นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ใกล้ " วันแห่งความรัก " เข้าทุกที เวลายามนี้ใครๆ ก็พูดถึงแต่คำว่ารัก
ทำเอาหัวใจหนุ่มๆ สาวๆ ระริกระรี้ ธุรกิจต่างๆ ก็กระดี๊กระด๊า เหล่าบรรดาร้านค้าดอกไม้
ของชำร่วย ร้านอาหาร โรงแรม เริ่มตระเตรียมกิจกรรมแห่งความรัก
เป็นโอกาสอันดี
ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกรอบหนึ่งหลังปีใหม่
ส่วนบรรดาร้านขายพวงหรีด โรงเรียนกวดวิชา
และธุรกิจหมู่บ้านจัดสรร ยังนึกไม่ออกว่าจะหากินอะไรกับเทศกาลนี้
คงต้องรอไปก่อน !
คำว่า " ความรัก " ช่างเป็นคำที่คลุมเครือเสียจริงๆ
อะไรๆ ก็เรียกว่ารักไปเสียหมด
นับตั้งแต่รักพระเจ้า รักธรรมชาติ รักคุณพ่อคุณแม่ รักเพื่อนมนุษย์ รักพี่น้อง
รักแฟน รักสามีหรือภรรยา รักลูก รักหมาที่เลี้ยงไว้ รักตัวเอง ใช้คำเดียวกัน
แต่ความหมายต่างกันมากมายเหลือคณานับ
ไม่ว่าจิตแพทย์ นักปรัชญา หรือกวี ก็ให้คำจำกัดความคำว่ารักแตกต่างกันมากมาย
หลายแง่มุม แต่ที่ผมชอบมากที่สุดคือความหมายที่อาจารย์ไชย ณ พล เขียนไว้ในหนังสือ
จิตวิทยาแห่งรัก ท่านให้คำจำกัดความว่า
ความรัก หมายถึง ความชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง จนบังเกิดความปรารถนาขึ้น
คือ เราต้องมีความชื่นชมยินดีต่อใครคนใดคนหนึ่งหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นอย่างมาก
มากจนทำให้เราเกิดความปรารถนา - แล้วจึงแยกความปรารถนาเป็นสองประการ
คือความปรารถนาที่จะให้ กับความปรารถนาที่จะเอา (หรือรับ)
ระหว่างคนชอบให้กับคนชอบเอา คุณอยากอยู่ใกล้คนประเภทไหนครับ
ส่วนใหญ่ใครๆ ก็ชอบอย่างแรก แต่ถ้าคุณชอบอย่างหลัง ไม่ได้แปลว่าคุณชอบให้นะครับ
แต่แปลว่าคุณเป็นพวกเดียวกัน
ถ้าชื่นชมแล้วปรารถนาที่จะให้ เรียกว่า " รักแท้ "
ถ้าชื่นชมแล้วปรารถนาที่จะเอา เรียกว่า " รักเทียม "
รักแท้ มีคำแสดงความรู้สึกได้หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น รัก ผูกพัน
ปรองดอง ห่วงใย คิดถึง เห็นใจ เข้าใจ เอื้ออาทร ให้อภัย ฯลฯ จิตอุดมไปด้วยความรู้สึก
ที่อยากทำให้อีกฝ่ายมีความสุข
และเป็นความสุขที่เกิดแก่ทั้งสองฝ่าย ผู้รับประทับใจ
ผู้ให้เกิดปิติ อิ่มเอิบใจในการให้นั้น โดยมิต้องถือเรื่องบุญคุณมากนัก
รักเทียม มีคำแสดงความรู้สึกแตกต่างกัน ได้แก่ ต้องใจ ติดใจ
(ภาษาวัยรุ่น เรียกว่า ปิ๊ง) หลงเสน่ห์ หลงใหล เคลิบเคลิ้ม โหยหา ฯลฯ แท้ที่จริงแล้ว
มันคือราคะที่ปลอมตัวมาในรูปของความรัก รักแบบนี้มักต้องการให้อีกฝ่ายสนองตอบ
ความปรารถนาของตน
สำหรับวัยรุ่น วัยซึ่งอารมณ์เป็นผลพวงแห่งฮอร์โมนที่ท่วมท้นล้นหลาม
ต้องถามใจตัวเองทุกครั้งที่กล่าวคำ " รัก " ว่าความรู้สึกอันปรากฏภายในจิตนั้นอยู่กลุ่มใด
หลายครั้งในงานคอนเสริต นักร้องขึ้นเวที มวลหมู่วัยรุ่นโดยเฉพาะพวกจ่าฝูงแถวหน้าๆ
สวมวิญญาณจิ้งหรีดกลับชาติมาเกิด กรี๊ดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับว่านักร้องคนนั้น
มันเคยมีบุญคุณต่อโคตรเหง้าศักราช
นี่ถ้าไม่มีมัน ชีวิตเราคงไม่ได้ดีมาถึงปัจจุบันนี้
แต่พอกลับถึงบ้าน เห็นพ่อแม่ทำกับข้าว เดินผ่านหน้าตาเฉย
ใครกันแน่ ที่ควรค่า
แก่การแสดงเสียงร้องที่ก้องรัก
คุณเคยได้ยินไหมว่า " ความรักทำให้คนตาบอด " นั่นเพราะหลายครั้ง
ที่จิตใจที่ห่อหุ้มด้วยรัก ย่อมสกัดกั้นการรับรู้ของเรา ทำให้เรา "มองไม่เห็น"
บรรดาความบกพร่อง ความไม่ดี ความชั่วร้ายรวมทั้งความระยำของคนที่เราหลงรัก
ถ้ารักเสียแล้ว ภาพของเขาในใจเราคือชายในฝัน มาดแมนแฮนซั่ม หล่อล่ำดำขรึม
ทั้งๆ ที่เพื่อนๆ ต่างก็รุมตราหน้ามันว่า ไอ้หุ่นอัฟริกา หน้าติมอร์
แม้กลิ่นบุหรี่ก็ยังหอม
เวลาดื่มเหล้าเขาก็เมาน่ารัก
อะไรจะปานนั้น
ตอนเด็กๆ คุณครูเคยสอนว่า " ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ "
ผมก็คิดแบบเด็กๆ ว่า
ถ้าความรักทำให้เป็นทุกข์ เช่นนั้นแล้ว เราจงมาเกลียดกันเถอะ จะได้มีความสุขกันทั่วหน้า
พอโตเป็นผู้ใหญ่ค่อยเริ่มฉลาด ว่าความเป็นจริงแล้ว เขาหมายถึง "รักเทียม" ต่างหาก
เพราะมันคือความหลงเสน่ห์ หลงใหล เคลิบเคลิ้ม อันนำความทุกข์ทรมานมาสู่ใจ
และเมื่อใดที่เขามิอาจสนองตอบความปรารถนาของเราได้ ความหลงใหลจะแปรเปลี่ยนรูป
ไปเป็นความขุ่นเคืองใจ ความโกรธแค้น และหึงหวง
ทั้งหมดของความรู้สึก รากเหง้าคือ
" ความเห็นแก่ตัว " ทั้งสิ้น
ในความเป็นจริง ส่วนใหญ่ของความรักระหว่างหนุ่มสาว มักแยกยากระหว่างรักแท้กับรักเทียม
เพราะมีทั้งให้และรับในสัดส่วนที่พอเหมาะและในเงื่อนไงที่ลงตัว บางครั้งเราก็อยากทำอะไรดีๆ
ให้กับคนที่เรารักโดยไม่หวังผลตอบแทน และหลายครั้งที่เราก็อยากให้แฟนแสดงความรัก
ความเอาใจใส่ในตัวเราบ้าง
ฝืนใจหน่อยน่ะ ทำไม่ได้เหรอ แค่นี้เอง แหมตัวเองก็
!
แม้กระนั้นรักของหนุ่มสาวก็ต้องมีกฎกติกามารยาท ต้องให้เกียรติกัน เคารพในสิทธิส่วนตัว
และความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง สิ่งใดที่เราปรารถนาให้คนรักตอบสนอง ต้องยอมรับ
การตัดสินใจหากเขาไม่พร้อม แทนการบังคับขืนใจให้จำยอม
ถ้าแฟนรักคุณ ให้เกียรติ
เอาใจใส่ สม่ำเสมอ
เขาเป็นคนหนึ่งในบัญชีรายชื่อคนที่คุณอยากร่วมชีวิต
แต่ถ้าแฟนชอบบังคับให้เราต้องฝืนใจทำตามใจเขาบ่อยๆ โดยไม่สนใจความรู้สึกว่า
เรามีความสุข ความพึงพอใจ ไม่เคยรับรู้หรือใยดีว่าเรากำลังอึดอัด ขัดใจและฝืนใจเต็มทน
คุณแน่ใจไหมครับว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเมื่อคุณทั้งสองใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในอนาคต
ประสบการณ์ของผู้เขียนบอกได้ว่า ถ้าพฤติกรรมใดไม่เปลี่ยนตั้งแต่เป็นแฟนกัน
โอกาสเปลี่ยนแปลงหลังแต่งงานกันแล้ว
ยากส์ !
อย่าปล่อยให้ความหลงใหลครอบงำใจให้ลังเล อย่าเสียดายเมื่อคิดจะตัดใจจากคนนั้น
หากความเห็นแก่ตัวของเขาอยู่เหนือความสามารถในการทานทนของคุณ การตัดสินใจเลิกลา
น่าจะถือเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต
ตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของตน ให้รางวัลแก่ตัวเองบ้างเมื่อทำงานสำเร็จ
รักตัวเองและแสดงความรักต่อตัวเองให้เป็น
คุณจะมีความสุขอย่างยิ่งในวันแห่งความรัก
โดยไม่ต้องมีใครมานั่งกุมมืออยู่ข้างๆ
(update 19 กันยายน 2001)
[ ที่มา...บทความเพศศึกษา คอลัมน์ " ติวรักให้เต็มร้อย "
นิตยสารกุลสตรี ฉบับต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2544 ]
|