รวมทั้งงดเว้นจากการดำเนินชีวิตที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ
- ปัญหาของผู้ชายวัยทอง คือ การขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของ
ความสัมพันธ์ทางเพศว่า เซ็กซ์ที่ดี ไม่ใช่การมีเพศสัมพันธ์เสมอไป
เพราะในสัญชาตญาณพื้นฐานนั้นผู้ชายเข้าใจว่า การมีเซ็กซ์
เป็นการแสดงออกของความรักด้วยภาษากาย ดังนั้น เซ็กซ์ที่สุขสม
จึงต้องปรับเปลี่ยนตามวัย และการหย่อนสมรรถภาพทางเพศนั้นแก้ไขรักษาได้
ถ้าไปปรึกษาแพทย์
ผู้ชายวัยทองจึงต้องเริ่มมีความรัก ให้ตนเองรักสุขภาพ...แล้วจึงให้ความรักต่อผู้อื่นต่อไป
...จะได้ไม่ขาดรัก !!
น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์
|