มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

โรคภูมิแพ้



" คุณหมอครับ ผมเป็นหวัดมานานมาก ไม่หายซักที สงสัยจะเป็นโรคภูมิแพ้
กินกุ้งทีไร มีลมพิษขึ้นทุกที…
คุณหมอคะ ตอนนี้ลูกอายุ 1 ปีแล้ว มีผื่นที่แขน ขา เป็นๆ หายๆ มาตั้งแต่อายุ 3 เดือน คัน เอามือเกาจนเป็นแผล…
โรคหอบหืด เป็นภูมิแพ้ด้วยใช่ไหมครับ
"

คำถามเหล่านี้ เป็นคำถามที่แพทย์โรคภูมิแพ้ได้รับเป็นปกติทุกวันที่ออกตรวจโรค และตามสถิติที่มีการบันทึกไว้ก็พบว่า จำนวนผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เกือบทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วย จากการสำรวจของนายแพทย์พยนต์ บุญญฤทธิพงษ์ และนายแพทย์มนตรี ตู้จินดา เมื่อปี 2533 พบอัตราความชุกของโรคหอบหืด ในเด็กนักเรียนในกรุงเทพมหานคร เท่ากับร้อยละ 4.2 และอัตราความชุกของโรคแพ้อากาศ ในเด็กกลุ่มเดียวกันนี้มีจำนวนเท่ากับร้อยละ 17.9 เมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาในปี 2538 (5 ปีต่อมา) โดยนายแพทย์ปกิต วิชยานนท์ และคณะ ในกลุ่มเด็กนักเรียนจากกรุงเทพมหานครมากกว่า 7,000 คน ในปี 2538 พบอัตราความชุกของโรคหอบหืดเท่ากับร้อยละ 13 และของโรคแพ้อากาศเท่ากับร้อยละ 40

นักวิจัยในหลายๆ ประเทศพยายามหาสาเหตุว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ในประเทศนั้นๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างชัดเจนทั้งๆ ที่วิทยาการความรู้ต่างๆ ทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ยกตัวอย่างเช่น โรคติดเชื้อแบคทีเรีย นับตั้งแต่ อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง ค้นพบยาเพนนิซิลิน อัตราผู้ป่วยที่ตายจากโรคติเชื้อทั่วโลกก็ลดจำนวนลง หรือการค้นพบวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี ก็จะทำให้ผู้ป่วยมะเร็งในตับลดลงได้


มีสมมุติฐานหลายข้อที่นักวิจัยคิดว่าน่าจะมีผลต่อการเพิ่มจำนวนผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ได้แก่
1. ชีวิตในเมืองที่เปลี่ยนไป การย้ายถิ่นพื้นฐานเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่ บ้านที่ปิดทึบในเมืองหลวงมีการปูพรมทั้งบ้านใช้วัสดุบางอย่าง เช่น หมอน ขนเป็ด ทำให้เด็กได้รับสารก่อภูมิแพ้พวกไรฝุ่นตั้งแต่อายุน้อย

2. มลภาวะในอากาศ ซึ่งเกิดจากมลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ และมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ

3. บุหรี่ ในควันบุหรี่ประกอบด้วยสารพิษหลายชนิด ซึ่งมีทั้งสารก่อมะเร็ง และสารก่อความระคายต่อเยื่อบุทางเดินหายใจ ควันบุหรี่ที่ออกมาจากผู้สูบบุหรี่ที่เรียกว่า การสูบบุหรี่มือสอง (PASSIVE SMOKING) พบว่ามีปริมาณสารพิษในควันบุหรี่มากกว่า ควันที่ถูกสูดเข้าไปในตัวผู้สูบโดยตรงถึง 3-40 เท่า เด็กที่มีผู้ปกครองสูบบุหรี่ในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมารดาเป็นผู้สูบจะมีโอกาสเป็นโรคหอบหืดมากกว่าเด็กปกติถึง 2 เท่า และเด็กที่เป็นโรคหอบหืดอยู่แล้วจะมีอาการกำเริบและต้องใช้ยาควบคุมโรคหอบหืดมากขึ้น นอกจากนั้นแล้วเด็กยังมีโอกาสติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจมากกว่าเด็กปกติด้วย

4. นมแม่ เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดู ด้วยนมแม่อย่างเดียวจะมีโอกาส เป็นโรคหลอดลมหดตัวในวัยเด็กน้อยกว่าเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมผสม แต่ปัจจุบันด้วยความจำเป็นทางเศรษฐกิจหรือการขาดความรู้ความเข้าใจและความอดทน ทำให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองลดลง

5. อาหารที่ผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น การแช่แข็ง การปรุง แต่งสี กลิ่น รส การบริโภคอาหารจำพวกแป้ง ไขมันมากกว่าที่จะบริโภคพืช ผัก ผลไม้ ซึ่งจะทำให้ร่างกาย ได้รับปริมาณสารต่อต้านอนุมูลอิสระหรือแอนตี้ออกซิแดนซ์ลดลง ซึ่งนักวิจัย กำลังพยายามพิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้หรือไม่

โรคภูมิแพ้ที่พบบ่อยในคลินิกโรคภูมิแพ้ได้แก่
  • โรคจมูกอักเสบจากการแพ้หรือโรคแพ้อากาศ (ALLERGICRHINITIS) มักพบในเด็กโตจนกระทั่งผู้ใหญ่
  • โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ที่ผิวหนัง (ATOPIC DERMATITIS) ซึ่งมักจะมีอาการตั้งแต่เด็ก
  • ลมพิษ ซึ่งเกิดได้ทุกอายุ
  • การแพ้ยา
    ฯลฯ


ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ ได้แก่
1. พันธุกรรม ถึงแม้ว่า ประมาณ 10-20% ของเด็กจะเป็นโรคภูมิแพ้ได้ โดยที่พ่อแม่ไม่เป็นก็ตาม แต่ถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้ 1 คน ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ 50% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 70% ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ทั้งคู่
2. สิ่งแวดล้อม ทั้งภายในบ้านและภายนอกบ้าน ภายในบ้านก็จะมีตัวไรฝุ่น สัตว์เลี้ยงต่างๆ แมลงสาบ เชื้อรา ส่วนภายนอกบ้านก็ได้แก่ เกสรของหญ้า พืชบางชนิด ต้นไม้ เชื้อราในอากาศ สิ่งเหล่านี้ ถ้าเด็กได้รับตั้งแต่อายุน้อยๆ และเป็นเวลานานๆ ก็จะเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ได้
3. มลภาวะ
4. บุหรี่

การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ที่ได้ผลดี คงต้องอาศัยความร่วมมือ ระหว่างแพทย์ผู้ดูแลตัวผู้ป่วยและผู้ปกครอง โดยแพทย์มีหน้าที่ให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องโรค ว่าต้องใช้เวลาในการดูแลรักษานาน ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องยาที่ใช้ เรื่องการป้องกัน โดยดูแลสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปราศจากสารก่อภูมิแพ้ ส่วนผู้ป่วยก็ต้องเข้าใจเรื่องโรค ยาที่จำเป็นต้องใช้ พยายามหลีกเลี่ยงจากสารก่อภูมิแพ้

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ผู้ปกครองก็ต้องเข้าใจเรื่องโรคและโรคแทรกซ้อน คอยดูแลเรื่องการใช้ยา

ในอนาคต นักวิจัยอาจจะค้นพบวิธีที่จะทำให้เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับโรคภูมิแพ้ ไม่มีปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้ ก็จะทำให้โรคภูมิแพ้ค่อยๆ ลดลงและหมดไปได้



โรคภูมิแพ้ คือ สภาวะที่ภูมิต้านทานของร่างกายทำงานตอบโต้ไวเกินไป ต่อสิ่งที่ไม่น่ามีอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ เช่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ เป็นต้น ถ้าเราลองสมมุติให้ร่างกายของมนุษย์เป็นประเทศหนึ่งมีเขตแดนหรือด่านต่างๆ ที่สิ่งแปลกปลอมต่างๆ จะเข้าสู่ร่างกาย ได้แก่ ทางผิวหนัง ทางตา ทางจมูก ทางปาก ระบบป้องกันอันตรายของร่างกายก็จะมีตั้งแต่

ด่านแรก คือผิวหนังที่สมบูรณ์สุขภาพดีไม่มีบาดแผล ไม่มีการอักเสบ เมือกต่างๆ ที่อยู่ในจมูก ปาก ทางเดินอาหาร

ด่านสอง คือ เซลล์ต่างๆ ที่อยู่ใต้ผิวหนังในเยื่อบุจมูก ในเยื่อบุลำไส้ ทำหน้าที่คล้ายกับเป็นนายด่านคอยระวังสิ่งแปลกปลอม ถ้าสิ่งแปลกปลอมผ่านมาได้ เซลล์ในด่านที่สองจะทำหน้าที่รายงานไปยังกองกำลังทหารอันได้แก่ เม็ดเลือดขาว ซึ่งจะทำหน้าที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมที่มีอันตราย เช่น เชื้อโรคต่างๆ แต่ถ้าเป็นสิ่งแปลกปลอม ที่ไม่น่าจะมีอันตราย เช่น เกสรดอกไม้ ในคนปกติก็จะไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ในคนที่เป็น โรคภูมิแพ้ เซลล์ต่างๆ จะทำงานมากขึ้นกว่าปกติ เกิดการอักเสบมีการกระตุ้นไปยังเซลล์อื่นๆ อีก และเมื่อได้รับสิ่งแปลกปลอมอันเดิมซ้ำเรื่อยๆ สุดท้ายจะเกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงจนมีอาการ ของโรคภูมิแพ้เกิดขึ้น ผู้ป่วยอาจแพ้เพียงอย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ได้ ถ้าแพ้อย่างเดียว บนเซลล์ที่รับผิดชอบเรื่องโรคภูมิแพ้ก็จะมีตัวรับคล้ายๆ เสาอากาศบนผิวแบบเดียว แต่ถ้าแพ้หลายอย่างบนเซลล์จะมีเสาอากาศหลายๆ แบบ เมื่อเซลล์เหล่านี้ได้พบสาร ก่อภูมิแพ้ที่จำเพาะเจาะจงกับเสาอากาศก็จะเกิดการกระตุ้นให้เซลล์เหล่านี้ และเปลี่ยน สารต่างๆ ออกมาอย่างมากมาย สารเหล่านี้ก็จะมีผลต่อจมูก ตา ผิวหนังทำให้เกิดอาการต่างๆ แบบเฉียบพลัน นอกจากนั้นแล้วยังเกิดการอักเสบแบบเรื้อรังไปเรื่อยๆ ด้วย


(update 29 ตุลาคม 2001)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 1 มกราคม 2544]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600