|
คนสองเพศ-หญิงบริการ
ขวากหนามที่ต้องเผชิญในเยอรมนี
|
ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศส่งออกค้าหญิงประเวณีโด่งดังไปทั่วโลก จนตอนนี้ทั่วโลกยังรู้จักประเทศไทย
ว่าเป็นเส้นทางผ่านและส่งออกยาบ้า ทำเงินให้เพื่อนบ้านข้างเคียงเป็นกอบเป็นกำเสียอีก
ปัญหาเก่าแก้ไขยังไม่ได้ ถูกรุมเร้าปัญหาใหม่ต่อยอดหมักหมมเพิ่มไปอีก
ที่สำคัญตอนนี้หญิงไทยและผู้ชายแปลงเพศที่ให้บริการด้านเพศด้วยความเต็มใจ
ที่จะใช้ร่างกายแลกกับเงิน เป็นปัญหาจนทำให้รัฐบาลเยอรมนี ต้องนั่งโต๊ะเจรจากับไทย
เพื่อหาทางแก้ไขและป้องกัน เพราะกลายเป็นว่าคนสองกลุ่มนี้ ถูกขบวนการค้ามนุษย์
ใช้เป็นเครื่องมือหากิน และบังคับให้ทำงานเยี่ยงทาส
เหตุการณ์ทั้งหมด นายกษิต ภิรมณ์ เอกอัครราชทูตประจำกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
ออกมาเปิดเผยขบวนการล่อลวงและค้ามนุษย์ข้ามชาติถึงวิธีการทำงาน การล่อลวงเหยื่อว่า ขบวนการที่เกิดขึ้น
จากคำชักชวนของญาติ จากเพื่อน จากนายหน้าที่ว่าถ้าไปทำงานที่เยอรมนี
ซึ่งส่วนใหญ่รู้ว่าไปทำงานอะไร และคิดว่าได้เงินมาก มีการตกลงเซ็นสัญญาที่บ่งบอกว่า
เป็นหนี้ของผู้ชักชวนไปทำงาน โดยบอกว่าเป็นค่านายหน้าและค่าตั๋วเท่านั้น
พอไปถึงเยอรมนีกลับมีค่าใช้จ่ายเช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร คิดเป็นจำนวนเงินไม่น้อย
บวกเข้าไปอีกรวมเป็นเงินที่ต้องชดใช้ก้อนใหญ่ ทำให้ต้องขายน้ำพักน้ำแรง ขายบริการฟรีๆ เป็นปี
บางรายนาน 2-3 ปีหรือมากกว่านั้น กว่าจะรู้ว่าถูกหลอกลวง ก็ไม่มีคนให้คำปรึกษาหรือช่วยเหลือ
ทางออกจึงหันไปหาเหล้าหายา ใช้อบายมุขเป็นที่พึ่ง เพราะจะย้ายที่อยู่ หลบหนีก็ไม่ได้
หนังสือเดินทางถูกยึดไป มีสัญญาหนี้ค้ำคออยู่ กลัวว่าหนีไปแล้วพ่อแม่ที่อยู่เมืองไทยจะเดือดร้อน
ไม่กล้าไปหาสถานทูต และตำรวจเยอรมนี
"ตอนนี้ สถานทูตไทยและตำรวจเยอรมนีเริ่มสร้างความเข้าใจกับเหยื่อของ
ขบวนการค้ามนุษย์ ที่ถูกปลูกฝังให้เกลียดชังสถานทูตไทยและตำรวจเยอรมนี
ผ่านอาสาสมัครที่ส่วนมากเป็นนักศึกษามาเรียนในเยอรมนี ให้เข้าใจตรงกันและบอกถึง
การแก้ปัญหาที่เป็นสิ่งที่จะช่วยพวกเขาให้ได้มากที่สุด เพราะขณะนี้ทางตำรวจจะจับกุม
หรือกวาดล้างพวกขบวนการค้ามนุษย์ไม่ได้เต็มที่ เนื่องจากยังขาดโจทก์และอยากบอกให้
พวกเขาที่เป็นเหยื่อเหล่านั้นว่าอย่ากลัวขบวนการค้ามนุษย์ให้ลุกขึ้นสู้ โดยมาหาเจ้าหน้าที่
แล้วจะไม่มีการส่งกลับบ้านโดยทันที จะมีการจัดเซฟเฮ้าส์ มีค่าอาหาร มีการคุ้มครอง
และจะให้พักอาศัยอยู่ที่เยอรมนีจนกว่าจะพร้อมที่จะเป็นพยานในคดี รวมทั้งผู้ที่ถูกส่งกลับเมืองไทย
ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคุกคามจากขบวนการเถื่อน" นายกษิตกล่าว
ปัญหานี้ถ้าภาครัฐ เอกชน อย่างองค์กรสตรี ร่วมมือกันมากๆ ช่วยกันปกป้อง
และช่วยแนะนำสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้กับผู้ที่จะเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ เช่น
จัดการปฐมนิเทศหลักการปฏิบัติเมื่อไปอยู่บ้านเมืองของเขา ควรเรียนรู้เรื่องภาษา วัฒนธรรม
หลักการดำเนินชีวิตจะได้ง่ายในการปรับตัว
"คนไทยบางคนที่มีการศึกษาไม่เพียงพอ ไม่พร้อมทางวุฒิภาวะ ยังมีความคิดความอ่าน
ต่อชาวต่างประเทศว่า พวกเขารวยสูงส่งจนอยากใช้ชีวิตด้วย แต่พอได้ไปใช้ชีวิตจริง
ได้แต่งงานกับคนเหล่านั้น ความคิดที่คิดไว้ในครั้งแรกว่าเขาฐานะดี กลายเป็นแค่คนสามัญธรรมดา
แต่ก็ต้องยอมทนเพราะตัวเองเลือกแล้ว"
ยังมีขบวนการตกเขียว ที่เกิดกับผู้หญิงไทย ตอนนี้ตกเขียวไปถึงเมืองนอก
จากวิธีหาคู่สมรสให้คนต่างชาติ โดยให้เงินรายเดือนกับพ่อแม่ที่เมืองไทย
แลกกับการไปเป็นเมียคนต่างชาติ ที่ส่วนมากเป็นการแต่งงานหนที่สองอาจถูกทุบตีด้วย
ปัญหาที่เกิดขึ้น มีผลกระทบถึงภาพลักษณ์ของไทย ทำให้คนไปเรียน คนที่ทำงานสุจริต
มีความบริสุทธิ์ใจต้องพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ถูกจับตาถูกเหยียดหยาม ทั้งๆ ที่ไม่มีเจตนาไม่ดี
สินค้าเกษตรส่งออกไปให้เขา ก็ถูกตรวจเข้ม คนธรรมดาขอวีซ่ายาก แต่ทำไมพวกค้าประเวณีเป็น 10,000 คน
จึงไปอยู่ที่นั่นได้มากมาย
"เราเจอปัญหาซ้ำซากอย่างนี้มายาวนานจะเป็นการดีกว่าไหมหากเราจะหันมา
สร้างจิตสำนึกให้คนไทย โดยเฉพาะผู้ที่มีค่านิยมแลกตัวเพื่อเงิน
ให้หันมารักศักดิ์ศรีของตัวเองและของคนทั้งชาติ เพื่อช่วยทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ลดน้อย
และหมดไปในที่สุด และร่วมกันต่อต้านพวกขบวนการค้ามนุษย์พวกนี้ให้หมดไปเสียที"
|