ผศ.นพ.ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร

ผู้หญิงเราคุ้นเคยกับตกขาวอยู่แล้ว แต่เมื่อตั้งครรภ์แล้ว ตกขาวมาเยือนผิดปกติ
อย่างนี้อันตรายหรือเปล่า
ตกขาว ได้ยินแล้วทุกคนคงคิดว่าเป็นอาการผิดปกติแน่นอน อีกทั้งกังวลไปต่างๆ
นานาด้วยว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไรมีการติดเชื้ออะไรรุนแรงมากมายหรือเปล่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการตกขาวนั้นเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่จะยิ่งกังวลว่า
จะมีผลต่อเนื่องไปถึงการตั้งครรภ์ หรือส่งผลต่อลูกน้อยหรือไม่ เรามาดูกันครับ
ช่วงใกล้คลอดนั้น อยากจะเตือนคุณแม่สักหน่อยครับ ในเรื่องของการมีมูก
หรือน้ำออกมาทางช่องคลอด ซึ่งลักษณะอาจคล้ายกับการมีตกขาวปกติ แต่จริงๆ แล้ว
อาจไม่ใช่ตกขาวก็ได้นะครับ รวมทั้งไม่ใช่เรื่องของการอักเสบติดเชื้ออีกด้วย
สิ่งที่ออกมานั้นไม่ว่าเป็นมูกหรือน้ำ อาจเป็นอาการเริ่มแรกของการเจ็บท้องคลอดก็ได้
ซึ่งคุณแม่ควรรีบมาโรงพยาบาลนะครับ เมื่อเริ่มมีการเจ็บท้อง ปากมดลูกก็จะเริ่มเปิด
ทำให้มูกซึ่งอุดอยู่บริเวณนั้นหลุดออกมา ในบางรายอาจมีเลือดปนมาด้วยก็ได้
ส่วนกรณีที่มีน้ำออกมาก็เป็นได้ว่าคุณแม่มีน้ำเดินแล้วล่ะครับ โดยอาจมีอาการ
เจ็บครรภ์ร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้
แม้ว่าโดยปกติแล้ว เวลามีน้ำเดินมักเป็นน้ำใสๆ ไหลออกมาเป็นปริมาณมาก
เหมือนเวลาปัสสาวะราดนั่นแหละครับ แต่บางกรณีน้ำอาจจะค่อยๆ ออกมาทีละน้อยก็ได้
บางกรณีอาจเหมือนมีตกขาวมากกว่าปกติ แต่เหลวใสคล้ายน้ำก็ได้ ในกรณีน้ำเดินนั้น
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลเพราะถ้าปล่อยไว้นานอาจเกิดการติดเชื้อลุกลาม
เข้าไปในโพรงมดลูกได้ ซึ่งถ้าร้ายแรงอาจเป็นอันตรายได้ต่อทั้งคุณแม่และลูกครับ
ถ้ามีลักษณะอาการที่ว่านี้ ไม่ว่ามูกหรือน้ำออกมาทางช่องคลอดในช่วงใกล้คลอด
ต้องรีบไปพบแพทย์นะครับ
จริงๆ แล้ว การมีตกขาวนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมชาติของผู้หญิงทุกคนครับ
เนื่องจากในบริเวณช่องคลอดและปากมดลูกนั้น จะมีการสร้างสารคัดหลั่งเพื่อหล่อเลี้ยง
และหล่อลื่นช่องคลอดอยู่ตลอดเวลา สารคัดหลั่งเหล่านี้แหละครับที่คุณผู้หญิงทุกคนมี
และถือว่าเป็นตกขาวที่ปกติครับ
ลักษณะของตกขาวปกตินั้นจะเป็นมูกใส หรือขาวขุ่นคล้ายแป้งเปียกปริมาณไม่มากนัก
อาจมีทุกวัน วันละเล็กน้อยก็ได้ ถือว่าปกติครับ เรื่องของลักษณะและปริมาณของตกขาวนั้น
ขึ้นกับอิทธิพลของฮอร์โมนในร่างกายด้วยครับ ในช่วงที่ยังไม่ตั้งครรภ์ คุณแม่อาจเคยสังเกต
ว่าลักษณะและปริมาณของตกขาวนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามรอบประจำเดือน
โดยเฉพาะในช่วงกลางรอบประจำเดือน หรือช่วงไข่ตกนั้น ตกขาวจะเป็นมูกใส เหนียว
ยืดได้ดี และมีปริมาณมากขึ้นกว่าในช่วงอื่นๆ ก็เป็นผลจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง
ช่วงที่ตั้งครรภ์ก็เช่นเดียวกันครับ ช่วงนี้ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะ
โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศหญิงจะสูงขึ้นกว่าตอนไม่ตั้งครรภ์มาก ซึ่งแน่นอนว่ามีผลต่อลักษณะ
และปริมาณของตกขาวปกติด้วย คุณแม่คงพอจะเดาได้นะครับว่าช่วงที่ตั้งครรภ์นั้น
จะมีตกขาวออกมาปริมาณมากกว่าปกติ แต่ก็ถือว่าเป็นปกติครับ ฟังดูแล้วอาจสับสน
บ้างเล็กน้อยนะครับ "มากกว่าปกติ" แต่ "ปกติ" แต่ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ คือจะมีตกขาว
ที่เป็นปกติออกมามากกว่าเดิมครับ
การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในช่วงตั้งครรภ์นี้แหละครับที่ทำให้คุณแม่หลายคน
เกิดความกังวลใจ คิดว่าเกิดความผิดปกติขึ้นกับตัวเอง และบางรายอาจกังวลไปถึงว่า
จะมีผลต่อลูกในท้องอีกด้วย คุณแม่บางรายจะบ่นให้คุณหมอฟังเกือบทุกครั้งที่มาฝากครรภ์
แต่พอตรวจแล้วก็ปกติทุกที แต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี "ปกติ" ก็คือปกติแหละครับ
ไม่มีอะไรผิดปกติทั้งสิ้นไม่ว่ากับตัวคุณแม่เองหรือลูกในท้อง ทราบอย่างนี้แล้ว
คงจะสบายใจขึ้นมาบ้างนะครับ
แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ต้องสนใจตัวเองโดยเฉพาะเรื่องตกขาวระหว่างตั้งครรภ์เลยนะครับ
ที่ควรจะต้องคอยดูแลตนเอง ก็คือ คอยสังเกตว่าตกขาวที่ออกมานั้นมีลักษณะเปลี่ยนแปลง
ไปจากเดิมหรือไม่ อย่างไร หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น คันบริเวณช่องคลอด
หรือมีปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย ฯลฯ
อาการต่างๆ เหล่านี้ถ้าเกิดขึ้น ก็ถือว่าผิดปกติแล้วครับ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ
ที่พบได้บ่อยก็คือ การอักเสบติดเชื้อของบริเวณช่องคลอดหรือปากมดลูกนั่นเอง
ซึ่งก็เกิดขึ้นได้บ่อยพอสมควรระหว่างตั้งครรภ์ แต่มักไม่รุนแรงและไม่ได้ก่อให้เกิด
ผลเสียร้ายแรงต่อทั้งคุณแม่และลูกในท้อง แต่ก็ต้องรีบไปพบแพทย์นะครับ
เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป
|
ตกขาวผิดปกติเพราะติดเชื้อ
|
|---|
การอักเสบติดเชื้อของช่องคลอดและปากมดลูกที่ว่ามานั้นพบได้บ่อยๆ ก็คือ
การอักเสบติดเชื้อจากเชื้อรา เชื้อพยาธิในช่องคลอด และเชื้อแบคทีเรีย
โดยเฉพาะการอักเสบของช่องคลอดจากเชื้อรานั้นพบได้บ่อยมาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง
ของช่งอคลอดระหว่างตั้งครรภ์นั่นเองที่ทำให้สภาพต่างๆ เหมาะกับการเจริญเติบโต
ของเชื้อรามาก ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
ลักษณะของตกขาวนั้นจะมีปริมาณมาก เป็นสีขาวหรือเป็นก้อนเล็กๆ สีขาก็ได้
ที่สำคัญคือมักมีอาการคันบริเวณช่องคลอดหรือบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกร่วมด้วย
ส่วนการอักเสบติดเชื้อพยาธิในช่องคลอดนั้น เกิดจากเชื้อพยาธิตัวเล็กๆ ซึ่งเป็นคนละชนิด
กับพยาธิลำไส้นะครับ ลักษณะของตกขาวนั้นมักเป็นสีเหลืองๆ หรือเขียวๆ บางรายอาจออกมามาก
และคล้ายเป็นฟองอีกด้วย ส่วนอาการที่เกิดร่วมด้วยนั้นก็คล้ายกับการติดเชื้อรา
คือมักมีอาการคันอย่างมากบริเวณช่องคลอดและอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก คุณแม่บางคนพอคันมากๆ
ก็ต้องเกาครับ พอเกามากๆ เข้าเกิดเป็นแผลถลอกเลยก็มี เกาเพลินไปหน่อย รุนแรงไปนิด
แหม
ก็มันคันนี่นา ไม่เกาก็ไม่หายคันใช่ไหมครับ
ส่วนการอักเสบติดเชื้อจากแบคทีเรียนั้น อาการมักไม่ชัดเจนเหมือนเชื้อราหรือเชื้อพยาธิ
แต่มักมีตกขาวออกมามาก อาจมีสีเหลืองหรือเทาๆ ข้นๆ เหนียวๆ ทำนองนั้น อาจมีกลิ่นเหม็น
ผิดปกติร่วมด้วยก็ได้ อาการอื่นอย่างแสบร้อนหรือคันบริเวณช่องคลอดก็พบได้เช่นกันครับ
ในการจะบอกว่าติดเชื้อชนิดใดโดยอาศัยอาการที่คุณแม่เล่าคงจะไม่พอ
ไม่อาจทราบว่าจริงๆ แล้วตกขาวผิดปกตินั้นเกิดจากเชื้ออะไร การรักษาเชื้อแต่ละชนิดนั้น
ก็ไม่เหมือนกันอีกด้วย จึงจำเป็นต้องตรวจภายในเพื่อเอาตัวอย่างของตกขาวไปตรวจดู
ด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือย้อมเชื้อดู จึงจะทราบว่าตกขาวนั้นเกิดจากเชื้อชนิดใดกันแน่
จากนั้นจึงจะให้การรักษาได้ถูกต้องครับ
การรักษานั้นก็ไม่ยุ่งยากมาก และมักหายขาดครับ โดยทั่วไปแพทย์มักจะให้
ยาเหน็บช่องคลอด หรือยาไปรับประทานต่อเนื่องสักระยะหนึ่งเท่านั้นก็หายขาดได้
แต่ไม่ใช่ว่าหายแล้วหายเลยนะครับ อาจกลับมาเป็นใหม่อีกได้ ไม่ใช่คุณหมอรักษา
ไม่ดีหรอกครับ
ก็ตั้งครรภ์ตั้ง 9 เดือนนี่ครับ มีโอกาสเป็นซ้ำกันได้บ้างไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ตาม ขอย้ำอีกครั้งครับว่าการอักเสบติดเชื้อต่างๆ ที่ว่ามานั้นเป็นเพียง
การอักเสบติดเชื้อเฉพาะที่เท่านั้น ไม่มีผลต่อลูกในท้องครับ โดยเฉพาะถ้าได้รับ
การรักษาอย่างถูกต้อง
การดูแลตัวเองระหว่างตั้งครรภ์ ก็คือการรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ
อย่างสม่ำเสมอ อย่าให้เกิดความอับชื้น ชุดชั้นในควรเป็นชนิดที่ใส่สบาย ไม่รัดจนเกินไป
คุณแม่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำยาพิเศษอะไรสวนล้างช่องคลอด ดีไม่ดีถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา
อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ล้างทำความสะอา
ด้วยน้ำธรรมดาก็พอครับ และถ้าเกิดอาการผิดปกติขึ้นหรือไม่แน่ใจ ควรรีบไปพบแพทย์
เพื่อตรวจรักษา ไม่ควรไปซื้อยามาใช้เอง
ยาเหน็บหรือยารับประทานที่มีขายทั่วไป บางชนิดอาจไม่ตรงกับเชื้อเท่าใดนัก
ทำให้รักษาไม่หายขาด อาจดื้อยา และเป็นเรื้อรังได้นะครับ ควรให้หมอตรวจก่อนดีกว่า
มาถึงตอนนี้ คงพอรู้แล้วนะครับว่า เรื่องของตกขาวนั้นไม่ได้มีอันตราย
รุนแรงมากนัก อาจมีปัญหาเข้ามากวนใจบ้าง แต่หากดูแลดีๆ ก็สบายครับ
(update 20 กันยายน 2001)
[ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 18 ฉบับที่ 215 ธันวาคม 2543]
|