|

นพ.ชุมศักดิ์ พฤกษาพงษ์
- ภาวะหมดประจำเดือนคืออะไร ? (Menopause)
ชื่อภาษาไทยของภาวะนี้บ่งบอกชัดเจนว่าคือ ภาวะที่ประจำเดือนหยุดมาอย่างถาวร
แต่ไม่ใช่วันที่นึกอยากจะกำหนดนัดก็เขียนขึ้นปฏิทินเลย เพราะปรากฏการณ์นี้
ค่อยเป็นค่อยไปมาตั้งแต่ย่างผ่านวัย 30
ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิง จะมีปฏิสัมพันธ์ของฮอร์โมนที่ผลิตจากรังไข่
และต่อมใต้สมองเพื่อควบคุมการตกไข่ในแต่ละเดือน ฮอร์โมนเพศสตรี 2 ชนิด
ที่รู้จักกันดีที่สุดคือ
เอสโตรเจน (Estrogen)
โปรเจสเตอโรน (Progesterong)
พอผู้หญิงผ่านเลยวัย 30 ปีแล้ว ความเจริญพันธุ์จะเริ่มลดลง เพราะว่ามีไข่
ที่ยังเหลืออยู่ในรังไข่น้อยลง ปริมาณการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนก็ลดลง
ทำให้ไข่มีโอกาสปฏิสนธิน้อยลง
การที่ฮอร์โมนเพศมีการผลิตที่ไม่คงที่แน่นอนนี่เอง ก่อให้เกิดอาการตามมาหลายอย่าง
เช่น ประจำเดือนมาไม่เป็นเวลา นอนไม่ค่อยหลับ อารมณ์แปรปรวนและอาการร้อนวูบวาบ
(Hot Plashes)
- ประจำเดือนหมด หมายถึงแก่ชราหรือ ?
ที่จริงก็ใช่ เพียงแต่เป็นความแก่ชราของระบบสืบพันธุในร่างกายของหญิง
ที่หมดประจำเดือน แต่ไม่ใช่ว่าภาวะหมดประจำเดือนเป็นสาเหตุของความแก่ชรา
- จะรู้ได้อย่างไรว่าประจำเดือนหมดแน่ ?
ที่จริงคำตอบค่อนข้างจะชัดเจนคือ ประจำเดือนหยุดมา แต่ก่อนหน้าที่จะหยุดไปเลยนั้น
บางทีมาๆ หยุดๆ ไม่แน่ไม่นอน ถ้าจะใช้วิธีทดสอบ ทางการแพทย์ก็พอจะมีให้เลือกใช้อย่างเช่น
การตรวจที่เรียกว่า FSH Test (Follicle Stimulating Hormone Test) ซึ่งเป็นการตรวจวัด
ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงถือเป็นการเริ่มเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
หรือจะใช้การตรวจแป๊บ (Pap Smear) ซึ่งวัดผลของเอสโตรเจนต่อเนื้อเยื่อของช่องคลอด
แต่จะไม่แม่นยำเท่าการตรวจแรก แต่ส่วนใหญ่ไม่ต้องอาศัยการตรวจให้เสียเงินเปล่าๆ
ทิ้งไว้สักปี 2 ปี ก็รู้หมู่จ่าแล้วว่า ประจำเดือนหมดแน่ไหม ?
- ภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis)
เป็นโรคของกระดูกที่เกิดจากกระดูกบอบบางลง มีรูพรุนมากขึ้นและอ่อนแอลง
โดยในระยะต้นๆ จะไม่ก่ออาการเป็นเวลานาน ถึง 30-40 ปี ก็มี
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่วงการแพทย์สังเกตพบว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยปกป้อง
คุ้มครองไม่ให้ผู้หญิงเป็นโรคหัวใจ พอประจำเดือนหยุดมา โรคหัวใจจะเริ่มถามหา
ระดับเอสโตรเจนที่ลดลงทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเยื่อบุท่อปัสสาวะบางลง และความแข็งแรง
ของกระเพาะปัสสาวะลดลง เกิดอาการปัสสาวะแสบ กลั้นปัสสาวะไม่ได้หรือทางเดินปัสสาวะติดเชื้อง่ายๆ
น้ำหนักขึ้น อัตราการเผาผลาญสารอาหารในร่างกายหญิงวัยหมดประจำเดือนจะลดลง
ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่ายโดยเฉพาะบริเวณรอบเอว (อ้วนแบบลงพุง)
วิธีช่วยคือ จัดสรรอาหารประจำวันให้สมดุลและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
หรืออาจช่วยได้ด้วย HRT
HRT คือมาตรการช่วยให้หญิงวัยหมดประจำเดือนพ้นสภาพที่ได้รับความกระทบกระเทือน
จากการที่ร่างกายขาดฮอร์โมนเพศทั้งเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน
- ความเสี่ยงของ HRT ต่อการเกิดมะเร็ง
พูดง่ายๆ ว่า ใช้ HRT แล้วระวังมะเร็งถามหา
จริงๆ แล้วถึงจะถามหาก็มีโอกาสน้อยมาก
อย่างเช่นถ้าให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเดี่ยวๆ ไปนานๆ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด
มะเร็งที่เยื่อบุมดลูก (ในกรณีที่ยังมีมดลูกอยู่) ได้ราว 10-20%
ด้วยเหตุนี้ หมอจึงเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสติน ควบกับเอสโตรเจนเพื่อไปคุ้มครองมดลูก
และพบว่า ความเสี่ยงต่อมะเร็งมดลูกลดต่ำกว่าคนไม่กินฮอร์โมนเสียอีก
ปัญหาที่ว่าเอสโตรเจนเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม จริงๆ แล้วก็ยังไม่แน่นอน
เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ตัวเอสโตรเจนเองไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่ถ้ามีเซลล์มะเร็งอยู่แล้ว
เอสโตรเจนจะทำให้มะเร็งเจริญเติบโตเร็วขึ้น
ข้อมูลล่าสุด คือ ถ้าใช้เอสโตรเจนไม่เกิน 10 ปี ความเสี่ยงที่ว่านั้นมีน้อยมาก
(update 17 ตุลาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 8 สิงหาคม 2544 ]
|