เมื่อตอนที่แล้ว ได้คุยถึงเรื่องที่นอนสุขภาพไปแล้ว วันนี้เลยอยากจะคุยต่อถึงเรื่องอุปกรณ์
การนอนเสียให้ครบถ้วนกระบวนความไปเสียเลย ทั้งนี้เพื่อการนอนหลับสบายอย่างมีสุขภาพดี
เพราะลำพังเพียงที่นอนที่ดีอย่างเดียวยังไม่สามารถทำให้เรานอนอย่างมีสุขภาพดีได้หรอก
ฉะนั้นอย่าไปให้ความสนใจกับเรื่องที่นอนมากเกินไป เราลองมาสนใจเรื่องหมอนเรื่องผ้าห่มกันบ้าง
เพราะมันเป็นอุปกรณ์การนอนที่สำคัญ และเราใช้มันทุกวันพร้อมๆ ไปกับการนอนนั่นแหละครับ
ทบทวนเล็กน้อยสำหรับที่นอนก่อนนะครับ ที่นอนที่ดีคือ ที่นอนที่มีลักษณะเรียบ ตึง และแน่น
จะทำมาจากอะไรไม่สู้สำคัญนัก ขอให้มีคุณสมบัติดังกล่าวถือว่าใช้ได้หมด แต่ถ้าจะพิจารณาให้เหมาะ
กับเราก็ควรดูสักนิดว่าเราแพ้วัสดุที่นำมาทำเป็นที่นอนหรือไม่ เช่น บางคนแพ้ฝุ่น
การใช้ที่นอนที่ทำด้วยนุ่นอาจมีปัญหาได้ เพราะฝุ่นนุ่นจะฟุ้งขึ้นมาได้ โดยเฉพาะที่นอนที่ใช้ไปนานๆ
อาจจะมีการยุบตัวได้ง่ายเช่นกัน แต่ถ้าใครไม่แพ้นุ่นก็ใช้ได้ครับ ที่นอนสปริงก็เหมือนกัน
มีเรื่องต้องพิจารณาให้เหมาะกับตัวเราเช่นกัน เพราะที่นอนสปริงอาจมีการยุบตัวเป็นแห่งๆ ได้
และในคนที่อ้วนมากๆ อาจไม่เหมาะเพราะจะยุบยวบ นอนแล้วจมหายไปเลย ส่วนที่นอนใยมะพร้าว
ก็แน่นดีและไม่ค่อยยุบเท่าไรนัก เป็นที่นอนที่ดีเช่นกัน สรุปแล้วคือ ที่นอนที่ต้องเหมาะกับคนนอนครับ
เรื่องราคาที่นอนนั้นไม่เกี่ยวเลย จะถูกจะแพงอย่างไรถ้าเรานอนแล้วสบายก็ใช้ได้
เมื่อได้ที่นอนที่เหมาะกับเราแล้ว หมอนหนุนก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาต่อมา
เพราะหมอนนั้น
มีหน้าที่หลักในการช่วยรองรับน้ำหนักและกระจายน้ำหนักให้กับร่างกายของเราเช่นเดียวกับที่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งรองรับน้ำหนักที่ส่วนคอของเรา หลักการเลือกหมอนก็เช่นเดียวกับที่นอนละครับ คือ
เลือกหมอนที่พอดีกับคอของเรา เมื่อเวลาหนุนแล้วจะสามารถรองรับส่วนโค้งของคอได้หมด
และสามารถกระจายน้ำหนักเราได้ทั้งในท่านอนหงายและนอนตะแคง ฉะนั้นหมอนที่ดีจะมีลักษณะที่เรียบ
ตึง แน่นเช่นกัน แต่ไม่ต้องแน่นมากจนเกินไป เพราะน้ำหนักคอของเราไม่มากนัก
เราจึงใช้หมอนที่ค่อนข้างนิ่มได้มากกว่าที่นอน ตัวหมอนต้องมีความกว้างใหญ่เพียงพอที่จะรองรับศีรษะ
ลำคอ และส่วนของหัวไหล่ได้ด้วย เวลานอนเราจะให้บริเวณกลางหมอนหนุนอยู่ที่ลำคอของเรานั่นแหละครับ
การนอนแบบนี้จะทำให้ส่วนโค้งของคอยังคงอยู่ในแนวปกติ เพราะถ้าเราหนุนหมอนแต่ที่ศีรษะอย่างเดียว
จะทำให้คอนั้นก้มลงมากเกินไป ถ้านอนไปนานๆ กล้ามเนื้อคอจะถูกยืดมากและจะมีปัญหาเรื่องปวดคอตามมาได้
หมอนที่ดีจึงต้องมีความสูงพอดีกับเรา ไม่สูงหรือต่ำเกินไป โดยเฉพาะถ้าต่ำเกินไปหรือไม่นอนหนุนหมอนเลยนั้น
กล้ามเนื้อคอจะไม่ได้พักผ่อน ต้องเกร็งตัวไว้ตลอดคืน ตื่นขึ้นมาก็ปวดคอได้และจะมีปัญหามากในท่านอนตะแคง
เพราะการนอนตะแคงนั้นช่องว่างระหว่างศีรษะและไหล่จะกว้างกว่าท่านอนหงาย ถ้าไม่มีหมอน
มารองรับศีรษะไว้ศีรษะก็จะตกลงทำให้คอเอียง นั่นคือกล้ามเนื้อคอถูกยืดโดยไม่จำเป็น
เกิดปัญหาขึ้นโดยไม่จำเป็นไปด้วย ฉะนั้นในท่านอนตะแคงนี้ควรมีหมอนที่สูงพอที่จะรองรับศีรษะได้
โดยหนุนหมอนแล้วแนวของศีรษะกับกระดูกสันหลัง ยังอยู่ในแนวตรงเดียวกัน นั่นจะเป็นหมอนที่พอเหมาะ
ปัญหาก็เกิดขึ้นได้อีกตรงที่
ท่านอนหงาย กับ
ท่านอนตะแคง นั้น ความสูงที่พอเหมาะนั้นไม่เท่ากัน
นอนตะแคงต้องการหมอนสูงกว่านอนหงาย จะทำอย่างไรดีครับ
วิธีทำก็คือ เราควรมีหมอนอย่างน้อย 2 ใบ เป็นหมอนใบใหญ่ 1 ใบ และหมอนใบเล็กอีก 1 ใบ
เวลานอนหงายก็หนุนหมอนใหญ่ พอพลิกตัวตะแคงก็ดึงหมอนใบเล็กมาเพิ่มอีกใบ
จะได้ความสูงที่เหมาะสมได้พอดี
นอกจากหมอนที่หนุนคอแล้ว ควรมีหมอนหนุนที่อื่นๆ ของร่างกายด้วย เช่น หนุนใต้เข่า หนุนขา
หนุนลำตัว เป็นต้น เราควรมีหมอนข้างด้วยจะดีมาก มันจะช่วยรองรับร่างกายเราได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในท่านอนตะแคงที่ร่างกายเราไม่ค่อยจะมั่นคงนัก หมอนจะช่วยพยุงกล้ามเนื้อลำตัวของเราได้ดี
และช่วยรองรับช่วงขาไว้ ไม่ให้ขาข้างที่อยู่บนตกลงมา ซึ่งจะทำให้ระดับสะโพกถูกดึงให้บิดหมุนเข้ามา
และกระดูกสันหลังจะบิดตามมาด้วย นอนทั้งคืนด้วยท่าบิดๆ นี้ตื่นขึ้นมาก็ปวดเมื่อยไปทั่วทั้งตัวแย่แน่เลย
เห็นไหมครับว่า การที่เราจะนอนสบายนั้นจะต้องมีอุปกรณ์การนอนมาช่วยรองรับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ
ของร่างกายเราทั้งหมด ยิ่งรองรับน้ำหนักได้มากเท่าไร กล้ามเนื้อก็จะยิ่งได้พักผ่อนมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยหลักการข้อนี้นี่เอง
เราจึงควรที่จะมีหมอนหรือผ้าห่มหลายๆ ใบเข้ามาเป็นอุปกรณ์การนอนของเรา
ยกตัวอย่างตัวผมเองก็แล้วกัน ผมจะมีหมอนหนุนอยู่ประมาณ 6 ใบรายรอบอยู่ที่ตัวผม
เป็นหมอนหนุนใหญ่ 1 ใบ หมอนหนุนเล็ก 1 ใบ หมอนเหนือหัวนอนอีกใบหนึ่งและมีหมอนใบใหญ่
เอาไว้กอดอยู่ด้านข้าง มีหมอนข้าง 2 ใบ ขนาบซ้ายขวาเอาไว้ให้ขาก่ายและหนุนใต้เข่า มีผ้าห่มอีกผืนหนึ่ง
เห็นไหมครับ ว่าผมมีอุปกรณ์การหนุนนอนเพียบเลย
มีบางคนเคยถามผมว่า ทำไมต้องมีหมอนเยอะขนาดนั้น เวลานอนหลับเราก็ไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว
ไม่มีสติสตังค์จะไปเอาอะไรมาหนุน แต่จริงๆ แล้วการมีหมอนไว้มากนั้นดีกว่ามีน้อยนะครับ
เพราะเวลาเรานอนเราจะดึงหมอนเหล่านี้ ทั้งใบเล็กใบใหญ่มาใช้รองรับร่างกายได้
ส่วนเวลาเรานอนหลับไปแล้ว กลไกของร่างกายก็จะสั่งการให้เราดึงหมอนมารองรับได้เช่นกัน
ทั้งๆ ที่เราไม่รู้ตัวนี่ละเชื่อไหมครับว่า ธรรมชาติมีความสามารถทำเช่นนั้นได้อย่างง่ายๆ เลย
ปกติเราเมื่อยเราจะนอนพลิกตัวไปมา เพื่อให้กล้ามเนื้อที่เกร็งตัวนั้นได้พักผ่อนคลายความเครียด
ก็จะบรรเทาอาการปวดได้ เพราะฉะนั้นเราช่วยธรรมชาติได้โดยการเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้เขามากๆ
เวลาต้องการใช้ก็หยิบฉวยได้ทันที แต่ถ้าไม่เตรียมไว้เวลาจะใช้ก็ไม่มี กล้ามเนื้อก็ต้องออกแรง
ทำงานไปเรื่อยๆ คุณก็นอนไม่สบายไปทั้งคืนละครับ
สรุปก็คือ เราควรมีหมอนหลายๆ ใบหลายๆ ขนาดไว้ข้างตัว ส่วนจะเป็นหมอนที่ทำด้วยวัสดุใดนั้น
ก็ให้พิจารณาเหมือนกับการเลือกที่นอน โดยเฉพาะหมอนนุ่นที่คนไทยเราใช้กันมานาน ใครแพ้ฝุ่นไม่ควรใช้
เพราะหมอนจะใกล้ชิดกับตัวเรามากกว่าที่นอนเสียอีก แต่ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องแพ้ฝุ่น หมอนนุ่นเป็นหมอน
ที่ค่อนข้างดีและเหมาะกับคนไทยมาก เพราะมีการระบายความร้อนความชื้นต่างๆ ได้ดี
และถ้ามีความหนาแน่นที่พอดีจะสามารถใช้ได้ทั้งในท่านอนหงายและท่านอนตะแคงได้ด้วยหมอนใบเดียวกัน
เพราะเราสามารถจะหนุนหมอนให้สูงต่ำได้ตามต้องการ ฉะนั้นหมอนนุ่นที่เราใช้กันแล้วไม่มีปัญหา
ก็ควรใช้ต่อไป แต่หมั่นยัดนุ่นให้พอดีอยู่เรื่อยๆ นะครับ เพราะหมอนนุ่นเวลาใช้ไปนานๆ จะเล็กลงๆ
ยุบลงๆ ไปเรื่อย จะไม่ได้ลักษณะที่ดีของหมอนไป
มาถึงตอนนี้ เราได้ที่นอนและหมอนที่ดีแล้ว ความจริงยังมีเรื่องท่าทางการนอนอีกที่เป็นปัจจัย
ที่จะทำให้เรานอนสบายหรือไม่ แต่ผมคงจะไม่กล่าวถึงแล้วล่ะ เพราะเมื่อเร็วนี้ เพิ่งคุยถึงไปหยกๆ
ลองเปิดหาอ่านได้ในใกล้หมอนี่ละครับ เมื่อคุณได้ทราบปัจจัยต่างๆ ครบแล้ว ก็ให้คุณลองนำไปปฏิบัติดู
ผมหวังว่า คุณคงจะได้รับประโยชน์บ้างและคงจะนอนหลับฝันดีกันทุกคนนะครับ
(update 11 กรกฎาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอปีที่ 25 ฉบับที่ 3 มีนาคม 2544]
|