
ก็ " ตรงนั้น " ของผู้หญิงเราแสนจะบอบบางนี่นา
ถ้าเกิดเป็นแผลหรือเป็นสิวขึ้นมา คงแย่เลย ไม่รู้จะต้องดูแลรักษากันยังไงด้วย
เฮ้อ
เรื่องที่คุยวันนี้ดูเหมือนจะดุเดือดถึงขั้นเลือดตกยางออกนะครับ แถมยังเกิดขึ้นได้ง่าย
กับผู้หญิงหลายๆ คน ก็เนื้อเยื่อแถวๆ นี้มันไม่ได้หนาทนทานแบบหนังแรดนี้ครับ
ตรงกันข้ามมันแสนจะบอบบาง ยิ่งกว่าผิวหนังเด็กแรกเกิดเสียอีก แต่ในชีวิตจริง
ช่องคลอดกลับเป็นส่วนที่ต้องทนรองรับการเสียดสีมากที่สุด เอ
แล้วเป็นอย่างนี้ได้อย่างไรนะ
ถ้าเป็นผิวหนังส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่ต้องโดนการเสียดสีบ่อยๆ เช่น แถวๆ ตาตุ่ม
ฝ่าเท้า ส้นเท้า ผิวหนังตรงนั้นก็จะหนาด้านกว่าส่วนอื่นๆ ดีไม่แถมมีตาปลาขึ้นมาอีกต่างหาก
แต่ช่องคลอดกลับไม่หนาด้านจนเป็นตาปลา ก็เพราะธรรมชาติแสนรู้ของเรานี่เอง
ที่ทำให้ช่องคลอดมีความยืดหยุ่นได้ดี ผิวของเยื่อบุช่องคลอดก็มีการหลุดลอกออกไปแล้ว
สร้างขึ้นมาใหม่เร็วกว่าผิวหนังส่วนอื่นๆ แต่ที่สำคัญที่สุดก็เพราะช่องคลอดระหว่างใช้งาน
จะมีน้ำมูก น้ำหล่อลื่นเป็นตัวช่วยลดการเสียดสี ลองไม่มีน้ำหล่อลื่นสิครับ คงรู้สึกเหมือน
งูถูกรูดด้วยใบข่อย แบบเดียวกันอย่างงั้นเลยล่ะ
มาเข้าเรื่องกันดีกว่าว่า " ตรงนั้น " มันจะเป็นแผลไปได้ยังไง๊
ที่จริงมันมีสาเหตุมากมาย แต่ที่เป็นกันได้บ่อยๆ มาจากการมีเพศสัมพันธ์นี่แหละ
อยู่คนเดียวเฉยๆ มันไม่เป็นแผลกันง่ายๆ หรอกครับ การมีเพศสัมพันธ์
ก็ต้องมีการเสียดสีเกิดขึ้น ซึ่งจุดที่ต้องโดนเสียดสีมากที่สุดก็คือ ขอบล่างของปากช่องคลอด
แผลที่เกิดขึ้นจะดูเหมือนเป็นรอยปริเล็กๆ หลายๆ รอย หรืออาจเป็นรอยถลอก
เป็นแนวตามการเสียดสี โดนน้ำแล้วแสบน่าดู ส่วนใหญ่จะหายเองได้ครับ
แต่ก็ต้องพักยาวกันหน่อย ไม่พักก็ต้องพักแหละครับ เพราะหากแผลยังไม่หาย
ยุ่งกันไม่ไหวหรอก มันเจ็บจนแทบอ้าขาไม่ออกเลยเชียว
ถ้าไม่มีการอักเสบแทรกซ้อนขึ้นมาก็มักหายได้เองในเวลาไม่ถึงอาทิตย์
แต่ถ้าแผลที่ว่าเกิดบวม แดง เจ็บมากขึ้น ก็อาจมีอาการอักเสบติดเชื้อ
แบบนี้ต้องไปหาหมอสถานเดียว
มาดูกันดีกว่าว่าคนอื่นเขายุ่งกันไม่เห็นจะเป็นแผลเลย แล้วรายที่เป็นแผล
มันมีอะไรเกิดขึ้น
อย่างแรกเลยก็เพราะไม่มีน้ำหล่อลื่นอย่างที่บอกไว้ตอนต้นนั่นเอง
ทำให้มีการเสียดสีกันมาก โดยเฉพาะตรงขอบล่างของปากช่องคลอด การเสียดสีแห้งๆ
นี้จะทำให้เกิดอาการแสบพองหรือปริเป็นแผลเล็กๆ ที่น้ำหล่อลื่นน้อยก็มีเหตุได้หลายอย่าง
แต่ที่สำคัญก็คือฝ่ายหญิงไม่มีอารมณ์ร่วมในกิจกรรมนี้ อาจเป็นเพราะความกลัว
การมีเพศสัมพันธ์ ขาดการเล้าโลมที่ดี หรือสามีไม่มีฝีมือก็ว่าได้ หรือบางคนเจ็บ
เป็นแผลอยู่เป็นกิจวัตร คราวนี้เลยกลัวว่ามันจะเจ็บอีก พอกลัวก็เลยไม่มีอารมณ์ร่วม
น้ำหล่อลื่นก็ไม่มี เลยเจ็บสมกับที่คาดหวังไว้ พอเจ็บก็เลยกลัว เป็นกงกรรมกงเกวียน
อย่างนี้ตลอด
อย่างในรายที่ถูกข่มขืน พอเกิดคดีความแล้ว ตำรวจก็ต้องส่งมา
ให้หมอชันสูตรบาดแผลทุกครั้งไป ซึ่งเวลาถูกข่มขืนมันไม่มีอารมณ์ร่วมหรอกครับ
กลัวก็กลัว ไม่รู้เสร็จแล้วมันจะปาดคอทิ้งหรือเปล่า น้ำหล่อลื่นก็มักจะไม่ค่อยมี
เลยทำให้เกิดร่องรอยบาดแผลเสียเป็นส่วนใหญ่
ในรายที่สามีไม่มีฝีมือ หรือไม่มีมูกเพราะไม่มีอารมณ์ร่วม หมอจะให้ใช้น้ำหล่อลื่นเทียม
หรือภาษาหมอเขาเรียกว่า " K-Y Jelly " ช่วยทาหล่อลื่น
บริเวณปากช่องคลอดก่อน แล้วก็สามารถทำกิจกรรมกันได้สบายขึ้น ตอนจบก็ไม่เป็นแผล
เลยแฮปปี้เอ็นดิ้ง วันหลังก็ใช้อย่างนี้อีกสองสามครั้งจนรู้สึกว่ามีความสุขกับมันจริงๆ
ไม่ต้องกลัวความเจ็บอีกต่อไป คุณจะสามารถลบความฝังใจที่ว่า ยุ่งแล้วเจ็บออกไปได้เอง
ถึงตอนนั้นเมื่อมีอารมณ์ร่วมก็จะมีน้ำหล่อลื่นตามธรรมชาติของแท้ออกมาเอง
ไม่ต้องพึ่ง K-Y Jelly อีก
นอกจากนี้ การมีแผลที่ " ตรงนั้น " อาจเกิดขึ้นได้จากความมือบอนของตัวเอง
ก็ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ไว้เล็บยาวๆ พอถึงเวลาถ่ายหนักถ่ายเบา
อาบน้ำชำระล้างก็ต้องทำความสะอาดของสำคัญกับทุกคน แต่ผู้หญิงสมัยนี้รักสวยรักงาม
ไว้เล็บยาวๆ ทาเล็บสีสวยๆ ที่นี้เวลาเข้าห้องน้ำต้องล้างทำความสะอาดเอง
จะให้คนอื่นล้างให้ก็ไม่ได้ เล็บยาวๆ ก็จะไปเกี่ยวโน่นเกี่ยวนี่เป็นแผลได้
อยากจะสวยคงต้องระวังกันหน่อยนะครับ
แผลที่ " ตรงนั้น " อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ นอกจากนี้ได้ แต่คราวนี้
มักเกิดจากการอักเสบ หรือมีเชื้อโรคเป็นสาเหตุสำคัญ เจ้าเชื้อโรคที่ว่ามีตั้งแต่เชื้อเด็กๆ
ไปจนถึงพวกเชื้อโรคที่รุนแรงเลยล่ะครับ
เชื้อที่ว่านี้ตัวอ่อนสุดก็เป็นเชื้อโรคที่ชอบอยู่ตามผิวหนังเรานี่เอง สาวๆ แตกเนื้อสาว
ฮอร์โมนออกมาเยอะก็เลยทำให้มีสิวตามหน้า ใบหน้าเราก็จะมีรูขุมขน ต่อมไขมันอยู่มากมาย
แถวๆ ปากช่องคลอดแถวเนินหัวหน่าวก็จะมีรูขุมขน รูต่อมไขมันอยู่มากมายไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
แถมแถวเนินหัวหน่าวยังเป็นแหล่งรวมความสกปรก เวลาเหงื่อไหลไคลย้อย
ก็จะไหลลงมาตามร่างกาย สุดก็มากองรวมกันแถวหัวหน่าวกับซอกขาหนีบ
แถวตรงนี้ก็เลยมีความสกปรกมากกว่าใบหน้าเสียอีก รวมกับความอับชื้น
เลยทำให้บริเวณนี้เป็นสิวหรือฝีเกิดขึ้นที่รูขุมขนได้ง่าย เวลาเป็นมักจะเป็นมากกว่าที่อื่นๆ
ก็เนื้อที่อื่นๆ มันค่อนข้างจะตึงแข็ง แต่เนื้อเยื่อแถวอวัยวะเพศมันจะอ่อนนุ่มกว่า
สิวจะขยายได้กว้างกว่า กว่าสิวจะแตกก็ระบมแดงเถือกไปหมดเลยล่ะ
ดังนั้นเมื่อเริ่มมีสิว หรือฝีเกิดขึ้นที่บริเวณนี้บ่อยๆ ก็ควรไปพบแพทย์
ตั้งแต่เมื่อเริ่มเป็นไม่มาก ซึ่งมักจะได้รับยาปฏิชีวนะมาทาน การอักเสบจะไม่ค่อยขยายวงกว้าง
และจะหายได้ในเวลาไม่นานนัก นอกจากนั้นควรเปลี่ยนสบู่เป็นชนิดที่สามารถ
ฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามผิวหนังได้ด้วย เพื่อลดจำนวนเชื้อที่ทำให้เกิดโรคลงบ้าง
ที่สำคัญต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดร่างกาย โดยเฉพาะส่วนสำคัญต้องล้างให้เนี้ยบ
แค่นี้ " ตรงนั้น " ก็บอกลาสิวไปได้อีกนาน
แผลแถวนี้ถ้าอยู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุไม่ควรวางใจนะครับ
แผลที่เกิดขึ้นอาจเป็นแผลที่เกิดจากกามโรคก็ได้ กามโรคที่ทำให้เกิดแผลก็มีตั้งหลายชนิด
อย่างเช่น ซิฟิลิส แผลริมอ่อน เริม สมัยก่อนโรคเหล่านี้มีให้เห็นกันบ่อยๆ แต่ดีที่เดี๋ยวนี้
มีโรคเอดส์เอาไว้ปราบเซียน เป็นแล้วไม่หาย ตายเร็วนิดหน่อย ผู้ชายที่ชอบซุกซนก็เลยหัวหด
ไม่ค่อยไปใช้บริการกันพร่ำเพรื่อ หรืออย่างน้อยก็มีการป้องกันอย่างดี ทำให้กามโรคเหล่านี้ลดลง
จนเกือบสูญพันธุ์ไปเลยทีเดียว
ซิฟิลิส เป็นโรคเก่าแก่ มีมาตั้งแต่สมัยโรมัน อียิปต์โบราณโน่น โรคนี้ทำให้เกิด
แผลที่เรียกว่าแผลริมแข็ง แผลที่ว่านี้มักไม่เจ็บนะครับ ก็เลยตายใจ นึกว่าเป็นแผลธรรมดา
ไม่มีปัญหาอะไร แผลจะเป็นอยู่ประมาณ 1-5 สัปดาห์แล้วก็หายไปเอง แต่ปรากฏว่า
อีกเดือนต่อมามีผื่นแดงๆ เล็กๆ ขึ้นกระจายไปทั้งตัว ตอนนี้แหละที่เขาเรียกว่า " ออกดอก "
ส่วนใหญ่จะไปหาหมอก็ตอนนี้แหละ เจาะเลือดออกมาจะพบว่าเป็นเลือดบวก
รักษาไม่ยาก
ฉีดยาก็หาย แต่ก็ต้องตรวจติดตามการรักษากันนานหน่อย
รู้จักแผลริมแข็งแล้วก็ต้องรู้จักแผลริมอ่อน แผลริมอ่อนนี่เจ็บอย่าบอกใครเชียว
เดินไม่ได้ นั่งก็ไม่ได้ แถมแผลดูน่ากลัวกว่าด้วย แผลที่ว่าค่อนข้างลึก มีน้ำเหลือง
มีหนอง ดูสกปรก ตรงส่วนที่ประกบกับแผลก็มักจะเป็นแผลด้วย
แผลดูน่ากลัว
แต่ก็รักษาไม่ยาก แถมหายเร็วอีกต่างหาก ขอให้รีบไปหาหมอแต่แรกก็พอ
แผลสุดท้ายที่ต้องทนอยู่กับมันจนเป็นเพื่อนกันไปเลย เพราะรักษาไม่หายขาด
วันดีคืนดีก็โผล่มาให้รำคาญใจ ก็แผลที่เกิดจาก "เริม" นั่นเองครับ เริมเกิดจากเชื้อไวรัส
เวลาติดเชื้อจะทำให้เกิดการอักเสบ เป็นแผลแสบร้อน ทรมานมาก บางคนบอก
เหมือนถูกธูปจี้ แค่คิดขังขนลุกเลย แผลที่เกิดขึ้นจะเป็นตุ่มน้ำพองใสก่อน พอตุ่มน้ำแตก
จะดูเหมือนแผลร้อนในเวลาเราเป็นที่ปาก โดนน้ำแล้วแสบมาก เป็นแผลอยู่ประมาณ
5-10 วันก็จะดีขึ้น แต่เชื้อไม่ได้หายไปไหนนะครับ หากเราพักผ่อนน้อย เครียด
ร่างกายอ่อนแอ เจ้าเชื้อชั่วไม่ยอมตายก็จะสำแดงเดช ปรากฏอาการออกมาได้อีก
เป็นๆ หายๆ ไปจนกว่าจะตายกันไปข้างเลยล่ะ
ดูแล้ว " ตรงนั้น " สามารถเป็นแผลได้ทั้งเรื่องเล็ก มีทั้งเรื่องใหญ่
แต่ถ้าไม่ชัวร์ก็ควรไปหาคุณหมอดีกว่าครับ ดีกว่ามั่วนิ่มรักษากันเอง เพราะบางที
อาจเป็นมาก รักษายาก ที่สำคัญหากเป็นแผลไม่ว่าจะเพราะอะไรก็คงต้องหยุดเรื่องอย่างว่า
ไว้ก่อนนะครับ รักษากันหายแล้วค่อยมาเบิกย้อนหลัง จะได้แฮปปี้เอ็นดิ้งกันทั้งสองฝ่าย
(update 3 พฤศจิกายน 2001)
[ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 6 ฉบับที่ 68 มิถุนายน 2544 ]
|