|
 |
|
เจาะใจวัยละอ่อนเรตเอ็กซ์...
ขายตัวเพื่ออยู่รอด |
|
เป็นหัวข่าวหน้า 1 สร้างความฮือฮาไม่น้อย เมื่อ ผศ.สุขุม เฉลยทรัพย์ แกนนำของสวนดุสิตโพล
และคณะนักศึกษาปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏสวนดุสิต นำตัวเด็กหญิงวัยเรียน
มาเปิดแถลงถึงขบวนการขายตัว คราวนี้ชี้ความซับซ้อนและฟอนเฟะหมักหมมยิ่งขึ้น
แม้ปัญหาขายตัวของนักเรียน นักศึกษา เป็นเรื่องราวที่สังคมรับรู้มาตลอด แต่กลับทำอะไรเพื่อแก้ไขไม่ได้
นั่นยิ่งสะท้อนให้เห็นปัญหาพิษภัยล้ำลึกยิ่งขึ้น
ดังนั้น ข้อมูลจากการสำรวจในการสัมมนาเชิงวิเคราะห์สถานการณ์จริง ทั้งจากผู้ขายบริการ ผู้ใช้บริการ
ผู้จัดการ (แม่เล้า/มาม่าซัง) ถึงสาเหตุ ความเป็นไปในการขายบริการของนักเรียน นักศึกษาทั้งหลาย
ที่สวนดุสิตโพลนำมาตีแผ่ มีเรื่องน่าสนใจอย่างมาก
แค่เริ่มต้นกับคำถามให้ผู้คนจำนวน 3,197 คน ตอบว่า สภาพปัญหาว่านักเรียน/นักศึกษาขายตัว
ในปัจจุบันเป็นอย่างไร เหตุผลอันดับ 1 เห็นว่าเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง รองลงมา
เป็นปัญหาที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น เป็นปัญหาระดับชาติที่รัฐบาลควรสนใจอย่างจริงจัง
และเป็นปัญหาที่มีมานานยากแก่การแก้ไข
เพราะสาเหตุสำคัญในการขายตัว เรียงลำดับมากไปหาน้อยนั่นคือ ต้องการเงินใช้จ่ายเพื่อครอบครัว
/เล่าเรียน ใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ตามมาเพราะเป็นปัญหาครอบครัว ขาดความรัก ความอบอุ่น หรือทำตามเพื่อน
อยากลอง รักสนุก และขาดความรู้-มีการศึกษาน้อย
ในการขายตัว สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุด อันดับ 1-5 เป็นเรื่องโรคติดต่อ/การแพร่เชื้อเอดส์ ความล้มเหลวของชีวิต
/อนาคตการเรียน สังคมเสื่อมโทรม ภาพพจน์ของสถาบันการศึกษาเสื่อมเสีย และค่านิยมที่ผิดเป็นการเลียนแบบ
เมื่อรู้ถึงปัญหา ก็ต้องหาวิธีป้องกัน-แก้ไข ส่วนใหญ่เห็นว่าเริ่มจากครอบครัวให้ความรักความอบอุ่น
ปลูกฝังศีลธรรม จริยธรรมตั้งแต่เด็ก หน่วยงานของรัฐควรช่วยเหลือจริงจัง มีการปราบปราม ออกกฎหมายใช้จริงจัง
และป้องกันทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
นั่นเป็นภาพรวมที่เสนอสาเหตุแห่งปัญหา และแนะวิธีป้องกันแก้ไข
อย่างไรก็ดี ในการศึกษาเจาะลึกในบางประเด็น อาทิ การเข้าสู่อาชีพเสริมด้วยการขายตัวของนักเรียน
นักศึกษานั้น หลายคนตอบว่า มาจากความต้องการทางเศรษฐกิจเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
หรือถูกชักจูงจากเพื่อนในกลุ่ม เพราะเห็นว่าขายบริการแล้วมีเงินใช้จ่ายคล่องตัวมากขึ้น
ที่สำคัญนักเรียน นักศึกษาที่กระโจนเข้าสู่อาชีพนี้ มองว่า การดำเนินชีวิตของเขาเดินทางมาถูกต้อง
เพราะชีวิตนี้เป็นของเขาเอง เขาจึงสามารถจะทำอะไรกับชีวิตเขาก็ได้ ซึ่งเป็นความคิดที่น่ากลัว
ในการศึกษาประเด็นแม่เล้า ที่อาศัยข้อมูลจากมาม่าซังบาร์อะโกโก้ ย่านพัฒน์พงษ์
มีหน้าที่ดูแลพนักงานในบาร์ ขยายภาพในจุดนี้ว่า การขายตัวของเด็กไม่มีการบังคับ เป็นการทำโดยสมัครใจ
เด็กที่ขายตัวส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษา อายุประมาณ 21-22 ปี เหตุผลที่เด็กทำงานเพราะทางบ้านยากจน
ต้องหาเงินจุนเจือครอบครัว และใช้เป็นค่าเล่าเรียน โดยแต่ละคนทำงานจะได้ค่าตัว
ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปในแต่ละคืน
ในการขายบริการ เจ้าของสถานบริการ มักจะเลือกผู้หญิงที่หน้าตา ทรวดทรง (อกใหญ่ 35-36 นิ้ว)
นิสัยเป็นคนเอาอกเอาใจ คิดราคา 3 ชั่วโมง 2,000 บาท/ครั้ง (ค่านายหน้า 500 บาท ตัวนักเรียน นักศึกษา 1,500 บาท)
ถ้าเป็นการใช้บริการทั้งคืนตกลงราคา 3,000-5,000 บาท โดยราคาของคนเก่าและคนใหม่ที่ใช้บริการเท่ากัน
เนื่องจากเกรงจะเกิดการต่อต้านซึ่งกันและกัน ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ เจ้าหน้าที่ธนาคาร วัยรุ่น
บุคคลทั่วไป ใช้บริการส่วนใหญ่สองสัปดาห์ต่อครั้ง หรือเดือนละ 2 ครั้ง เด็กสามารถออกไปให้บริการทั้งกลางวัน
และกลางคืน
ถ้าเทียบกับปี 2532 ราคาบริการ 2,000 บาท มาถึงปี 2544 ราคาไม่ห่างกันมาก อยู่ในช่วง 2,000-4,000 บาท
นางแบบ 5,000 บาท ซึ่งสามารถต่อรองราคาค่าบริการกับสถานบริการได้ มีบางรายทีสถานบริการยินดีลดราคาให้
แล้วออกบิลรวมราคากับค่าอาหาร เพื่อให้ลูกค้าบางกลุ่มนำไปเบิกกับหน่วยงานของตนเอง
จากการสังเกตของมาม่าซัง เด็กส่วนมากทำงานจะเป็นเด็กชอบเที่ยว ชอบใช้ของแพง
มีค่านิยมในการตามเพื่อน และต้องการทดลอง กลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการเป็นกลุ่มคนทำงาน มีทุกอาชีพ
และมีครอบครัวแล้ว
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของการนักเรียน นักศึกษา มีตั้งแต่เช่าอพาร์ตเม้นต์ ผ่อนทีวี ตู้เย็น
และส่งเงินที่กู้มาให้พ่อแม่ทำนา ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เสียใจบ้างเป็นบางครั้งที่เข้ามาทำงานนี้
แต่คิดว่าไม่มีทางเลือกอาชีพอื่นที่จะทำรายได้มากเท่านี้ ตั้งใจว่าเมื่อเรียนจบ จะเรียนเสริมสวยแล้วเลิกอาชีพนี้
พ่อแม่ไม่รู้ความจริงว่าทำอาชีพนี้
ขณะที่มีมุมมองของหญิงบริการบางกลุ่มอ้างตัวเป็นนักศึกษาเพื่อต้องการทำให้ตนเองดูมีราคาขึ้น
และมองนักศึกษาที่ขายตัวว่ามาแย่งอาชีพ ทั้งที่มีการศึกษาน่าจะไปหางานอื่นทำ แต่นักศึกษาที่ขายบริการ
กลับเห็นว่าตนเองทำเพราะภาวะจำยอม ไม่มีเงิน ถ้าเลิกทำได้จะเลิก ด้วยลำบากใจในอาชีพ
ต้องพบกับลูกค้าทั้งดีและไม่ดี ซึ่งคนที่ไม่ดีจะดูถูกเหยียดหยาม กักขฬะ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มตำรวจ ทหาร
ทั้งหมดเป็นภาพสะท้อนเศษเสี้ยวของปัญหาสังคม ที่คงฝังลึก ยากจะถอนรากถอนโคนได้
(update 4 กรกฎาคม 2001)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2544]
|