
เรื่องที่ได้ยินมา
เมื่อกลางเดือนเมษายนนี้ ผมมีธุระต้องไปเป็นพยานที่ศาลแขวงพระนครใต้
ระหว่างที่รอเบิกความได้มีโอกาสนั่งคุยกับท่านอัยการพบว่า มีเรื่องน่าคิดจะมาเล่าสู่กันฟัง
ท่านอัยการทราบว่าผมเป็นหมอ และท่านก็เหมือนกับคนทั่วๆ ไปซึ่งแทนที่จะปรึกษาหารือ
เรื่องความเจ็บป่วยเหมือนเมื่ออดีต แต่เดี๋ยวนี้จะเล่าถึงความไม่ประทับใจชวนไม่น่าไว้ใจ
จากการไปใช้บริการที่โรงพยาบาล
ท่านอัยการเล่าว่าท่านต้องไปทำหัตการเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะที่โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่ง
เมื่อไปถึงได้เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนรอหน้าห้องผ่าตัด สักครู่ได้ยินเสียงว่า " เคสนี้เอาไปบล็อกหลัง"
ซึ่งท่านไม่ทราบและไม่มีโอกาสได้คุยเพื่อเตรียมตัวเตรียมใจกันมาก่อน ขณะที่กำลังนอนตะแคง
ด้วยใจระทึกอยู่นั้น ก็มีเหตุให้ชวนระทึกขึ้นเป็นสองเท่า เมื่อมีเสียงผู้อาวุโสที่เดินผ่านมาพูดขึ้นว่า
"ไม่น่าบล็อกตรงนี้นะ ไม่มีออกซิเจน" มีเสียงตอบในทันทีว่า " ไม่เป็นไร เชื่อฝีมือหนูเถอะค่ะ"
ระหว่างที่นอนอ้าซ่าขึ้นขาหยั่งอยู่นั้น ที่หัวเตียงมีคุณหมอเด็กๆ คาดว่าจะเป็นนักเรียน
เปิดประวัติของท่านดู แล้วคุยซุบซิบกันเสียงดังพอได้ยินว่า " เอ็งว่านี่ชัวร์หรือมั่วนิ่มวะ ข้าว่ามั่วนิ่มว่ะ"
พอดีอาจารย์หมอเข้ามาพอดี นักเรียนกลุ่มนี้จึงทำตัวสงบเสงี่ยมลง
ขณะที่เริ่มทำหัตถการ ท่านอัยการรู้สึกเจ็บปวดมากจึงร้องครางออกมาอาจารย์หมอพูดขึ้นว่า
" บล็อกหลังไม่เวิร์ค ช่วยดมยาหน่อย" วิสัญญีคนเดิมจึงเดินมาคุยกับท่านอัยการ (เป็นครั้งแรก)
" คุณเป็นข้าราชการ มียาสลบสองตัว ตัวหนึ่งทำในประเทศ เบิกได้ แต่จะเมาไปสัก 2-3 วัน
อีกตัวหนึ่งเป็นยานอก ฟื้นแล้วสบาย ไม่เมา แต่เบิกไม่ได้นะ คุณจะเอาตัวไหน"
ท่านอัยการเล่าให้ฟังว่ารู้สึกหดหู่ใจอย่างมากที่ต้องมาตัดสินใจขณะนอนแก้ผ้าถ่างขา
อยู่ต่อหน้าธารกำนัล ท่านคิดว่าท่านควรจะได้รับทราบข้อมูลต่างๆ ก่อนหน้านี้สักระยะหนึ่งก่อน
เพื่อให้มีโอกาสตัดสินใจ หลังจากท่านกลับไปบ้าน ท่านรู้สึกเวียนศีรษะ เดินไม่ได้
จึงไปโรงพยาบาลเอกชน แพทย์บอกว่า " น้ำไขสันหลังรั่ว ต้องนอนพักให้น้ำเกลือ
ในโรงพยาบาล 3 วัน"
นพ.ชำนิ จิตตรีประเสริฐ
วิเคราะห์
- การวางแผนการรักษาร่วมกับผู้ป่วย
เรามักจะคิดว่าผู้ป่วยรู้น้อยกว่าแพทย์ ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้
ต้องให้แพทย์ตัดสินใจแทน ด้วยความคิดดังกล่าวทำให้เราไม่ค่อยได้ปรึกษาผู้ป่วย
หรือบอกผู้ป่วยว่ามีทางเลือกในการรักษาอย่างไรบ้าง เช่น มีทางเลือกในการฉีดยาชาเข้าทางหลัง
และการดมยาสลบ แต่ละทางเลือกมีข้อดีข้อเสียและค่าใช้จ่ายอย่างไร การตัดสินใจของผู้ป่วย
ควรอยู่ในภาวะที่ไม่มีความกดดันที่จะต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
แพทย์จะต้องเคารพในสิทธิและความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วยตลอดเวลา
โรงเรียนแพทย์เป็นแหล่งฝึกอบรมผู้ที่จะเป็นแพทย์ในอนาคต บุคคลเหล่านี้ไม่รู้ว่า
อะไรควรอะไรไม่ควร จำเป็นที่จะต้องมีผู้คอยสั่งสอนดูแลให้เป็นแพทย์ที่ดี
การที่นักเรียนแพทย์ใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมและสร้างความหวาดหวั่นให้แก่ผู้ป่วย
ถือว่าไม่เคารพผู้ป่วย ก่อนที่นักเรียนจะมาเรียนกับผู้ป่วย ควรที่จะได้รับการสั่งสอน
ในเรื่องเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง มิฉะนั้นแพทย์ที่จบออกมาจะเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่มีความไว
ต่อความรู้สึกของผู้คน
(update 20 สิงหาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอปีที่ 25 ฉบับที่ 1 มกราคม 2544
|